Skip to content

พิพัฒน์ เจรจา BTS-BEM เดินหน้า“ตั๋วร่วม” เร่งสายสีส้ม-ม่วงใต้ เปิดตามแผน

06 พ.ค. 2569 | 21:15น.
พิพัฒน์ เจรจา BTS-BEM เดินหน้า“ตั๋วร่วม” เร่งสายสีส้ม-ม่วงใต้ เปิดตามแผน

“พิพัฒน์”เจรจา 2 เอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า เดินหน้าระบบตั๋วร่วมในเดือนพ.ค.นี้ เผยอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อคืน ยันไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ แย้มคนกรุงได้นั่งสายสีส้มตะวันออกปลายปี’70

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สำคัญในมิติต่างๆ โดยเฉพาะการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ให้เร่งขยายผลนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาท ตลอดวัน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการ 2 สาย คือ สีม่วงและสีแดง ควบคู่กับแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสาร (Zone-based fare) ปรับวิธีการคิดอัตราค่าโดยสารรที่เป็นธรรม

รวมถึงให้ รฟม. เร่งเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่างๆ เพื่อดำเนินการตามนโยบายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) โดยโอนภารกิจการเดินรถมาให้ รฟม. เป็นผู้บริหารจัดการ โดยปรับแก้ไขสัญญาจาก PPP Net Cost เป็น PPP Gross Cost เพื่อจ้างเอกชนรายเดิมเดินรถต่อไป เพื่อเป็นผลักดันระบบตั๋วร่วมให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งตนอยากให้ดำเนินการได้มากกว่า 2 สาย เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2570

“ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ตนจะเชิญเอกชนที่รับสัมปทานรถไฟฟ้าแต่ละสาย แต่มาเจรจาได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือ BEM และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือ BTS ซึ่งการเจรจาอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อสัมปทานก็ได้ เราอาจจะขอให้เขาบริหารของเขาไป แต่เข้ามาอยู่ในระบบตั่วร่วมก่อนก็ได้ และขอยืนยันว่าไม่ว่าเราจะใช้วิธีการใดก็แล้วแต่ จะไม่ทำให้มีผลกระทบกับเพดานหนี้สาธารณะ“นายพิพัฒน์กล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้ รฟม. ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้เปิดให้บริการตามแผน โดยสายสีม่วงใต้จะเปิดบริการในปี 2573 ส่วนสายสีส้มช่วงตะวันออกศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี เปิดปลายปี 2570 และช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์เปิดปี 2573

นอกจากนี้ ให้ รฟม. ศึกษาแนวทางการบริหารสินทรัพย์ เพื่อให้ รฟม. สามารถพึ่งพาตนเองทางการเงินได้มากขึ้นในระยะยาว รวมถึงพิจารณานำเทคโนโลยีสมัยใหม่ นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถและการให้บริการประชาชน

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การเดินหน้านโยบาย Single Ownership รฟม. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการดำเนินงานตามนโยบายฯ 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ที่ปรึกษาทางเทคนิค เพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร การประเมินด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า และที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership และอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายและแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาประกอบการทบทวนผลการศึกษาต่อไป

”ส่วนการเดินหน้าค่าโดยสารร่วมและระบบตั๋วร่วมจะดำเนินการได้ทันวันที่ 1 มกราคม 2570 ได้กี่สายนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ อยู่ที่ผลการศึกษา การเจรจากับคู่สัญญา และมีปัจจัยเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก แต่จะพยายามดำเนินการให้ได้มากกว่า 2 สาย คือ สีม่วงและสีแดงที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน”นายกาจผจญกล่าว