คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
โรงงานผลิตรถอีวีขนาดใหญ่ของ ‘วินฟาสต์’ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐ เคยมีกำหนดเปิดและเริ่มดำเนินการภายในเดือน ก.ค. 2569 โดยผู้บริหารกล่าวไว้เมื่อครั้งวางศิลาฤกษ์ว่า จะเป็นอัญมณีล้ำค่าในการขยายธุรกิจวินฟาสต์สู่ระดับโลก แต่ขณะนี้กลับไม่มีอัญมนีล้ำค่านั้นปรากฏให้เห็น
นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า การก่อสร้างโรงงานต้องหยุดชะงักลง หลังจากใบอนุญาตก่อสร้างหมดอายุไปเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2567 และปัจจุบันมีเพียงกองวัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้ใช้ กองอยู่ในที่ดินเปล่าขนาดราว 4,581 ไร่ โดยไม่มีอาคารใดถูกสร้างขึ้น
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา รัฐนอร์ทแคโรไลนาได้ฟ้องร้องบริษัทวินฟาสต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเวียดนาม เพื่อขอคืนที่ดินและเรียกคืนเงินภาษีของรัฐจำนวนประมาณ 2.6 พันล้านบาทที่ใช้ไปกับงานก่อสร้างถนนและเตรียมพื้นที่ หลังจากที่วินฟาสต์ไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลา เป้าหมายงาน และข้อผูกพันด้านการลงทุนหลายประการที่ระบุไว้ในข้อตกลงได้
ก่อนหน้านี้ ในปี 2565 วินฟาสต์ประกาศว่าจะลงทุนราว 1.3 แสนล้านบาทในระยะเวลา 4 ปี เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถอีวีและแบตเตอรี่ และเพื่อสร้างงานในท้องถิ่นรัฐนอร์ทแคโรไลนามากกว่า 6,000 ตำแหน่ง ซึ่งรัฐเรียกสิ่งนี้ว่า ‘เครื่องยนต์อันทรงพลังสำหรับขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ’
ขณะนี้รัฐกล่าวว่าบริษัทล้มเหลวในการปฏิบัติตามสัญญา โดยไม่สามารถเริ่มก่อสร้างอาคารภายในวันที่ 1 ม.ค. 2567 และไม่สามารถก่อให้เกิดการจ้างงาน 1,750 ตำแหน่งภายในสิ้นปีได้
วินฟาสต์ประสบปัญหาทางการเงินและขาดทุนเพิ่มขึ้นในปี 2567 โดยปลดพนักงานในสหรัฐจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อแผนกทรัพยากรบุคคลและการเงิน ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
เดือน มิ.ย. 2567 บริษัทก่อสร้างเคลย์โคยกเลิกสัญญาวินฟาสต์ และหนึ่งเดือนต่อมาบริษัทประกาศเลื่อนเปิดโรงงานออกไปจนถึงปี 2571 แม้จะมีข้อคัดค้านจากรัฐ โดยอดีตพนักงานอาวุโสรายหนึ่งกล่าวว่า ไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากบริษัท ดังนั้นจึงไม่มีใครบอกบุคคลภายนอก เช่น รัฐบาล ซัพพลายเออร์ หรือพันธมิตรอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรัฐนอร์ทแคโรไลนา ว่าเราจะไม่สร้างโรงงานอีกต่อไปแล้ว
ภายในเดือน มี.ค. ปีนี้บริษัทยื่นแผนใหม่เพื่อลดขนาดอาคารและการคาดการณ์จ้างงานลง พร้อมประกาศต่อสาธารณะว่าจะกลับมาดำเนินการก่อสร้างต่อ อีกทั้งเสนอแผนย้ายสำนักงานใหญ่และสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งใหม่ในรัฐ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากไม่มีนักวิจัยในสหรัฐ อีกทั้งมีการลดจำนวนนักวิจัยในเวียดนาม
นอกจากนี้ วินฟาสต์ยังเริ่มผลิตรถยนต์ในอินเดีย และเริ่มก่อสร้างโรงงานประกอบรถอีวีมูลค่าราว 6.5 พันล้านบาทในอินโดนีเซีย
ความล้มเหลวดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่งต่อรัฐนอร์ทแคโรไลนา ที่ใช้เวลาหลายทศวรรษเพื่อดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ให้เข้ามาลงทุน โดยสูญเสียโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า-มาสด้า ให้กับรัฐแอละแบมา ในปี 2561 และโรงงานขนาดใหญ่ของฮุนได ให้กับรัฐจอร์เจีย ในปี 2565
นายสก็อตต์ ลินซิโคม รองประธานฝ่ายเศรษฐศาสตร์ทั่วไปของสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะเคโท กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลกลางภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาดและรถอีวีในสหรัฐ แต่ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา รวมถึงการยกเลิกเงินอุดหนุนราว 2.4 แสนบาทสำหรับผู้ซื้อรถอีวี ซึ่งหลังจากนั้นวินฟาสต์ขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐขยายระยะเวลาการพัฒนาโครงการ
นายลินซิโคมระบุว่า นี่คือที่ดินที่มีมูลค่าสูงมากซึ่งปล่อยทิ้งร้างมานานถึงสี่ปีแล้ว และต้นทุนค่าเสียโอกาส รวมถึงทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่ทุ่มเทให้กับโครงการนี้จะไม่มีวันได้กลับคืนมา