อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
อนุทินจับมือชัชชาติพัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน รัฐบาลหนุนเต็มที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ว่าวันที่ 12 ก.ค. ทีมงานของผมและทีมงานนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน เพราะ กทม.มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะรัฐบาลมีความคุ้นเคยกับนายชัชชาติที่ได้เข้ามาทำงานอีกวาระหนึ่ง

สำหรับแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ จะเน้นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง โดยมุ่งเน้นการเสริมขีดความสามารถการขนส่งมวลชน ลดค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า รถเมล์ ทำระบบตั๋วร่วม และการเดินทางเชื่อมต่อกับปริมณฑล ด้วยรถ ราง เรือ
ที่ขณะนี้ยังทำไม่สำเร็จ มั่นใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและ กทม. ทุกอย่างจะต้องสำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ และในสมัยของนายชัชชาติ เราจะดำเนินการร่วมกัน โดยผมได้เชิญนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ให้มารับทราบแนวทางดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนทุกด้านให้ประสบความสำเร็จเร็วที่สุด
ขณะที่การพัฒนาคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะร่วมมือกับ กทม.ในการจัดพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมธนารักษ์
โดยจะให้ กทม.จัดทำเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกันเพื่อประโยชน์ 3 อย่างของคน กทม. ทั้งสวนสาธารณะ ลานกีฬากิจกรรมชุมชน และการให้โอกาสประกอบอาชีพค้าขายของพ่อค้ารายย่อย รวมถึงการพัฒนาเมืองมหานครร่วมกันเพื่อจัดระบบป้องกันน้ำท่วม การป้องกันฝุ่นพิษจากการเผา และลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงระบบจราจรที่เป็นปัญหาใหญ่ของเมือง และการพัฒนาระบบไฟฟ้าและประปาของ กทม.
นายอนุทินกล่าวว่า จากนี้ไปรัฐบาลและ กทม.จะทำงานร่วมกันและช่วยกันพัฒนาพร้อมแก้ปัญหาร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ประโยชน์และพัฒนาคุณภาพชีวิตชาว กทม. และยังมีอีกหลายโครงการที่ผู้ว่าฯ กทม. ได้นำเสนอเป็นนโยบาย และมีความคาดหวังที่อยากเห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว หลายโครงการสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เราพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงการใช้ตั๋วร่วมจะเป็นเร็ว ๆ นี้หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ตอนนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม และ พ.ร.บ.การขนส่งทางรางผ่านการพิจารณาเรียบร้อยหมดแล้ว จะพยายามทำให้ได้ในปีนี้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ โดยการเดินทางขาเดียวจะมีราคา 17 บาท ไม่เกิน 45 บาท