นิรมล เมธีสุวกุล ‘ทุ่งแสงตะวัน’ สื่อคุณภาพอยู่คู่คนไทย‘เพราะเด็กทุกคนคือเพชรเม็ดงาม’
กลายเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ เมื่อ “นก นิรมล เมธีสุวกุล” พารายการ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัล “รายการเกียรติยศคนทีวี” ในงานประกาศรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ท่ามกลางความยินดีของคนในวงการบันเทิง
ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมา “ทุ่งแสงตะวัน” ไม่เพียงเป็นรายการที่พาผู้ชมออกเดินทางไปเรียนรู้เรื่องราวของเด็กและชุมชนทั่วประเทศ แต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนคุณค่าและศักยภาพของเด็กไทยในหลากหลายมิติ จนกลายเป็นหนึ่งในรายการคุณภาพที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมหลายยุคหลายสมัย
ภายหลังรับรางวัล นก นิรมล ได้เปิดใจถึงความรู้สึกที่ได้รับเกียรติครั้งสำคัญ พร้อมพูดถึงแรงผลักดันที่ทำให้ “ทุ่งแสงตะวัน” ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์เนื้อหาดี ๆ เพื่อเด็กและครอบครัวไทย รวมถึงมุมมองต่อบทบาทของสื่อในการขับเคลื่อนสังคมและการปรับตัวสู่โลกดิจิทัลในปัจจุบัน ว่า มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกัน 4-5 รายการ ก็เป็นเกียรติมากเลยนะคะ กรรมการอาจจะพิจารณาว่าได้รับมาหลายรางวัลแล้ว วันนี้ก็เลยรวบยอดเลย
“รู้สึกขอบคุณคณะกรรมการนะคะ พี่นกเองคิดว่ารายการโทรทัศน์ทองคำเป็นรายการที่มอบรางวัลมาหลายครั้งแล้ว และก็เป็นรางวัลที่มีส่วนในการสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับสื่อโทรทัศน์ ซึ่งพี่นกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยนะคะ และก็ได้กำลังใจด้วย วันนี้มันเติมเต็มกำลังใจในการทำงาน พี่นกคิดว่าการที่พี่นกมารับรางวัลนี้ มันไม่ใช่รางวัลของเราคนเดียวหรอก เนื่องมาจากว่าการทำรายการแต่ละรายการมีตั้งแต่ผู้สนับสนุนรายการ สถานี เพื่อนร่วมงาน แต่สำหรับทุ่งแสงตะวันเราคงจะผลิตรายการไม่ได้หรอก ถ้าเราไม่มีแหล่งข่าวที่ดี ไม่มีเด็ก ไม่มีครอบครัวที่ช่วยสนับสนุนและต้อนรับ และรู้ว่ารายการของเราทำมาเพื่อที่จะนำเสนออะไร”
เด็กคือเพชร
นก นิรมล ยังเผยว่า พี่นกคิดว่าในโลกยุคปัจจุบันนี้นะคะเด็ก ๆ มีน้อยลง แต่มีเด็กเกิดทุกวัน และเด็กที่น้อยคือเด็กที่มีค่ามากที่สุด เราจะทำยังไงที่จะให้ครอบครัวได้รู้คุณค่า มีทางเลือกในการที่จะช่วยกันดูแลเด็กและพัฒนาเด็กให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เพราะว่าสังคมไทยเราเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว เพราะฉะนั้นเด็กทุกคนเหมือนเพชรเม็ดที่มีค่า จำนวนเด็กมีน้อยแต่ทำยังไงให้มีคุณภาพ พี่นกก็เลยคิดว่ารายการของทุ่งแสงตะวันเองก็เป็นรายการเกี่ยวกับการเสนอทางเลือกในการดูแลเด็ก ๆ ให้เติบโตค่ะ
“ยุคปัจจุบันทุกคนผลิตสื่อได้ แต่สื่อที่ดีมันจะต้องผ่านการพิจารณา คัดสรร กลั่นกรองหลาย ๆ อย่างนะคะ ซึ่งเมื่อพายุแห่งสื่อนานาชนิดมันผ่านไป ในที่สุดทุกคนจะกลับมาคัดสรรว่าสื่อที่ดีหรือสิ่งที่ควรเสพเป็นอะไร แบบไหนบ้าง เราก็หวังว่าทุ่งแสงตะวันจะยืนให้เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ”

“ทุ่งแสงตะวัน” อยู่ทุกแพลตฟอร์ม
“ตอนนี้รายการเราในแพลตฟอร์ม Facebook ได้รับความนิยมมากนะคะ มีแฟนเพจเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนมากมายเลย และอีกอันหนึ่งที่เราตั้งใจว่าจะเป็นเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่เกี่ยวกับสารคดีเด็กและเยาวชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็คือ YouTube ค่ะ ตอนนี้ค่อย ๆ ทยอยใส่เข้าไป พี่นกว่าถ้าบรรจุเข้าไปอย่างเต็มที่แล้วมันน่าจะเกิน 1,000 ตอน และก็น่าจะเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของเด็กและครอบครัวไทยประมาณช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับบ้านเราในอนาคตค่ะ แต่ว่าทยอยทำนะคะ ไม่ได้แบบว่าปุ้มทีเดียวเลย แต่ก็หวังว่าจะเป็นพื้นที่ที่สามารถดูได้ตลอดไป”
“สิ่งหนึ่งที่พี่นกคิดว่าพี่นกยังทำรายการได้ พี่นกต้องขอบคุณบุญรอดบริวเวอรี่ที่สนับสนุนรายการมาตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันนะคะ ถ้าเกิดคุยยาว ๆ มีเวลาพี่นกก็จะบอกว่ารายการทุ่งแสงตะวันเกิดขึ้นในยุคที่มีมูลนิธิสื่อสร้างสรรค์สนับสนุนรายการ มีการประกาศให้ช่วงเวลาตอนเย็นเป็นรายการสำหรับเด็กและครอบครัว มันเริ่มจากตรงนั้นเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว แล้วก็ค่อย ๆ มีพัฒนาการ และเราก็อยู่ในช่วงของการขึ้น ๆ ลง ๆ ของภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ก็ดีที่เรายังสามารถอยู่ได้ และก็ตั้งใจจะผลิตสิ่งที่ดี ๆ จากทีมงานที่มีคุณภาพ”
“นอกจากทำทุ่งแสงตะวันพี่นกก็ทำสารคดีอื่น ๆ ด้วยอย่างที่ตัวเองอยากจะทำ และทุ่งแสงตะวันเองก็มีน้อง ๆ ทีมงานมาช่วยกันแชร์การงานนะคะ ก็หวังว่าจะมีโอกาสได้ผลิตทุ่งแสงตะวันไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันก็จะมีสารคดีชุดต่าง ๆ ที่เราสนใจมาออกอากาศค่ะ”
จากนั้นนก นิรมล ได้กล่าวขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนร่วมสร้างทุ่งแสงตะวัน และสามารถติดตามเราได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์