เจนเซน หวง CEO ของ Nvidia ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับกลุ่มบริษัท LG Group สร้างโรงงาน AI เน้นหุ่นยนต์ เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัติโนมัติ และสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต หวังผลักดันให้หุ่นยนต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนและภาคอุตสาหกรรม
ไอเอ็นซี (Inc.) เผย เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมกับร่วมกับ คู กวางโม (Koo Kwang-mo) ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท LG Group ณ กรุงโซล ว่า
“เรากำลังร่วมมือกับ LG ในด้านเทคโนโลยีมอเตอร์และกลไกเพื่อผสานรวมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ากับอนาคตของระบบหุ่นยนต์ นอกจากนี้ เรายังร่วมมือกับ LG ในการออกแบบสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคตอีกด้วย”
Nvidia ระบุว่า ความร่วมมือในการสร้างโรงงาน AI ครั้งนี้ จะเป็นการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว (Accelerated Computing Infrastructure) ให้แก่ LG Group เพื่อใช้ในการฝึกฝน จำลองสถานการณ์ ตรวจสอบความถูกต้อง และปรับใช้แอปพลิเคชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในธุรกิจหลักทั้งหมดของเครือ LG
หุ่นยนต์พ่อบ้านและ Nvidia Cosmos
ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Nvidia ในการขยายตลาดหุ่นยนต์ระดับฮิวแมนนอยด์ ร่วมกับ LG ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยปัจจุบัน LG อยู่ในกระบวนการพัฒนาหุ่นยนต์ในบ้านเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านที่หลากหลาย
ภายใต้ข้อตกลงนี้ เฟรมเวิร์กและระบบของ Nvidia จะถูกนำไปผสานรวมกับเทคโนโลยีของ LG เพื่อช่วยฝึกฝนและตรวจสอบหุ่นยนต์ในบ้านผ่านสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่มีความแม่นยำทางฟิสิกส์ ก่อนที่จะนำไปใช้งานและจัดจำหน่ายจริงให้กับผู้บริโภค
นอกจากนี้ LG Electronics ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ กำลังพัฒนาโรงงานข้อมูล AI ทางกายภาพ เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถเร่งความเร็วในโปรเจ็กต์ลักษณะนี้ได้ โดย LG ตั้งเป้าที่จะจัดหาข้อมูลการฝึกฝนคุณภาพสูงสำหรับหุ่นยนต์และ AI ในภาคอุตสาหกรรม ผ่าน Nvidia Cosmos ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโมเดลพื้นฐาน ของ Nvidia
GR00T คิดวิเคราะห์คล้ายมนุษย์
ซีอีโอของ LG ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า
“เราได้มีการหารือเชิงลึกและสร้างแรงบันดาลใจร่วมกับ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia เกี่ยวกับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมในอนาคต พิมพ์เขียวของระบบนิเวศ AI ที่ Nvidia วาดไว้นั้น สอดคล้องกับทิศทางของ LG ที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายในชีวิตประจำวันของลูกค้าและไซต์อุตสาหกรรมทั่วโลก
“เราจะกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยการรวมขีดความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน”
ทั้งสองแบรนด์ยังจะร่วมมือกันในกระบวนการผลิต GR00T ซึ่งเป็นโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์รุ่นต่อไปของ Nvidia โดยโครงการวิจัยและแพลตฟอร์มการพัฒนานี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ทั้งในส่วนของโมเดลพื้นฐานและท่อส่งข้อมูล (Data Pipelines)
ตามบล็อกโพสต์ของ Nvidia โมเดล GR00T จะช่วยให้หุ่นยนต์ของ LG มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และให้เหตุผลคล้ายมนุษย์ เพื่อยกระดับจากขีดความสามารถในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น Nvidia และ LG Electronics วางแผนที่จะร่วมกันพัฒนา Reference Robots ซึ่งจะทำให้หุ่นยนต์ของ LG เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ NVIDIA Isaac GR00T อย่างเต็มตัว
“หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะนำ AI ทางกายภาพมาสู่อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์” เจนเซน หวง กล่าว
“NVIDIA Isaac GR00T Reference Humanoid Robot จะช่วยให้นักวิจัยมีแพลตฟอร์มแบบเปิดที่เป็นหนึ่งเดียวในการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ เพื่อมุ่งสู่ปัญญาประดิษฐ์ทางกายภาพที่ใช้งานได้ทั่วไป”
ความสำเร็จ-การขยายเครือข่ายพันธมิตรของ Nvidia
ในขณะที่ LG เริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นชื่อที่คุ้นหูในฐานะผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ การมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง Nvidia ถือเป็นข้อได้เปรียบครั้งใหญ่ เนื่องจาก Nvidia ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย เจนเซน หวง มักจะกล่าวถึง Nvidia ว่า
“Nvidia เป็นรากฐานของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ที่รวมระบบนิเวศทั่วโลกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะที่จะขับเคลื่อนโรงงาน โลจิสติกส์ การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานในยุคต่อไป”
ล่าสุด Nvidia ยังได้ประกาศความร่วมมือกับ Unitree สตาร์ตอัพจากประเทศจีน ในการวิจัยระบบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยจะนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น H2 ของ Unitree ที่มีความสูงเกือบ 6 ฟุต มาผสานรวมกับฮาร์ดแวร์ Jetson Thor และขีดความสามารถด้าน AI ของ Nvidia
ทั้งนี้ Unitree ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลกในด้านยอดจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และกำลังเตรียมตัวที่จะเปิดขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ภายในปลายเดือนนี้
การขยายความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และชิปประมวลผล กับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI ทางกายภาพ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้ามาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันและภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง ยังคงต้องพึ่งพาการทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ตลอดจนราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและการยอมรับจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องติดตามกันต่อไปในระยะยาว