“ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบเสียชีวิต 27 ราย สั่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งตรวจใบอนุญาต
“ชัชชาติ“ ลงพื้นที่ติดตามเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เบื้องต้นพบเสียชีวิต 27 ราย ชาย 9 หญิง 18 สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือญาติ เร่งตรวจใบอนุญาต-ระบบทางหนีไฟ รอผลพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 02.40 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ย่านลาดพร้าว พร้อมสั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเร่งตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากต้องรอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ญาติผู้ประสบเหตุใช้ช่องทางของศูนย์ประสานงานในการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาจุดต้นเพลิง สาเหตุของเหตุการณ์ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงลุกไหม้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว ประกอบกับภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
จากการปฏิบัติการช่วยเหลือ พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลัง 2 จุด
นายชัชชาติกล่าวว่า จากลักษณะพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกหลายจุดยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนสรุปข้อเท็จจริง
กรุงเทพมหานครจะตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน และการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าการจัดวางพื้นที่และการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่
นายชัชชาติ กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนของกรุงเทพมหานครในขณะนี้มี 3 ด้าน ได้แก่ การตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ การตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และการตรวจสอบระบบทางหนีไฟให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต
ด้านนายสุริยชัย กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควัน อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ
ล่าสุด ณ เวลา 03.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย และเพศหญิง 18 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 18 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (สีแดง) 8 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง (สีเหลือง) 7 ราย และผู้บาดเจ็บอาการเล็กน้อย (สีเขียว) 3 ราย
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการรักษาแล้ว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต