เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ทุบหม้อข้าวตัวเอง

27 เม.ย. 2569 | 19:44น.
sd
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
ผู้ก่อตั้งบริษัท สลิงชอท กรุ๊ป

มีเรื่องเล่าเป็นอุทาหรณ์ในวงการบริหารธุรกิจไทยที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึงบ่อยครั้งในฐานะบทเรียนราคาแพง เกี่ยวกับบริษัทอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่เคยครองตลาดมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

ผู้นำยุคนั้นภาคภูมิใจยิ่งในสูตรสำเร็จเดิม ที่ทำให้บริษัทกอบโกยกำไรมหาศาล พนักงานทุกคนทำงานตามขั้นตอนที่ถูกวางไว้เหมือนฟันเฟืองในเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ กระทั่งวันหนึ่งกระแสโลกหมุนสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็วราวกับพายุฤดูร้อน ทว่าผู้นำท่านนั้นกลับเลือกที่จะรอให้ตลาดนิ่งก่อน ถึงค่อยเริ่มขยับตัว แต่ความจริงที่เจ็บปวดคือ โลกไม่เคยหยุดนิ่งรอใคร

เมื่อความเปลี่ยนแปลงพัดมาถึงอย่างรุนแรง คู่แข่งรายใหม่ที่ตัวเล็กกว่า แต่คล่องตัวกว่า คว้าส่วนแบ่งตลาดไปเกือบหมดสิ้น สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดไม่ใช่ตัวเงินที่หายไป แต่คือพนักงานในองค์กรนั้นมีไอเดียดี ๆ มากมายที่อยากบุกเบิกสิ่งใหม่

แต่กลับถูกดับฝันด้วยคำพูดที่ว่า “ถ้ายังไม่เสียอย่าเพิ่งไปซ่อม” เหตุการณ์นี้เป็นภาพสะท้อนชัดของผู้นำที่ขาดจิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้บุกเบิก และมักจบลงด้วยการเป็นผู้ตามที่พ่ายแพ้ในสนามรบที่ตัวเองเคยเป็นเจ้าของ

สภาวะการแข็งตัวของวิสัยทัศน์ที่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีตเช่นนี้ สอดคล้องกับรายงานล่าสุดจาก Harvard Business Review ในบทความเรื่อง “The Unlearning Imperative for 2025” ที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลวิจัยใหม่ ระบุว่า อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการสร้างนวัตกรรมในองค์กรยุคนี้ไม่ใช่ความไม่รู้ แต่คือความสำเร็จเดิมที่ผู้นำไม่ยอมปล่อยวาง

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนสูง ผู้นำที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือกลุ่มที่มีความสามารถในการบุกเบิกสิ่งใหม่ ๆ แม้ในช่วงเวลาที่องค์กรยังอยู่ในจุดสูงสุดของกราฟกำไร ข้อมูลนี้ยืนยันชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทที่เล่าไปตอนต้นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความล่าช้าทางเทคโนโลยี แต่มันคือปัญหาเชิงโครงสร้างของภาวะผู้นำที่ไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเองได้ จนทำให้องค์กรสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปอย่างกู้คืนยาก

หัวใจสำคัญที่จะปลดล็อกปัญหานี้คือ ทักษะที่พวกเราชาวสลิงชอท กรุ๊ป เรียกว่า Pioneering Change หรือการเป็นผู้นำผู้บุกเบิกความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะโดดเด่นภายใต้ Character ของ ‘Transformer’ ใน IMPACT Leadership Model ที่เราร่วมศึกษาวิจัยกับ Center for Creative Leadership (CCL) สถาบันวิจัยด้านภาวะผู้นำอันดับต้น ๆ ของโลก และพบว่า IMPACT คือชุดทักษะที่สากลให้การยอมรับว่าเป็นเครื่องมือตัดสินความยั่งยืนขององค์กรในยุคหน้า ทักษะ Pioneering Change นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดี แต่หมายถึงการที่ผู้นำเป็นคนที่สร้างแรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเอง กล้าที่จะมองหาโอกาสใหม่ ๆ แม้ในวันที่สถานการณ์ทุกอย่างยังดูปกติดี และพร้อมจะผลักดันไอเดียแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริง แม้ต้องเผชิญกับเสียงคัดค้านหรือความเสี่ยงที่ยังมองไม่เห็น

หากอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Pioneering Change คือการที่ผู้นำมีสายตาที่มองไปไกลกว่าปัจจุบัน เขาจะไม่รอให้วิกฤตเดินมาเคาะประตูบ้าน เพื่อบังคับให้ต้องเปลี่ยน แต่เขาจะเริ่มมองหาน่านน้ำใหม่และเตรียมต่อเรือลำใหม่ไว้ล่วงหน้า ผู้นำที่มีทักษะนี้จะมีความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) อยู่ในสายเลือด เขาจะสนุกกับการตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ และมองว่าความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การลองทำสิ่งใหม่แล้วพลาด แต่คือการยืนอยู่กับที่ท่ามกลางโลกที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง

ในบริบทของประเทศไทยผู้นำที่แสดงทักษะ Pioneering Change ได้อย่างทรงพลัง และเป็นที่ประจักษ์ที่สุดท่านหนึ่งคือ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX

ในวันที่ธนาคารไทยพาณิชย์ยังเป็นองค์กรที่มั่นคงและทำกำไรมหาศาลต่อเนื่อง คุณอาทิตย์กลับตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการประกาศยุทธศาสตร์ “ยานแม่” (Mothership) เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรจากสถาบันการเงินดั้งเดิมไปสู่บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินระดับภูมิภาค

นี่คือการบุกเบิกที่แท้จริง เพราะเขาเลือกที่จะ “ทุบหม้อข้าวตัวเอง” หรือการรื้อโครงสร้างเดิมที่ยังแข็งแกร่งอยู่ เพื่อสร้างรากฐานใหม่ที่จะรองรับโลกการเงินในอีก 10 ปีข้างหน้า

ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ แต่คือการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่คนทั้งภูมิภาคต้องจับตามอง และพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้นำที่กล้าบุกเบิกคือคนกำหนดกติกาของเกมธุรกิจในอนาคต

สำหรับคุณที่กำลังรับหน้าที่เป็นผู้นำและอยากเริ่มพัฒนาทักษะ Pioneering Change ผมมีแนวทางปฏิบัติที่เริ่มทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงรอบการวางกลยุทธ์ประจำปี

ประการแรกคือการเป็นนักล่าโอกาสแห่งอนาคต ลองฝึกมองไปรอบ ๆ ตัวในทุกวัน แล้วตั้งคำถามที่ท้าทายว่า “ถ้าโลกเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้ามกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ธุรกิจของจะไร้ค่าภายในกี่วัน ?”

คำถามนี้จะช่วยกระตุ้นให้คุณไม่หยุดนิ่งและเริ่มมองหาไอเดียใหม่ ๆ มาเตรียมพร้อมไว้เสมอ

ประการที่ 2 คือการ “สร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อการลองผิดลองถูก” (Safe to Fail Zone) การบุกเบิกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนองค์กรทั้งใบในวันเดียว แต่คือการอนุญาตให้ทีมมีโปรเจ็กต์เล็ก ๆ ที่สามารถล้มเหลวได้ เพื่อบ่มเพาะไอเดียที่แตกต่าง

และประการสุดท้าย คือการ “ฝึกฝนศิลปะการลืมความสำเร็จ” (Active Unlearning) โดยกล้าที่จะยอมรับว่า วิธีการที่เคยทำให้ชนะในอดีต อาจกลายเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งให้แพ้ในอนาคต

การเป็นผู้นำผู้บุกเบิกไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นคนที่เก่งกาจระดับอัจฉริยะเหนือใคร

แต่ความลับที่แท้จริงคือความตระหนักรู้ที่ว่า ความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักเกิดจากการกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย

คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรถึงจะเริ่มบุกเบิกได้

เพียงแค่มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงงานในหน้าที่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม และมองหาโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่ ๆ อยู่เสมอ ก็จะสามารถเติบโตเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จและสง่างามในเวอร์ชั่นที่กล้าหาญขึ้นของตัวเองได้อย่างแน่นอน

คำถามชวนคิดสำคัญที่อยากทิ้งไว้ให้พิจารณาในวันนี้คือ ท่ามกลางความสำเร็จที่กำลังถืออยู่ในมือตอนนี้

มีสิ่งไหนบ้างที่ต้องกล้าลืม เพื่อจะมองเห็นทางเดินใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า ?