เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
การศึกษา สจล.ผนึกเขตลาดกระบัง เปิดหอประชุมฯ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว.  สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
Politics ‘อนุทิน’ ถกผู้ว่าฯ 76 จว. สั่งรับมือน้ำท่วม หวั่นซ้ำรอยหาดใหญ่
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 สะท้อนพลังบันเทิงไทย แฟน 189 ประเทศร่วมโหวต
Biz Movement FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 สะท้อนพลังบันเทิงไทย แฟน 189 ประเทศร่วมโหวต
ครม.นัดพิเศษ เคาะ วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการ พร้อมขยายทางด่วนฟรี
Politics ครม.นัดพิเศษ เคาะ วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการ พร้อมขยายทางด่วนฟรี
ขยายเวลาขึ้นทางด่วนฟรี 8 สายทาง ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.
News ขยายเวลาขึ้นทางด่วนฟรี 8 สายทาง ถึงเที่ยงคืน 29 ก.ย.
สนามบินภูเก็ตคึกคัก! ต้อนรับ “เนเน่รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 กลับถึงไทย ยายแก้วสุดดีใจ สวมกอดน้ำตาซึม
Biz Movement สนามบินภูเก็ตคึกคัก! ต้อนรับ “เนเน่รอยัล” คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 กลับถึงไทย ยายแก้วสุดดีใจ สวมกอดน้ำตาซึม
“ตลาดทุน-คริปโต” เปิดบริการปกติ 28 ก.ย.นี้ ระบบซื้อขายพร้อมรับมือน้ำท่วม
Finance “ตลาดทุน-คริปโต” เปิดบริการปกติ 28 ก.ย.นี้ ระบบซื้อขายพร้อมรับมือน้ำท่วม
คปภ.แนะน้ำท่วม “บ้าน–รถยนต์” ต้องทำอย่างไร? เช็กให้ครบก่อนเคลม!
Finance คปภ.แนะน้ำท่วม “บ้าน–รถยนต์” ต้องทำอย่างไร? เช็กให้ครบก่อนเคลม!
ตลาดหุ้นไทยเปิดปกติ 28 ก.ย. SET ประสาน ก.ล.ต.-โบรกฯ เตรียมระบบพร้อม
Finance ตลาดหุ้นไทยเปิดปกติ 28 ก.ย. SET ประสาน ก.ล.ต.-โบรกฯ เตรียมระบบพร้อม
น้ำท่วม 48 จังหวัดกด GDP ไตรมาส 3 หาย 0.55% เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด
Economic น้ำท่วม 48 จังหวัดกด GDP ไตรมาส 3 หาย 0.55% เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด
ดูทั้งหมด

“ท่องเที่ยว” ดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อน จ่ออัด 3 พันล้าน ทำ “เที่ยวช่วยไทย” 1 ล้านสิทธิ

26 มิ.ย. 2569 | 09:29น.

“สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” รมว.ท่องเที่ยวฯ เร่งเครื่องปลุกอุตฯ ท่องเที่ยว รุกตั้ง “คณะกรรมการนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยวไทย” ดึงเอกชนทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเตรียมของบฯ กลาง 3,000 ล้านบาทอัดโครงการ “เที่ยวช่วยไทย พลัส” รัฐร่วมจ่ายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิปลุกเที่ยวในประเทศ หนุนให้ ผ.15 “อินเดีย” ฟรีวีซ่า 15 วัน พร้อมปรับวีซ่า EU เป็น ผ.30 เท่าเทียมกันทุกประเทศ เร่งสรุปแผนเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน หวังดีเดย์ทันไตรมาสแรกปี ’70 แจงแผนรวมกระทรวงการท่องเที่ยวฯ-วัฒนธรรม มีแต่ข้อดี คาดแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลักดันให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้จัดตั้ง “คณะกรรมการนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยวไทย” โดยดึงเอกชนทุกภาคส่วนร่วมเดินหน้าท่องเที่ยวไทย ทั้งผู้ประกอบการโรงแรม สายการบิน สมาคมท่องเที่ยว ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนะนโยบาย สะท้อนปัญหา และร่วมกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อรัฐบาลโดยตรง

ทั้งนี้ ตามโครงสร้างจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนภาคเอกชน เป็นคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อน โดยกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่กลั่นกรองและรับฟังเรื่องต่าง ๆ ก่อนนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งมีคำสั่งแต่งตั้งไปแล้วเมื่อ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีแผนตั้งคณะอนุกรรมการย่อยแต่ละภาคส่วนเข้ามาสนับสนุนในแต่ละภารกิจอีกส่วนหนึ่งด้วย โดยกระทรวงจะรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนก่อนที่จะกำหนดหรือประกาศนโยบายอะไรทุกครั้ง ไม่ใช่รัฐคิดเองทำเอง ซึ่งเอกชนทุกภาคส่วนก็จำเป็นต้องเข้ามาช่วยทำงานและมีส่วนร่วมในการเสนอแนะนโยบายด้วย

“คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ นั้นจะรวมทั้งภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวง, ผู้ว่าการ ททท., อธิบดีกรมการท่องเที่ยว, อพท. และสมาคมเอกชนต่าง ๆ เช่น สมาคมแอตต้า, สมาคมโรงแรมไทย, สมาคมรถขนส่ง, สมาคมสายการบิน เป็นต้น”

