เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ศุภจี เร่งปิดดีล ART สหรัฐสิ้น มิ.ย. ลดเสี่ยงภาษี 301 แรงงานบังคับ 12.5%

04 มิ.ย. 2569 | 17:33น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

“ศุภจี” เผยไทยเร่งเจรจาข้อตกลง ART กับสหรัฐให้จบภายในสิ้น มิ.ย.นี้ หลังผลไต่สวนเบื้องต้นมาตรา 301 กรณี Forced Labor จัดไทยอยู่กลุ่มเสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่ม 12.5%

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภายหลังสหรัฐอเมริกาออกผลการไต่สวนเบื้องต้นภายใต้มาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ หรือ Forced Labor โดยแบ่งประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ถูกไต่สวนรวม 60 แห่ง ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีมาตรการดูแลแรงงานบังคับตามที่สหรัฐเห็นว่าเพียงพอ 14 เขตเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ยังไม่มีข้อกำหนดหรือการบังคับใช้เพียงพอ 46 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลัง

ผลเบื้องต้นดังกล่าวทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ขณะที่กลุ่ม 14 เขตเศรษฐกิจถูกกำหนดเพดานภาษีไว้ที่ 10%

ทั้งนี้ ประเด็นที่สหรัฐพิจารณาไม่ได้ติดใจเรื่องการดูแลแรงงานบังคับภายในประเทศไทย แต่เป็นเรื่องที่ไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าจากประเทศที่สาม

ก่อนหน้านี้ ทีมไทยแลนด์ได้เดินทางไปชี้แจงข้อมูลต่อสหรัฐช่วงวันที่ 13-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการคลังเข้าร่วม และได้อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว ส่วนประเด็นกฎหมายหรือมาตรการเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีแรงงานบังคับ อาจต้องให้กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการชี้แจงแผนดำเนินการเพิ่มเติม

นางศุภจีกล่าวว่า ผลที่ออกมายังเป็นเพียงผลเบื้องต้น โดยไทยจะต้องยื่นคำขอเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น หรือ Hearing ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เพื่อชี้แจง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเหมาะสมของอัตราภาษี รายการสินค้าที่ควรเพิ่มหรือถอดออก และความเหมาะสมของสินค้าที่ได้รับการยกเว้นใน Annex A

หลังจากนั้น สหรัฐจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และไทยยังสามารถส่งข้อโต้แย้งเพิ่มเติมภายหลังการรับฟังความคิดเห็นได้ภายในประมาณวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ก่อนสหรัฐประกาศผลขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินกระบวนการให้เสร็จก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569

สำหรับรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นใน Annex A มีทั้งหมด 1,655 รายการ ครอบคลุม 4 หมวดหลัก ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร สินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานและแร่ธาตุ และชิ้นส่วนอากาศยาน เช่น สับปะรด มะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง สมาร์ทโฟน และแผ่นวงจร

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐมีประมาณ 10,000 รายการ ไทยจึงต้องเร่งพิจารณาว่าควรเสนอให้เพิ่มสินค้าใดเข้าไปในรายการยกเว้นเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์บางกลุ่ม และสินค้าที่ทำจากยางพารา

แหล่งข่าวระบุว่า ข้อสังเกตสำคัญคือ บางประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีต่ำกว่าไทย แม้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีแรงงานบังคับอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นประเทศที่ลงนามข้อตกลง ART กับสหรัฐแล้ว เช่น มาเลเซีย กัวเตมาลา บังกลาเทศ อาร์เจนตินา และไต้หวัน

ขณะที่ประเทศที่มีกฎหมายอยู่แล้วมี 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน

ดังนั้น ท่าทีของไทยขณะนี้คือเร่งเจรจาข้อตกลง ART กับสหรัฐให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เพราะอาจมีผลต่อสถานะของไทยในมาตรการภาษีดังกล่าว โดยสหรัฐส่งสัญญาณว่าประเทศที่สามารถปิดดีล ART ได้ มีโอกาสได้รับอัตราภาษีในระดับที่ต่ำกว่า แม้ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ทั้งหมด

“ต่อให้ลงนาม ART แล้วก็ยังต้องถูกเก็บภาษีอยู่ เพราะทั้ง 60 ประเทศอยู่ในข่ายทั้งหมด เพียงแต่หากจบ ART ได้ อาจทำให้ไทยขยับไปอยู่ในกลุ่มอัตราที่ต่ำลง จากที่ขณะนี้ผลเบื้องต้นอยู่ที่ 12.5%” แหล่งข่าวระบุ

ปัจจุบันการเจรจา ART ยังมีประเด็นค้างอยู่ประมาณ 25 เรื่อง กระจายอยู่ในหลายกระทรวง โดยมีความคืบหน้าต่อเนื่อง และคาดว่าจะสามารถสรุปท่าทีสุดท้ายของไทยได้ในเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่ผู้แทนการค้าไทยจะเดินทางไปสหรัฐวันที่ 5 มิถุนายน เพื่อเจรจาต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์

นอกจากประเด็น Forced Labor แล้ว ไทยยังติดตามผลไต่สวนอีกประเด็นคือ Excess Capacity ซึ่งสหรัฐคาดว่าจะออกผลเบื้องต้นภายในปลายเดือนนี้ หรือในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเกี่ยวข้องกับ 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยาง และเครื่องจักร ไม่ครอบคลุมสินค้าเกษตร

ฝ่ายไทยได้ชี้แจงต่อสหรัฐว่า ข้อมูลกำลังการผลิตของไทยใน 3 กลุ่มสินค้าไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามที่ถูกกล่าวหา โดยข้อมูลจากผู้ประกอบการรายใหญ่และรายสำคัญที่ส่งออกไปสหรัฐจริง พบว่า Capacity Utilization อยู่ที่ 70-95%

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกระทรวงอุตสาหกรรมให้ปรับปรุงฐานข้อมูล Manufacturing Production Index หรือ MPI ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น เพื่อใช้ประกอบการเจรจาและลดช่องว่างด้านข้อมูลในอนาคต

ทั้งนี้ มาตรการภาษีของสหรัฐมีลักษณะบวกเพิ่มจากอัตราภาษีเดิม หรือ On Top จากอัตรา MFN ที่สินค้าแต่ละรายการถูกเก็บอยู่แล้ว ดังนั้น ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละกลุ่มจะขึ้นอยู่กับฐานภาษีเดิมและผลสรุปของมาตรการเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ปรับเป้าหมายส่งออกไทยปีนี้ เนื่องจากตัวเลขส่งออกช่วงต้นปียังขยายตัวดีกว่าคาด โดยไตรมาสแรกเติบโตใกล้ 20% และเดือนเมษายนขยายตัวกว่า 20% แม้การค้าโลกยังเผชิญแรงกดดันจากค่าขนส่งและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์