เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
World มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ดูทั้งหมด

โพลชี้คอร์รัปชั่นยังฉุดธุรกิจ 58.8% จี้รัฐเร่ง E-Government ลดเผชิญหน้าเจ้าหน้าที่

14 พ.ค. 2569 | 12:08น.

ผลสำรวจภาคเอกชน 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ สะท้อนปัญหาคอร์รัปชั่นภาครัฐยังเป็นต้นทุนสำคัญของการทำธุรกิจ 58.8% ระบุเป็นอุปสรรคมากถึงอย่างมาก ขณะที่ 51.2% มองสถานการณ์แย่ลงเมื่อเทียบ 3 ปีก่อน เสนอรัฐเร่งดันระบบดิจิทัล-เปิดข้อมูลสัญญา-ปฏิรูปกฎหมาย ลดช่องใช้ดุลพินิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ จัดทำภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชั่น” สำรวจภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-10 เมษายน 2569 พบว่า ภาคธุรกิจยังมองปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 30.8% ระบุว่าเป็นอุปสรรคมาก และ 28.0% ระบุว่าเป็นอุปสรรคอย่างมาก รวมเป็น 58.8% ขณะที่อีก 30.3% มองว่าเป็นอุปสรรคปานกลาง

เมื่อประเมินแนวโน้มคอร์รัปชั่นเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ 48.5% เห็นว่าสถานการณ์ “เท่าเดิม” ขณะที่ 27.5% ระบุว่า “แย่ลงมาก” และ 23.7% ระบุว่า “แย่ลง” รวมกลุ่มที่มองว่าสถานการณ์แย่ลง 51.2% ส่วนผู้ที่มองว่าดีขึ้นมีเพียง 0.3%

ในด้านความยุ่งยากในการติดต่องานกับหน่วยงานราชการ ผู้ตอบ 51% ระบุว่าเพิ่มขึ้น 42% ระบุว่าคงเดิม มีเพียง 3% ที่มองว่าลดลง และ 4% ไม่ทราบ สะท้อนว่าระบบราชการยังเป็นภาระต้นทุนเวลาและต้นทุนแฝงของภาคธุรกิจ

ผลสำรวจยังระบุว่า ในการขออนุญาตหรือใบอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ “ครั้งล่าสุด” มีผู้ตอบ 60.9% ที่เคยพบสัญญาณการสื่อหรือบอกเป็นนัยให้ต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือรวดเร็วขึ้น แบ่งเป็นสื่อเป็นนัยเล็กน้อย 25.4% สื่อเป็นนัยค่อนข้างชัดเจน 10.2% สื่อหรือร้องขออย่างชัดเจน 17.2% และเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ 8.1%

ขณะเดียวกัน 45.9% ของผู้ตอบระบุว่า เคยต้องให้เงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือ “เงินสด” 46.6% รองลงมาคือ ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง 23.1% การร้องขอในรูปแบบบริจาคหรือสปอนเซอร์ 18.7% และการให้จ้างผู้รับเหมาช่วงหรือที่ปรึกษารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ 3.8%

สำหรับ “ค่าความสะดวก” หรือ “เงินหล่อลื่น” ผู้ตอบ 29.4% เห็นว่ามีผลปานกลางต่อการทำให้กระบวนการกับหน่วยงานรัฐเสร็จเร็วขึ้น 20.8% เห็นว่ามีผลมาก และ 2.1% เห็นว่ามีผลอย่างมาก ขณะที่ 26.6% ระบุว่าไม่มีผลเลย

ในส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผลสำรวจพบว่า ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด สัญญาณที่พบมากที่สุดคือ ไม่พบสัญญาณผิดปกติ 36.4% แต่ยังมีผู้ตอบ 27.3% ระบุว่ามีการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่าสามารถ “ช่วยให้ชนะ” ได้ และอีก 27.3% ระบุว่าได้รับ “ใบ้” ว่าควรใช้ตัวกลางหรือที่ปรึกษาบางราย ขณะที่ 9.1% พบกรณีเปลี่ยนเงื่อนไขหรือกำหนดส่งงานในช่วงท้าย และ 9.1% พบ TOR ระบุคุณสมบัติหรือยี่ห้อเฉพาะเจาะจงจนเหลือผู้แข่งขันน้อย

เมื่อถามถึงช่องทางหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อการเรียกรับเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์พิเศษมากที่สุด อันดับ 1 คือ การขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ 67.3% รองลงมาคือ การตรวจสอบหรือการกำกับดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ 40.2% กระบวนการด้านภาษีหรือการตรวจสอบภาษี 36.9% การต่ออายุใบอนุญาตหรือขอแก้ไขเงื่อนไขต่าง ๆ 26.1% และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือประกวดราคาของภาครัฐ 26.1%

ผลสำรวจยังชี้ว่า เมื่อกิจการในอุตสาหกรรมเดียวกันทำธุรกิจกับภาครัฐ 43.0% เชื่อว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการเพื่อให้ได้สัญญา ขณะที่ 37.3% ระบุว่าไม่จ่าย และ 19.7% ไม่ทราบ โดยในกลุ่มที่ระบุว่ามีการจ่าย พบสัดส่วนการจ่ายส่วนใหญ่ 11-15% ของมูลค่างาน คิดเป็น 37.8% รองลงมาคือ 6-10% คิดเป็น 32.4% และ 1-5% คิดเป็น 20.9%

ด้านเหตุผลหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน อันดับ 1 คือ ขั้นตอนการติดต่อมีความซับซ้อน 29.1% รองลงมาคือ กฎหมายหรือระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป 25.0% และเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำผิดระเบียบ 18.8%

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังไม่มั่นใจต่อระบบร้องเรียนของรัฐ โดย 43.7% ระบุว่า หากพบการเรียกรับผลประโยชน์ “ไม่กล้าร้องเรียนเลย” และอีก 12.8% ค่อนข้างไม่กล้าร้องเรียน รวมเป็น 56.5% ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อช่องทางร้องเรียน หรือ Whistleblowing ของรัฐ พบว่า 52.3% ไม่มั่นใจเลย มีเพียง 11.1% ที่มั่นใจมาก

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการที่ภาคเอกชนเห็นว่าจะช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นในการดำเนินธุรกิจได้มากที่สุด คือ การใช้ระบบดิจิทัล หรือ E-Government/E-Procurement เพื่อลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ 16.0% รองลงมาคือ เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตให้รุนแรงและบังคับใช้จริง 15.3% เพิ่มบทลงโทษบริษัทเอกชนที่ให้สินบน 14.2% และเพิ่มความโปร่งใสของกระบวนการอนุญาตและจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 11.5%

ส่วนมาตรการที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและการทุจริต อันดับ 1 คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน หรือ Regulatory Guillotine 26.5% รองลงมาคือ การเปิดเผยข้อมูลสัญญาแบบเชิงรุก หรือ Open Contracting 22.5% และการใช้ระบบ Digital Interface 100% คิดเป็น 19.5%

รายงานเสนอแนวทางให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลโครงการและงบประมาณในรูปแบบที่ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องรอการร้องขอ ปรับงานบริการและการขออนุญาตเข้าสู่ระบบออนไลน์ ลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ปรับปรุงช่องทางร้องเรียนให้ปลอดภัยและปกปิดตัวตนผู้แจ้ง รวมถึงเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างหรือโครงการที่มีผลกระทบสูง เพื่อสร้างกลไกถ่วงดุลและเพิ่มความโปร่งใสในระบบราชการ

แฉสินบนฝังระบบรัฐ ชี้ 26 หน่วยงานเสี่ยงสูง จี้รัฐบาลเร่งแก้

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า จากการที่ภาคเอกชนต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต หรือหน่วยงานให้บริการ พบว่าแทบทุกแห่งมีปัญหาการเรียกรับสินบนเกิดขึ้น เพียงแต่ระดับความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป

ทั้งนี้ หน่วยงานจำนวน 26 แห่งที่ปรากฏชื่อในการสำรวจ ถือเป็นกลุ่มหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดคอร์รัปชั่นและการเรียกรับสินบน โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า สิ่งที่ประชาชนและนักธุรกิจพูดกันมาโดยตลอดว่า มีการเรียกรับสินบนนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อโจมตีหรือประณามหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องการตีแผ่ข้อเท็จจริงให้สังคม หน่วยงานภาครัฐ และรัฐบาลรับรู้ร่วมกัน เพื่อพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และลดอุปสรรคในการทำธุรกิจของประเทศ

ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าจะลดปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างไร เพื่อสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ เพราะปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในประเทศ แต่ต่างชาติก็รับรู้เช่นเดียวกัน และสะท้อนผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI รวมถึงผลสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชั่นต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีหรือหัวหน้าหน่วยงาน ควรตระหนักและรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในหน่วยงานของตนเอง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้การเรียกรับสินบนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ขอให้หน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พุ่งเป้าตรวจสอบหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง

หากสังคมยังพูดถึงปัญหาคอร์รัปชั่นแต่ไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ ประเทศจะถดถอยลงเรื่อย ๆ ดังนั้น ทุกหน่วยงานจำเป็นต้องเปิดใจรับฟังและยอมรับข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน ขอเชิญชวนภาคเอกชนและประชาชนทุกคน หากพบเห็นการเรียกรับสินบนหรือการทุจริต ให้ร้องเรียนผ่านช่องทางที่ปลอดภัย โดยสามารถใช้แอปพลิเคชัน DAI ผ่านระบบ “Corruption Boss” หรือ “แชทฟ้องโกงทันใจ” ซึ่งสามารถแจ้งพฤติกรรม สถานที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับปากว่าจะนำข้อมูลร้องเรียนดังกล่าวไปตรวจสอบต่อไป ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญในการลดความกังวลของผู้ร้องเรียน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ที่ผ่านมาเกินกว่าครึ่งไม่กล้าร้องเรียน เพราะกลัวได้รับผลกระทบ ถูกคุกคาม หรือไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

