ผลตรวจน้ำล่าสุด แม่น้ำกก-สาย ยังพบสารหนูเกินมาตรฐาน ส่วนรวก-โขงผ่านเกณฑ์ปลอดภัย
กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งที่ 20 พบแม่น้ำกกและแม่น้ำสายยังตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในบางจุด โดยแม่น้ำกกพบ 7 จุด และแม่น้ำสายพบครบทั้ง 3 จุดตรวจวัด ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบสารหนูเกินค่ากำหนด พร้อมยืนยันเดินหน้าติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน
รายงานข่าวจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 15-19 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พบว่า แม่น้ำกกและแม่น้ำสายยังตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยค่าสารหนูที่ใช้พิจารณาอ้างอิงตามมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไว้ไม่เกิน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)
ผลการตรวจวัดจากจุดตรวจสอบ 22 จุด พบว่า แม่น้ำกกมีสารหนูเกินมาตรฐาน 7 จุด ได้แก่ สะพานท่าตอน ตำบลท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ (KK01) และสะพานมิตรภาพแม่นาวาง จังหวัดเชียงใหม่ (KK02) มีค่าเท่ากันที่ 0.019 มก./ล. สะพานมิตรภาพแม่ยาวดอยยาง (KK05) และสะพานข้ามแม่น้ำกก (KK07) มีค่า 0.015 มก./ล. สะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 (KK09) และสะพานริมกก-เวียงเหนือรวมใจ (KK11) มีค่า 0.012 มก./ล. และสะพานโยนกนาคนคร จังหวัดเชียงราย (KK12) มีค่า 0.011 มก./ล.
ส่วนแม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐานทั้ง 3 จุดตรวจวัด ได้แก่ บ้านหัวฝาย (SA01) มีค่า 0.023 มก./ล. สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 (SA02) มีค่า 0.022 มก./ล. และบ้านป่าซางงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (SA03) มีค่า 0.018 มก./ล. ขณะที่การตรวจโลหะหนักชนิดอื่น ได้แก่ ตะกั่วและแมงกานีส พบว่ามีค่าเป็นไปตามมาตรฐานทุกจุดตรวจวัด
สำหรับแม่น้ำรวก ผลการตรวจวัดครั้งนี้พบว่าคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานทุกจุดตรวจวัด และไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน เช่นเดียวกับแม่น้ำโขงที่ผลการตรวจคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกจุด และไม่พบสารหนูเกินค่าที่กำหนด
นอกจากนี้ ลำน้ำสาขาที่ใช้เป็นจุดอ้างอิง ได้แก่ แม่น้ำฝาง แม่น้ำกรณ์ และแม่น้ำลาว ยังคงมีคุณภาพน้ำอยู่ในระดับปลอดภัย โดยไม่พบโลหะหนักเกินมาตรฐาน
คพ.ระบุว่า จะดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์สารปนเปื้อนในแหล่งน้ำ พร้อมรายงานผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงใช้ข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังและบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
