เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
Real Estate SCG HOME Online ชูกลยุทธ์ O2O Ecosystem ยกระดับอีคอมเมิร์สเรื่องบ้าน เปิดแคมเปญใหญ่ “เติมบ้านคุ้ม ลุ้นรับทอง” คืนกำไรลูกค้า
WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
SD WMA โชว์ผลงาน “เจดีย์หักโมเดล” จากศูนย์บำบัดน้ำเสียเปลี่ยนเป็นสนามบอล เพื่อชุมชน
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ดูทั้งหมด

อินโดนีเซียอ่วม รูเปียห์ร่วงทะลุ 18,000/ดอลลาร์-หุ้นดิ่งสุดในรอบเกือบ 6 ปี

04 มิ.ย. 2569 | 13:26น.

ค่าเงินรูเปียห์และดัชนีราคาหุ้นอินโดนีเซียกลายเป็นดัชนีที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในเอเชียปีนี้โดยรูเปียห์อ่อนค่ามากถึง 0.5% และดัชนี IDX Composite ลดลง 5% เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เปราะบาง โดยนักลงทุนต่างรีบถอนตัวออกแม้ไม่มีปัจจัยใหม่กระตุ้น

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า วันที่ 4 มิถุนายน 2026 ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลงอย่างหนัก โดยค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ต่ำกว่าระดับสำคัญที่ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ และราคาหุ้นลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและอุปสรรคด้านเศรษฐกิจมหภาค ทำให้นักลงทุนหวาดวิตก

ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมากถึง 0.5% ทำให้ในปีนี้ ประเทศขาดทุนไปแล้วประมาณ 8% ขณะที่ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต (IDX Composite) ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นรวมของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ลดลง 5% ทำให้ทั้งสองกลายเป็นดัชนีที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียปีนี้

การเทขายเกิดขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและสถานะทางการคลังของอินโดนีเซีย โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้การคลังภาครัฐตึงเครียด ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการแทรกแซงการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์โดยรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแรงกดดันเกี่ยวกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และการประกาศทบทวนกลุ่มตลาดจากมอร์แกน สแตนลีย์ (MSCI) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ทำให้เกิดการดึงเงินลงทุนออกจากตลาด

นายเฟลิกซ์ ดาร์มาวัน นักวิเคราะห์จาก BCA Sekuritas ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในอินโดนีเซีย ระบุว่า การเทขายครั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และแรงกดดันจากดุลการค้าที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น

“นักลงทุนเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านนโยบาย รวมถึงประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันฟรี และแรงกดดันด้านอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวม” นายดาร์มาวันกล่าว

ความกังวลเหล่านั้น ปรากฏให้เห็นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งแม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบาง ซึ่งนักลงทุนต่างรีบถอนตัวออกแม้ว่าจะไม่มีปัจจัยใหม่มากระตุ้นก็ตาม                        

ความกังวลของนักลงทุน แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุดผ่านทางค่าเงินรูเปียห์ ซึ่งอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าระวังการแทรกแซงที่อาจเกิดขึ้น หรือสัญญาณที่ชัดเจนจากธนาคารกลาง

ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ (BNP Paribas S.A.) สัญชาติฝรั่งเศส, ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG) สัญชาติญี่ปุ่น และ Mega Capital Sekuritas บริษัทหลักทรัพย์ในอินโดนีเซีย คาดว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะเพิ่มการดำเนินงานในตลาด และอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายปาริชา ไซม์บี นักกลยุทธ์จากบีเอ็นพี พารีบาส์ กล่าวว่า ในอดีตทางการอินโดนีเซียเคยปกป้องตัวเลขกลม ๆ นี้ และตัวเลข 18,000 น่าจะเป็นระดับที่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดจะจับตามองอย่างใกล้ชิดในทางจิตวิทยา โดยการพยายามแทรกแซงของธนาคารกลาง เหมือนจะเป็นไปเพื่อชะลอการอ่อนค่าของสกุลเงิน

หากทะลุตัวเลข 18,000 ไปแล้ว อาจเร่งให้เงินทุนต่างชาติจากหุ้นและพันธบัตรไหลออกเร็วขึ้น ดังนั้นระดับตัวเลขนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญอุปสรรคมากขึ้น

ในปีนี้กองทุนทั่วโลก ได้ขายหุ้นอินโดนีเซียไปแล้ว 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) และพันธบัตรอีก 653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท)

“จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับความกังวลภายในประเทศ อาทิ การควบคุมการส่งออก รวมถึงการทบทวนกลุ่มตลาดจาก MSCI สินทรัพย์อินโดนีเซีย จะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านลบต่อไป” นายวี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกจากธนาคารบีเอ็นวาย เมลลอน สัญชาติอเมริกัน กล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนได้ออกมาตรการปฏิรูปเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น และธนาคารอินโดนีเซียได้ออกมาตรการหลายอย่าง รวมถึงการออกธนบัตรสกุลเงินรูเปียห์และการออกข้อกำหนดที่เข้มงวดในการซื้อเงินสกุลดอลลาร์แล้ว โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางเพิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 จุดพื้นฐาน

การตัดสินใจด้านนโยบายครั้งต่อไปของธนาคารกลางจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2026

อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงอย่างเข้มข้นของธนาคารกลางก็มีต้นทุนเช่นกัน โดยในเดือนเมษายน ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปี และฟิทช์ เรทติ้ง ได้เตือนว่า การที่เงินทุนสำรองลดลงอย่างมาก อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิต