สภาผู้บริโภคจับมืออนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา กางสถิติ 4 เดือนแรกปี’69 คดีออนไลน์พุ่ง 1.2 แสนคดี สูญเฉียด 7.5 พันล้าน ชี้เฟซบุ๊กแชมป์แหล่งมิจฉาชีพ เล็งเปิดเวทีใหญ่รัฐสภา 19 มิ.ย. นี้ ดันกรอบกฎหมายใหม่บีบแพลตฟอร์มข้ามชาติร่วมรับผิดชอบความเสียหาย หลังกฎหมายเดิมไร้ผล ประชาชนยังเข้าไม่ถึงการเยียวยา
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุค สังคมดิจิทัล (E-Society) อย่างเต็มตัว ทั้งการทำธุรกรรม ซื้อขายสินค้า ลงทุน และใช้บริการต่าง ๆ ต่างย้ายเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันภัยไซเบอร์ก็พัฒนาเร็วไม่แพ้กัน ทั้งการหลอกโอนเงิน การดูดเงินจากบัญชี การสร้างบัญชีปลอม ไปจนถึงการแอบอ้างตัวตน สร้างความเสียหายต่อผู้บริโภคเป็นวงกว้าง
สภาผู้บริโภค นำโดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมหารือกับ คณะอนุกรรมาธิการพาณิชย์และเศรษฐกิจดิจิทัล ในคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดย นายเอกชัย เรืองรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ พร้อมคณะที่ปรึกษา วางแนวทางจัดสัมมนาในประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกโกงบนแพลตฟอร์มออนไลน์
นางสาวสารี ระบุว่า ข้อมูลจากผู้บริโภคที่ร้องเรียนเข้ามาที่สภาผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา พบกรณีถูกมิจฉาชีพหลอกให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 165 ล้านบาท กรณีดังกล่าวชี้ว่าผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยยังเข้าไม่ถึงการเยียวยา แม้รัฐบาลจะประกาศใช้กฎหมายด้านการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับที่ 2 เพื่อยกระดับความรับผิดชอบร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วกว่า 1 ปี แต่ในทางปฏิบัติ กลไกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายยังไม่เกิดผลเป็นรูปธรรม ขณะที่แพลตฟอร์มออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้ก่อเหตุ ยังไม่มีภาระรับผิดชอบที่ชัดเจนพอจะปกป้องผู้ใช้งานได้จริง ข้อมูลนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของเวทีเสวนาที่จะเกิดขึ้น
สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (1 มกราคม – 30 เมษายน) มีประชาชนแจ้งความคดีออนไลน์แล้วกว่า 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7,480 ล้านบาท โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ยังมีจำนวนสูงที่สุด ขณะที่การหลอกลวงด้านการลงทุนยังเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงต่อประชาชน ซึ่งเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคถูกหลอกลวงมากที่สุด
จากการหารือดังกล่าว ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะจัดเวทีเสวนาสาธารณะ เพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนปัญหาจากผู้เสียหาย แลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบาย และร่วมกันหาแนวทางยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของกรอบกฎหมายใหม่ที่สามารถสร้างความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดแผนการขับเคลื่อนระยะยาว
ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา และจะมีการแถลงข่าวรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา เพื่อสร้างการรับรู้ของสังคมและผลักดันให้ประเด็นภัยออนไลน์กลายเป็นวาระสาธารณะที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังร่วมกันระหว่างรัฐ แพลตฟอร์ม และภาคประชาชน