เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ปชน.ผิดหวัง-ไม่ผิดคาด ศาลไฟเขียว ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ ยันไร้ความเร่งด่วน

09 ก.ค. 2569 | 14:07น.
ปชน.ผิดหวัง-ไม่ผิดคาด ศาลไฟเขียว 'พ.ร.ก.กู้ฯ' ย้ำไร้ความจำเป็นเร่งด่วน

หัวหน้าพรรค ปชน. ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว ‘พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน’ ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ ‘ศิริกัญญา’ กังขารถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์ ซ้ำซ้อนงบฯ ปี70 จ่อหาทางตัดใน กมธ.งบฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก สำหรับเยียวยาผลกระทบจากวิกฤต ตะวันออกกลาง และวงเงินอีก 2 แสนล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีมติ 7 ต่อ 2 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

นายณัฐพงษ์ระบุว่า ผลคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ แต่ยังคงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากแต่เป็นการพยายามสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่สามารถบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อยู่แล้ว

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 กำลังพิจารณาโครงการเหล่านี้อยู่ และในช่วงเช้าวันเดียวกัน หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานอื่นที่ต้องการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ได้เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมาธิการ

ยกตัวอย่างล่าสุด มีข้อเสนอขอใช้งบฯเพื่อก่อสร้างลานกีฬาโซลาร์ รถขยะพลังงานไฟฟ้า และโครงการอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่สามารถตั้งงบประมาณผ่านงบฯรายจ่ายประจำปีได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการพิเศษ หรือเงินกู้ 400,000 ล้านบาท

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันข้อสังเกตของพรรคประชาชน ที่พูดมาตลอดว่า โครงการที่รัฐบาลพยายามผลักดันไม่ได้เข้าเงื่อนไขของการใช้อำนาจออก พ.ร.ก.เงินกู้แต่อย่างใด

อีกทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากอยู่นอกสมัยประชุม และการรอเปิดสมัยประชุมตามปกติจะก่อให้เกิดความล่าช้า คณะรัฐมนตรีสามารถเรียกประชุมสมัยวิสามัญเป็นการด่วน เพื่อให้รัฐสภาพิจารณารับรองหรือไม่รับรองพระราชกำหนดได้ ดังนั้น จึงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่าได้มีการหารือกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ การจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ส่วนพรรคประชาชนได้ยืนยันจุดยืนมาโดยตลอดว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ผลที่ออกมาจะไม่ได้ผิดจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ก็ตาม

ด้าน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ติดตามสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาลว่ามีการคาดการณ์ผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าหรือไม่ โดยพบว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะใช้วงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแม้แต่โครงการเดียว แต่ในช่วงเพียง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีการให้ข่าวจากรัฐมนตรีหลายคน ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ดังกล่าว

น.ส.ศิริกัญญาเปิดเผยว่า พรรคยังได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอขึ้นเอง แต่มีลักษณะเป็นแค็ตตาล็อก หรือเมนูรายการสินค้า และโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้

โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง หรือส่งผลต่อการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า พรรคจึงมีข้อสงสัยว่า รายการโครงการดังกล่าวอาจเป็นโครงการที่มีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่พรรคตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า วงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสอดไส้โครงการ โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง และอาจถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า หลังจากนี้โครงการต่าง ๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์จะตัดออกอย่างไร น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า จะต้องใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินโดยเฉพาะ แต่ในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี’70 ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ได้ เพราะหลายโครงการขอมาซ้ำซ้อน

โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในงบฯปี’70 มีกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้า 200,000 ล้านบาทนี้ยืนยันว่าใช้ได้แล้วก็ต้องพิจารณาเรื่องความซ้ำซ้อนของโครงการ และยังมีอีกหนึ่งก้อนในรายการงบฯ กลางปี’70 เป็นรายการค่าใช้จ่ายในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท

โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเงินสะสม หรือมีเงินนอกงบประมาณมาออกเงินคนละครึ่งกับรัฐบาลเพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว วงเงินจะไม่ใช่แค่ 2 แสนล้านบาทแล้ว แต่จะเป็น 2.1 แสนล้านบาท จึงมีความกังวลว่าจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นหรือไม่ ถ้าจะต้องตัดทางใดทางหนึ่งต้องทำอย่างไร เพราะ 2 แสนล้านบาทใน พ.ร.ก.เราไม่มีอำนาจไปยุ่งในวงเงิน นอกจากว่าจะหมดคว่ำ พ.ร.ก.ได้ทั้งฉบับ แต่ในงบประมาณปี’70 ถ้า 1.2 หมื่นล้านบาทนี้ซ้ำซ้อนกับ 2 แสนล้านบาทที่ออกโดย พ.ร.ก. ก็อาจจะตัดได้ทั้งโครงการเช่นเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.ก.กู้เงิน