ขอ 3 พันล้านทำ “เที่ยวช่วยไทย”

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า และเพื่อเร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศให้มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะนี้กระทรวงมีแผนของบประมาณกลางของงบประมาณปี 2570 ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำมาดำเนินโครงการ Co-Payment ผ่านโครงการ “เที่ยวช่วยไทย พลัส” โดยรัฐบาลร่วมจ่าย จำนวนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ โดยในรายละเอียดจะมีการปรับเปลี่ยนจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ให้สอดรับกับสถานการณ์

“ในภาพรวมรัฐบาลมีแผนจะทำโครงการ Co-Payment ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวแน่นอน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะประมาณ 3,000 บาทต่อสิทธิ ส่วนชื่อจะเป็นชื่อนี้หรือจะเปลี่ยนชื่อ หรือรัฐบาลจะช่วยจ่ายในสัดส่วน 50% หรือ 60% และ 1 คนจะได้กี่สิทธินั้นต้องพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลักการดำเนินการจะตั้งอยู่บนพื้นฐานการใช้ที่ง่าย สะดวก ไม่ซับซ้อน และอาจจะไม่จำกัดวันธรรมดา หรือวันเสาร์-อาทิตย์ หรือเมืองหลัก-เมืองรอง” นายสุรศักดิ์กล่าว

สำหรับช่วงเวลาดำเนินการนั้นคาดว่าน่าจะเริ่มได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 นี้ โดยมีระยะเวลารวม 8 เดือน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งในช่วงที่เป็นไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น เนื่องจากแต่ละพื้นที่ท่องเที่ยวมีช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่นที่แตกต่างกัน

ฟรีวีซ่าอินเดีย 15 วัน-ปรับวีซ่า EU

นายสุรศักดิ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้นประเด็นหนึ่งที่ต้องเร่งผลักดันคือ นโยบายวีซ่า หลังจากรัฐบาลทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa) แบบ ผ.60 และปรับปรุง ผ.30 และจัดทำรายชื่อ ผ.15 ใหม่ โดยสนับสนุนให้รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศพิจารณาทบทวนวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวอินเดียเป็นแบบ ผ.15 หรือฟรีวีซ่า 15 วัน

จากเดิมที่เป็นแบบ Visa on Arrival (VOA) หรือการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวอินเดียมีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมาก และเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตสูง

นอกจากนี้ ยังเสนอเพิ่มเติมในส่วนของกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป (EU) โดยให้พิจารณาเป็น ผ.30 เท่ากับทุกประเทศ เพื่อความรู้สึกที่เท่าเทียมกันของกลุ่มประเทศในสหภาพ EU และเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าประเทศไทยเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้คาดว่าทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวนี้จะมีความชัดเจนและเสนอเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.ได้ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมนี้

เร่งสรุปเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน”

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังต้องเร่งหาข้อสรุปเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียม “เหยียบแผ่นดิน” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เบื้องต้นจะโฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางอากาศเป็นหลักโดยทางเลือกแรกคาดว่าจะเก็บผ่านตั๋วโดยสารเครื่องบินจำนวน 300-500 บาท

ทั้งนี้ เพื่อนำรายได้มาดูแลด้านประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยว ลดภาระงบประมาณของรัฐบาล และดูแลด้านซัพพลายไซด์ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว ห้องน้ำ ฯลฯ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปและเริ่มจัดเก็บได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2570

“สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านทางบกและทางน้ำยังต้องหารือและพิจารณาในรายละเอียดในเฟสต่อไป เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นตลาดระยะใกล้และเดินทางบ่อย ส่วนคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศนั้นระบบจองตั๋วจะคืนเงินทันทีที่จองตั๋วเครื่องบิน” นายสุรศักดิ์กล่าว และว่า ในส่วนของภาษีขาออก หรือ Exit Tax นั้นเป็นบทบาทของกระทรวงการคลัง ซึ่งต้องรอข้อสรุปจากกระทรวงการคลังต่อไป

“ท่องเที่ยว+วัฒนธรรม” มีแต่ข้อดี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรมด้วยว่า ตามโครงสร้างหน่วยงานที่จะถูกนำไปอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวฯจะประกอบด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรมการท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.

ส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซึ่งมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย จะอยู่ในโครงสร้างของกระทรวงการกีฬา

“ตามแผนการเพิ่มกระทรวงเราจะไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังคน จะใช้คนที่มีอยู่เดิม แต่อาจมีการขยายภารกิจและจัดแบ่งคนระหว่างงานท่องเที่ยวและกีฬาให้ชัดเจนขึ้น ไม่ให้ทับซ้อนกัน โดยคาดว่าโครงสร้างใหม่จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้” นายสุรศักดิ์กล่าว และว่า ส่วนตัวมองว่าการเอาท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรมนั้นมีแต่ข้อดี และจะทำให้การท่องเที่ยวมีความโดดเด่นมากขึ้น และทำให้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวขยับขึ้นเป็นกระทรวงเกรด Aที่มีมูลค่าด้วย