ศุภจี ถอยแล้ว ข้าวแกง 40 บาท ชี้มีคนไม่เห็นด้วย
‘ศุภจี’ แจงปมต่อยอดไทยช่วยไทยพลัส ตั้งราคาข้าวแกง 40 บาทเป็นเพียงตัวอย่าง ยันไม่นำเข้า ครม. เชื่อรัฐบาลไม่สามารถผลักดันมาตรการท่ามกลางความคิดเห็นแตกต่างได้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ – Suphajee Suthumpun ชี้แจงกรณีแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์กำลังพิจารณาต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เบื้องต้นตั้งเป้าราคาไว้ที่ประมาณ 40 บาทต่อจาน ซึ่งมีประเด็นในขณะนี้ โดยมีข้อความระบุดังนี้
สวัสดีค่ะ เมื่อวันก่อนได้คุยกับน้อง ๆ สื่อมวลชน เรื่องของราคาข้าวแกง
ซึ่งหลังจากราคาพลังงานเริ่มลดลง กระทรวงพาณิชย์ได้รับการเรียกร้องให้ช่วยหาทางลดค่าครองชีพที่เป็นสิ่งจำเป็น และเป็นรายจ่ายประจำทุกวัน คือข้าวแกง
จริง ๆ แล้ว ราคาข้าวแกง ขึ้นกับต้นทุนหลายตัว ที่ไม่ได้มาจากราคาพลังงานอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ แก๊สหุงต้ม ค่าแรง ค่าเช่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน โดยรัฐบาลก็กำลังดูแลในเรื่องเหล่านี้อยู่
สำหรับวัตถุดิบจำเป็นในการทำอาหาร ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 อยู่แล้ว และจะยังคงดูแล ควบคุมราคาวัตถุดิบจำเป็น และวัตถุดิบราคาประหยัด ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกรให้แก่ร้านอาหารโดยตรงเพิ่มเติม เพื่อลดภาระต้นทุน ลดแรงกดดันต่อราคาอาหาร และช่วยเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน
และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในเรื่องค่าอาหาร ในช่วงระยะเวลาที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ (ล่าสุดสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ปะทุขึ้นอีก) จึงมีแนวคิดที่จะทำเพิ่มเติม โดยใช้แนวคิดการแก้ไขปัญหาล่วงหน้าแบบที่ใช้กับหลายๆ สินค้า โดยจะสนับสนุนเงินให้ร้านอาหารที่ยินดีมาลงทะเบียนเพื่อนำเสนอเมนูอาหารจานเดียวในราคาประหยัด ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ราคาควรเป็นเท่าไหร่ โดยตัวเลข 40 บาทนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกระแสทั้งที่เห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วยหลากหลาย เราก็ยินดีรับฟังและพร้อมจะทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดมาตรการรัฐที่ไปกระทบต่อกลไกตลาด ที่มีคนจำนวนมากบอกว่า มีข้าวแกงราคาประหยัดต่ำกว่าจานละ 40 บาท เป็นทางเลือกอยู่แล้ว หรือบางเสียงเห็นว่า ควรแก้ที่ส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวงพาณิชย์
เราจึงได้ระงับแผนที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
และถึงแม้ว่าเราจะระงับการเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม. แล้ว แต่ก็ยังยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะคะ เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้ ก็มาจากการที่เราเปิดรับฟังเสียงของทุกคนค่ะ
ต้องขอย้ำว่า การจะฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย เราไม่สามารถผลักดันมาตรการที่สำคัญท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างคนละขั้วเช่นนี้ได้ค่ะ