เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

ย้อนรอยปี 1998 อินเดียประกาศครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ Moody’s ลดเกรดลงทุน

23 เม.ย. 2569 | 18:21น.

มหากาพย์การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของอินเดียในปลายทศวรรษ 1990 มีเรื่องราวเริ่มขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี 1998 พรรคภารตียชนตา (Bharatiya Janata Party : BJP) ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมฮินดูเพิ่งชนะการเลือกตั้งตัดสินใจ ‘ฝืน’ โลกาภิวัตน์และรื้อฟื้นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ ต้องเผชิญกับผลเสียทางเศรษฐกิจจนต้องปฏิรูปเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับโลก

การประกาศอย่างมั่นใจและหนักแน่นในสิทธิของอินเดียที่จะทดสอบนิวเคลียร์เป็นนโยบายหลักในการหาเสียงรับเลือกตั้งของพรรค ซึ่งโทมัส แอล. ฟรีดแมน (Thomas L. Friedman) นักข่าว นักเขียนและคอลัมนิสต์ทรงอิทธิพลของเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้เยือนอินเดียช่วงสั้นๆหลังการทดสอบ โดยได้ลงพื้นที่พูดคุยกับทั้งคนรวย คนยากจน ภาครัฐและมิใช่ภาครัฐ

พบว่า ไม่มีใครแสดงความเห็นในทำนองว่า “การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทำให้อินเดียเผชิญกับการลงโทษทางเศรษฐกิจหรือแซงก์ชั่น โดยที่ไม่ได้มีความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” แต่กลับเห็นด้วยในการดำเนินนโยบายด้านนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งของรัฐบาล

แม้แต่นักการเมืองอินเดียที่อาจประณามการทดสอบนี้ว่าเป็นอาการคลั่งชาติรุนแรงของรัฐบาลชาตินิยม ก็ยังบอกว่าเป็นหนทางเดียวของอินเดียที่จะได้ความเคารพจากสหรัฐและจีน และแม้กระทั่งอวานี อักนิเวช นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนระบุว่า “เราคืออินเดีย ประเทศขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก  คุณไม่สามารถมองข้ามความสำคัญของเราได้ อินเดียไม่ได้รู้สึกถูกคุกคามจากปากีสถาน แต่ในแง่เกมระหว่างประเทศทั้งมวล อินเดียกำลังถูกลดทอนความสำคัญในเวทีโลกจากแกนจีน-สหรัฐ”

“การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องของการเคารพตัวเองที่สำคัญมากกว่าถนน ไฟฟ้า และน้ำ” นายปราโมทย์ ภัตรา แพทย์ในหมู่บ้านในเมืองดาสนา รัฐอุตตรประเทศ

การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ปี 1998 ตอกย้ำสถานะการเป็นรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มตัวของอินเดียหลังจากทดสอบอย่างไม่เป็นทางการในปี 1974 ซึ่งรัฐบาลอินเดียระบุเป็นระเบิดเพื่อสันติ ไม่ใช่เพื่อการทหาร

ฟรีดแมนระบุว่า ภายใต้ระบบโลกาภิวัตน์ มักมีราคาที่ซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งผลเสียจากการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ที่อินเดียต้องเผชิญรวมถึงกรณีที่บริษัทมูดี้ส์ (Moody’s Investors Service) สถาบันจัดอันดับเครดิตเรตติ้งส์ระดับโลกของสหรัฐ ซึ่งจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ ด้วยการให้เกรด A,B และ C เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกรู้ว่าใครที่ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกต้องหรือแข็งแกร่ง และใครที่ไม่ใช่ และหากเศรษฐกิจนั้นๆได้เรตติ้งต่ำ หมายความว่า จะต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าเมื่อกู้ยืมเงินจากแหล่งภายนอกหรือต่างประเทศ

ขณะนั้น มูดี้ส์ส่งทีมไปอินเดียเพื่อประเมินเครดิตเรตติ้งอินเดียใหม่ โดยไปแบบเงียบๆและไม่ให้ใครล่วงรู้ในขณะนักวิทยาศาสตร์อินเดียเตรียมระเบิดนิวเคลียร์

มูดี้ส์ระบุว่า เพื่อตอบโต้ต่องบประมาณที่ไร้ทิศทางและมีขนาดใหญ่เกินจำเป็น และผลพวงของการทดสอบนิวเคลียร์ของอินเดีย และสหรัฐแซงก์ชั่นอินเดียจากกรณีการระเบิดนิวเคลียร์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้มูดี้ส์ปรับลดเศรษฐกิจอินเดีย จาก “Investment Grade” หรือ “เกรดการลงทุน” ซึ่งหมายถึงปลอดภัยสูงสำหรับนักลงทุนระดับโลกจนเหลือเพียง “Speculative Grade” หรือ “กลุ่มการลงทุนเพื่อเก็งกำไร” ซึ่งหมายถึงเสี่ยงสูงสำหรับนักลงทุน

ด้าน The Standard & Poor ซึ่งปัจจุบันคือ  S&P Global จากสหรัฐเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตเศรษฐกิจอินเดีย จาก “มีเสถียรภาพ” ไปเป็น “เชิงลบ”

ทั้งหมดนี้ หมายความว่า บริษัทสัญชาติอินเดียใดๆก็ตาม ที่พยายามกู้ยืมเงินจากตลาดต่างประเทศจะต้องจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่า

และเนื่องจากอินเดียมีอัตราการออมต่ำ เงินทุนต่างชาติเหล่านี้จึงจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการเงิน 500,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (16 ล้านล้านบาท) สำหรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้าเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้

หลังจากการทดสอบนิวเคลียร์ผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล (WSJ) ฉบับ 7 ตุลาคม 1999 พาดหัวข่าว “India’s BJP Is Shifting Priority to the Economy” ซึ่งระบุว่า พรรค BJP ขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 2 ปีก่อน เรียกร้องอินเดียให้ยืนกรานในขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการทำตามคำมั่นสัญญาที่หาเสียงไว้ในอีก 2 เดือนต่อมา ด้วยการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์หลายระลอก จุดชนวนให้โลกแซงก์ชั่น และการลงทุนหยุดชะงักงัน

WSJ รายงานอีกว่า แต่ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ นายอฏัล พิหารี วาชเปยี นายกรัฐมนตรีอินเดียในขณะนั้น ได้ส่งสัญญาณปรับวาระงานอันดับหนึ่งของรัฐบาลเสียใหม่ ซึ่งคือการปฏิรูปเศรษฐกิจ “ลำดับความสำคัญแรก คือ เพื่อที่จะสร้างฉันทามติร่วมกันในระดับชาติในเรื่องการยอมรับทั้งทุน กฎระเบียบตลาดโลกและอื่นใดก็ตามที่สอดคล้องกัน คุณต้องออกไปข้างนอกและแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุน” วาชเปยีกล่าวกับหนังสือพิมพ์ The Indian Express

 

อ้างอิง :

•Thomas L. Friedman. (2000). The Lexus and the Olive Tree (P. 37-39) , 1st Anchor Books ed.

BBC