“ถ้าอยากเห็นประเทศไทยปลอดคอร์รัปชั่นและมีความโปร่งใส ต้องเริ่มต้นร่วมกัน เรียกรับขอให้ร้อง ร้องอย่างปลอดภัยผ่าน Corruption Boss และแชทฟ้องโกงทันใจ เพื่อให้ปัญหานี้ปรากฏชัดและนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

เปิดโผ 10 หน่วยงานเสี่ยงสินบน “ตำรวจทางหลวง-จราจร” ขึ้นอันดับ 1 เสนอสิ่งตอบแทน 100%

ผลสำรวจรอบนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านสินบนและการเรียกรับผลประโยชน์จากการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ

การจัดอันดับครั้งนี้พิจารณาจาก 2 ตัวชี้วัดสำคัญ ได้แก่ อัตราการถูกเสนอให้สิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ และมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งที่มีการเสนอให้ โดยพบว่าหน่วยงานที่มีอัตราการเสนอให้สิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

อันดับ 1 ตำรวจทางหลวง/จราจร มีการติดต่อเฉลี่ย 1.69 ครั้งต่อปี และมีการเสนอให้สิ่งตอบแทนเฉลี่ย 1.69 ครั้ง คิดเป็น 100.0%

อันดับ 2 กระบวนการยุติธรรม ยกเว้นศาล มีการติดต่อเฉลี่ย 1.06 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 94.4%

อันดับ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ติดต่อเฉลี่ย 1.09 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 91.7%

อันดับ 4 กรมเจ้าท่า ติดต่อเฉลี่ย 1.67 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.50 ครั้ง คิดเป็น 90.0%

อันดับ 5 กรมทางหลวง ติดต่อเฉลี่ย 1.46 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.20 ครั้ง คิดเป็น 82.0%

อันดับ 6 กรมโยธาธิการและผังเมือง ติดต่อเฉลี่ย 1.58 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 78.9%

อันดับ 7 ตำรวจท้องที่ ติดต่อเฉลี่ย 1.60 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.24 ครั้ง คิดเป็น 77.7%

อันดับ 8 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ติดต่อเฉลี่ย 1.32 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 ครั้ง คิดเป็น 76.0%

อันดับ 9 กรมสรรพากร ติดต่อเฉลี่ย 1.49 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.06 ครั้ง คิดเป็น 71.0%

และอันดับ 10 กรมการขนส่งทางบก ติดต่อเฉลี่ย 1.80 ครั้งต่อปี มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 ครั้ง คิดเป็น 69.4%

ขณะที่การจัดอันดับหน่วยงานที่มี “มูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด” หรือจำนวนเงินที่มีการเสนอให้ต่อครั้ง พบว่า อันดับ 1 คือ กรมควบคุมมลพิษ เฉลี่ย 102,160 บาทต่อครั้ง รองลงมา ได้แก่ กรมเจ้าท่า เฉลี่ย 100,000 บาทต่อครั้ง กรมสรรพสามิต เฉลี่ย 94,667 บาทต่อครั้ง กรมสรรพากร เฉลี่ย 89,498 บาทต่อครั้ง และกระบวนการยุติธรรม ยกเว้นศาล เฉลี่ย 88,750 บาทต่อครั้ง

ส่วนอันดับ 6-10 ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย./บริการสาธารณสุข เฉลี่ย 74,643 บาทต่อครั้ง กรมทางหลวง เฉลี่ย 70,167 บาทต่อครั้ง กรมโยธาธิการและผังเมือง เฉลี่ย 70,000 บาทต่อครั้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เฉลี่ย 68,000 บาทต่อครั้ง และกรมป่าไม้ เฉลี่ย 67,500 บาทต่อครั้ง

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government และ E-Procurement มาใช้ เพื่อลดการพบปะโดยตรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับภาคเอกชน ตามด้วยการเพิ่มโทษผู้ทุจริต และการปฏิรูประเบียบให้มีความโปร่งใสมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น หรือ Regulatory Guillotine รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐผ่านระบบ Open Data และ Open Contracting เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการ เพื่อให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ

ช่องทางการแจ้งเบาะแสและร้องเรียนการทุจริตที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผ่านระบบออนไลน์ www.nacc.go.th และสายด่วน 1205 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. สายด่วน 1206 รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย หรือ ACT และเครือข่ายภาคประชาชน เช่น Corruption Watch แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

ทั้งนี้ ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงและบูรณาการช่องทางร้องเรียนต่าง ๆ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความสะดวก และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการต่อต้านคอร์รัปชั่นได้มากขึ้น

การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต ภายใต้เจตนารมณ์ “ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย” อย่างเป็นรูปธรรมทั้งสังคม