เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ดูทั้งหมด

อินโดนีเซียอ่วม รูเปียห์ร่วงทะลุ 18,000/ดอลลาร์-หุ้นดิ่งสุดในรอบเกือบ 6 ปี

04 มิ.ย. 2569 | 13:26น.

ค่าเงินรูเปียห์และดัชนีราคาหุ้นอินโดนีเซียกลายเป็นดัชนีที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในเอเชียปีนี้โดยรูเปียห์อ่อนค่ามากถึง 0.5% และดัชนี IDX Composite ลดลง 5% เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เปราะบาง โดยนักลงทุนต่างรีบถอนตัวออกแม้ไม่มีปัจจัยใหม่กระตุ้น

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า วันที่ 4 มิถุนายน 2026 ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงลงอย่างหนัก โดยค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ต่ำกว่าระดับสำคัญที่ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ และราคาหุ้นลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายและอุปสรรคด้านเศรษฐกิจมหภาค ทำให้นักลงทุนหวาดวิตก

ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงมากถึง 0.5% ทำให้ในปีนี้ ประเทศขาดทุนไปแล้วประมาณ 8% ขณะที่ดัชนีจาการ์ตาคอมโพสิต (IDX Composite) ซึ่งเป็นดัชนีราคาหุ้นรวมของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ลดลง 5% ทำให้ทั้งสองกลายเป็นดัชนีที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชียปีนี้

การเทขายเกิดขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและสถานะทางการคลังของอินโดนีเซีย โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้การคลังภาครัฐตึงเครียด ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการแทรกแซงการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์โดยรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแรงกดดันเกี่ยวกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และการประกาศทบทวนกลุ่มตลาดจากมอร์แกน สแตนลีย์ (MSCI) ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ทำให้เกิดการดึงเงินลงทุนออกจากตลาด

นายเฟลิกซ์ ดาร์มาวัน นักวิเคราะห์จาก BCA Sekuritas ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในอินโดนีเซีย ระบุว่า การเทขายครั้งนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และแรงกดดันจากดุลการค้าที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้น

“นักลงทุนเริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านนโยบาย รวมถึงประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการอาหารกลางวันฟรี และแรงกดดันด้านอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวม” นายดาร์มาวันกล่าว

ความกังวลเหล่านั้น ปรากฏให้เห็นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้นร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งแม้จะไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบาง ซึ่งนักลงทุนต่างรีบถอนตัวออกแม้ว่าจะไม่มีปัจจัยใหม่มากระตุ้นก็ตาม                        

ความกังวลของนักลงทุน แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุดผ่านทางค่าเงินรูเปียห์ ซึ่งอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทำให้นักลงทุนต้องเฝ้าระวังการแทรกแซงที่อาจเกิดขึ้น หรือสัญญาณที่ชัดเจนจากธนาคารกลาง

ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ (BNP Paribas S.A.) สัญชาติฝรั่งเศส, ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (MUFG) สัญชาติญี่ปุ่น และ Mega Capital Sekuritas บริษัทหลักทรัพย์ในอินโดนีเซีย คาดว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะเพิ่มการดำเนินงานในตลาด และอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายปาริชา ไซม์บี นักกลยุทธ์จากบีเอ็นพี พารีบาส์ กล่าวว่า ในอดีตทางการอินโดนีเซียเคยปกป้องตัวเลขกลม ๆ นี้ และตัวเลข 18,000 น่าจะเป็นระดับที่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดจะจับตามองอย่างใกล้ชิดในทางจิตวิทยา โดยการพยายามแทรกแซงของธนาคารกลาง เหมือนจะเป็นไปเพื่อชะลอการอ่อนค่าของสกุลเงิน

หากทะลุตัวเลข 18,000 ไปแล้ว อาจเร่งให้เงินทุนต่างชาติจากหุ้นและพันธบัตรไหลออกเร็วขึ้น ดังนั้นระดับตัวเลขนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญอุปสรรคมากขึ้น

ในปีนี้กองทุนทั่วโลก ได้ขายหุ้นอินโดนีเซียไปแล้ว 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) และพันธบัตรอีก 653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท)

“จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับความกังวลภายในประเทศ อาทิ การควบคุมการส่งออก รวมถึงการทบทวนกลุ่มตลาดจาก MSCI สินทรัพย์อินโดนีเซีย จะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านลบต่อไป” นายวี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกจากธนาคารบีเอ็นวาย เมลลอน สัญชาติอเมริกัน กล่าว

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนได้ออกมาตรการปฏิรูปเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น และธนาคารอินโดนีเซียได้ออกมาตรการหลายอย่าง รวมถึงการออกธนบัตรสกุลเงินรูเปียห์และการออกข้อกำหนดที่เข้มงวดในการซื้อเงินสกุลดอลลาร์แล้ว โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางเพิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 50 จุดพื้นฐาน

การตัดสินใจด้านนโยบายครั้งต่อไปของธนาคารกลางจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2026

อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงอย่างเข้มข้นของธนาคารกลางก็มีต้นทุนเช่นกัน โดยในเดือนเมษายน ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปี และฟิทช์ เรทติ้ง ได้เตือนว่า การที่เงินทุนสำรองลดลงอย่างมาก อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิต