ดวงแก้วคู่พระบารมี สืบสานตำนานหัตถศิลป์ไทย
ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ การนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีของประเทศไทย ผ่านพระจริยวัตรอันงดงาม ฉลองพระองค์ ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ให้ทั่วโลกได้ยลโฉมจนได้รับเสียงชื่นชมจำนวนมากจากนานาประเทศ

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2569 นั้น ทรงฉลองพระองค์ผสมผสานความงามผ้าไทยให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของลาวได้อย่างงดงามลงตัว ทั้งฉลองพระองค์ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ ผสมผสานกับผ้าไหมลายลูกแก้ว ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ประยุกต์ ทรงสะพายแพรปักประดับ และฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ประยุกต์ ทรงสะพักผ้าไหมยกทอง

ที่โดดเด่นในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ คือการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเลือกกระเป๋าถือทรงคุณค่าจากภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทย อย่าง “กระเป๋าทรงถือย่านลิเภา” ทรงครึ่งวงกลม สีดำแซมสีน้ำตาล ตัวกระเป๋าสานอย่างประณีตบนโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง ประดับด้วยดอกไม้เงินฝังพลอยทัวร์มาลีนอย่างพอเหมาะ และ “กระเป๋าย่านลิเภาทรงเหลี่ยม” หัตถศิลป์ชั้นครูที่สะท้อนความประณีตงดงาม ตัวกระเป๋าสานด้วยเส้นลิเภาเนื้อแน่น ผิวเงาเรียบละเอียดทั่วทั้งใบ โครงหูจับเป็นเงินรูปทรงเหลี่ยม ประดับพลอยทัวร์มาลีนสีเข้มเรียงร้อยอย่างวิจิตร

โดยย่านลิเภาเป็นงานหัตถศิลป์ที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและความชำนาญ ช่างต้องคัดสรรเส้นลิเภาคุณภาพสูง ขัดแต่งจนเนียนเรียบ ก่อนสานอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รูปทรงที่แข็งแรง สง่างาม และทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม

ต่อมา วันที่ 18-23 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐอิตาลี เพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้ ในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยประยุกต์เป็นเสื้อทรงแจ็กเกตยาว ความยาวระดับพื้น แขนยาวสีดำ คอปีน โครงทรงบานชาย (A-Line) ผ้าวูลทอสอดดิ้น บุด้านในด้วยผ้าไหมทอยกลาย พระดุม (กระดุม) เป็นวัสดุนิลทรงรีตัวเรือนเงิน เรียงชิดกันด้านหน้าเสื้อทรง ปลายแขนและคอตกแต่งผ้าไหมชายครุยผ้าไหมสีครีม ใส่คู่กับพระสนับเพลาทรงขาตรงสีดำ

และที่ถูกกล่าวถึงทั่วโลกคือล่าสุดที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนกรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ไปยังพระราชวังหลวงกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน

ในครั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ถูกเอ่ยพระนามกึกก้อง เมื่อทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดราตรีสากลที่ประยุกต์ผ้าไหมไทยและผ้าลูกไม้ลายขนนก โดดเด่นด้วยงานปักคริสตัลและดิ้นเงิน พร้อมการปล่อยชายเครปยาวด้านหลัง และสวมเทียร่า “Diamond Fringe Tiara” พระราชมรดกตกทอดจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเดิมเป็นของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงได้รับพระราชทานเป็นของขวัญจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป ซึ่งเป็นเทียร่ารูปทรงแฉกรัศมีดวงอาทิตย์ ที่สามารถดัดแปลงในรูปแบบสร้อยพระศอได้

เทียร่าองค์นี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสวมออกงานครั้งสุดท้ายปีพุทธศักราช 2546 เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน ทรงจัดถวาย “Return Banquet” ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ

แต่ละฉลองพระองค์ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงคัดเลือกจึงแสดงออกถึงความชาญฉลาด ละเอียด ลึกซึ้ง และพระจริยวัตรอันงดงามสมกับเป็นดวงแก้วคู่พระบารมีอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาชาวโลก