เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
Business Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
Automotive MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
Finance ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
Politics วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (22 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
Economic ททท.จัดใหญ่ “Market Briefing 2027” อัพเดตแผนงานขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยปี’70
แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
Real Estate แสนสิริ กางโรดแมปภูเก็ต 5 ปี ดันพอร์ตสะสม 80,000 ล้าน ครึ่งปีหลังประเดิมพูลวิลล่าลักเซอรี
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (22 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.85 บาท มีผลตี 5
KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
Finance KTB ไตรมาส 2 กำไรสุทธิโต 9% ครึ่งปีกวาด 24,562 ล้าน “Wealth-ตลาดเงินตลาดทุน” หนุนรายได้
ดูทั้งหมด

ธุรกิจที่รอด ต้องไม่ใช่ธุรกิจที่รอ

05 มิ.ย. 2569 | 13:24น.
ธุรกิจ
คอลัมน์ : Smart SMEs
ผู้เขียน : ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์
กรุงศรี SME

เศรษฐกิจไทยในวันนี้ไม่ได้เผชิญวิกฤตฉับพลันแบบต้มยำกุ้งหรือโควิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจนัก กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ต้นทุนผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันจากทุนต่างชาติถาโถมเข้ามาในทุกมิติ สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจยังเปลี่ยนกติกาอยู่ตลอดเวลา และนี่คือสิ่งที่น่ากลัวกว่าวิกฤต เพราะในวิกฤตคนรู้ว่าต้องสู้ แต่ใน “ความเฉื่อย” คนมักเลือกรอ รอข้อมูลเพิ่ม รอความชัดเจน รอให้คนอื่นลองก่อน แต่สำหรับผู้ประกอบการ SMEs คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ “เศรษฐกิจจะดีขึ้นเมื่อไหร่” แต่คือ “เราจะรอข้อมูลให้ครบก่อนค่อยตัดสินใจได้อีกนานแค่ไหน”

จากการทำงานในภาคธนาคาร ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมาก ทั้งรายที่เติบโตอย่างน่าทึ่งในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ และรายที่เคยแข็งแกร่งแต่สะดุดล้มในจังหวะที่ไม่คาดคิด สิ่งที่สังเกตเห็นเสมอคือ ผู้ประกอบการที่ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากมาได้ ไม่ใช่คนที่มีข้อมูลครบถ้วนกว่าคนอื่น แต่คือคนที่ “ตัดสินใจเป็น” แม้ในวันที่ข้อมูลไม่ครบ พวกเขามีวิธีคิดบางอย่างที่ช่วยให้ก้าวต่อไปได้โดยไม่ต้องรอให้ทุกอย่างชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ และเมื่อได้อ่านแนวคิดด้านการตัดสินใจในโลกธุรกิจ ก็พบว่าหลายอย่างสอดคล้องกับสิ่งที่ได้เห็นจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจึงอยากหยิบมาพูดคุย แบ่งปันและชวนคิดกัน

แนวคิดแรกคือ “กฎ 70%” มีหลักคิดในโลกธุรกิจที่ว่า ถ้ารอจนมีข้อมูลครบ 90% ก่อนตัดสินใจ ส่วนใหญ่แล้วมักช้าเกินไป แต่ถ้ามีข้อมูลประมาณ 70% ก็ควรตัดสินใจได้แล้ว ผู้ประกอบการ SMEs ที่ดิฉันเห็นว่าปรับตัวได้เร็วก็มักทำแบบนี้โดยธรรมชาติ พวกเขาตัดสินใจเมื่อรู้สึกว่า “พอจะมองเห็นทาง” แล้วค่อยปรับระหว่างทาง เพราะหลายครั้งที่เรารอข้อมูลเพิ่ม สิ่งที่เสียไปคือเวลาและโอกาส และบ่อยครั้งสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปแล้ว สำหรับ SMEs กฎนี้ยิ่งเป็นจริง เพราะความได้เปรียบที่สุดของ SMEs ไม่ใช่เงินทุน แต่คือความเร็วในการตัดสินใจ 

อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการแยกแยะระหว่าง “การตัดสินใจที่ย้อนกลับได้” กับ “การตัดสินใจที่ย้อนกลับไม่ได้” หรือที่เรียกกันว่า Two-Way Door กับ One-Way Door การตัดสินใจส่วนใหญ่ในธุรกิจ SMEs เป็นแบบ Two-Way Door คือถ้าผิดพลาดก็ยังแก้ไขหรือถอยกลับได้ เช่น การทดลองช่องทางขายใหม่ การปรับราคา หรือการลองใช้เครื่องมือดิจิทัลตัวใหม่ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่เวิร์กก็หยุดได้ ตัดสินใจเร็วแล้วเรียนรู้จากผลลัพธ์ดีกว่า ส่วน One-Way Door เช่น การเซ็นสัญญาเช่าระยะยาว หรือการลงทุนก้อนใหญ่ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ต้องคิดให้รอบคอบ แต่สิ่งที่มักเห็นคือผู้ประกอบการหลายท่านใช้ความระมัดระวังระดับเดียวกันกับทุกการตัดสินใจ ทำให้ทุกอย่างช้าไปหมด ทั้งที่การตัดสินใจในแต่ละวันส่วนใหญ่เป็นแบบ Two-Way Door ที่ควรตัดสินใจให้เร็วที่สุด

แนวคิดที่สามคือ “การจำกัดความเสียหาย” แทนที่จะถามว่า “ถ้าทำแล้วจะได้อะไร” ลองถามว่า “ถ้าทำแล้วผิดพลาดเราเสียอะไรมากที่สุด และเรารับได้ไหม” วิธีคิดแบบนี้ช่วยได้มากในสถานการณ์ที่ข้อมูลไม่ครบ เพราะเราอาจคาดการณ์ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดไม่ได้ แต่ประเมินผลเสียที่แย่ที่สุดได้ค่อนข้างแม่นยำ ผู้ประกอบการที่ก้าวผ่านความไม่แน่นอนได้ดีมักมีนิสัยคล้ายกันคือ ก่อนลงมือทำอะไรใหม่จะประเมินก่อนเสมอว่าถ้าล้มเหลวทั้งหมดธุรกิจหลักยังยืนอยู่ได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ได้” ก็ลงมือทำ เพราะความเสียหายถูกจำกัดไว้แล้วตั้งแต่ต้น

แนวคิดสุดท้ายคือ “วงจรตัดสินใจ-เรียนรู้-ปรับ ให้เร็วที่สุด” ในยุคที่ข้อมูลไม่ครบและสถานการณ์เปลี่ยนเร็ว คุณภาพของการตัดสินใจไม่ได้วัดจากว่าตัดสินใจถูกตั้งแต่แรกหรือไม่ แต่วัดจากว่าเรียนรู้และปรับได้เร็วแค่ไหน SMEs ที่ตัดสินใจเร็ว ผิดเร็ว แก้เร็ว จะวิ่งได้ไกลกว่า SMEsที่รอจนแน่ใจแล้วค่อยก้าวเสมอ จากที่ได้เห็นมาผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในช่วงเศรษฐกิจผันผวนไม่ใช่คนที่ไม่เคยตัดสินใจผิด แต่คือคนที่รู้เร็วว่าผิดและแก้ได้เร็ว เพราะในขณะที่บางคนยังนั่งรอข้อมูลให้ครบ คนที่ลงมือทำก็กำลังเรียนรู้จากตลาดจริงไปแล้ว และข้อมูลที่ได้จากการลงมือทำจริงนั้น มีค่ามากกว่ารายงานวิจัยใด ๆ ที่นั่งอ่านอยู่หน้าจอ

และสิ่งที่อยากทิ้งท้ายไว้คือ การตัดสินใจภายใต้ข้อมูลไม่ครบไม่ใช่เรื่องของความบ้าบิ่น แต่คือทักษะที่ฝึกฝนได้ และอาจเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการในยุคนี้ เพราะในวันที่ไม่มีใครมีข้อมูลครบเท่ากัน ความได้เปรียบจึงไม่ใช่การรู้มากกว่า แต่คือการกล้าตัดสินใจได้ก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ Smart SMEs ธุรกิจ