เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน โรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน โรงแรม “รอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
“ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
Politics “ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพระประแดง
Omnicom ชี้ ‘อารมณ์’ คือสมรภูมิใหม่ของการตลาดยุค AI
Business Omnicom ชี้ ‘อารมณ์’ คือสมรภูมิใหม่ของการตลาดยุค AI
ดูทั้งหมด

‘อนุทิน’ เดินสายแดนมังกร พบ ‘สี จิ้นผิง-หลี่ เฉียง’ ดีลความร่วมมือไทย-จีน

14 ก.ค. 2569 | 15:57น.
อนุทิน' จ่อเดินสายแดนมังกร พบ ‘สี จิ้นผิง-หลี่ เฉียง' ดีลความร่วมมือไทย-จีน

เปิดภารกิจ นายกฯอนุทิน เดินสาย 3 นครแดนมังกร “เซี่ยงไฮ้-เฉิงตู-ปักกิ่ง” พบ ‘สี จิ้นผิง-หลี่ เฉียง’ 16-20 ก.ค.นี้ ขณะที่ ครม.ไฟเขียว เตรียมพร้อมความร่วมมือเศรษฐกิจ การค้า ปั้นกำลังคน ต่อยอดวิจัย AI ไทย-จีน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16–20 ก.ค.นี้ ทำให้วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ของ 2 ประเทศ ดังนี้

🔴 ร่วมมือคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาธุรกิจไทย-จีน 

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา 

พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนาม เพื่อเพิ่มช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดจีนและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีเป้าหมายจัดทำกรอบความร่วมมือทวิภาคีด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยกับจีน เพื่อพัฒนาการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ ทั้งการคุ้มครองสิทธิในตลาดภายในประเทศและการรับมือการละเมิดที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางการค้าที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยความร่วมมือประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การหารือเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การอำนวยความสะดวกในการบังคับใช้สิทธิ และการฝึกอบรมรวมถึงพัฒนาบุคลากรของทั้งสองฝ่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองเจ้าของสิทธิและการดำเนินการต่อสินค้าหรือบริการที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมบทบาทเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ในการประสานความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกรณีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นที่ได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายของจีนแล้ว ควบคู่กับการใช้สิทธิและดำเนินการตามกฎหมายโดยภาคเอกชนเจ้าของสิทธิเอง

โดยทั้งสองฝ่าย จะกำหนดหน่วยงานระดับกรมเป็นผู้ประสานงานหลัก และสามารถจัดการหารือเกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นจากการดำเนินความร่วมมือ ตลอดจนจัดทำแผนปฏิบัติงานร่วมกันตามความเหมาะสม โดยการดำเนินกิจกรรมจะเป็นไปตามความพร้อมด้านงบประมาณ ทรัพยากร กฎหมาย และกฎระเบียบภายในของแต่ละประเทศ

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นกรอบแสดงเจตจำนงร่วมกันและไม่ก่อให้เกิดสิทธิหรือพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาและไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

“รัฐบาลมุ่งยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนและช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยลดความเสียหายจากการละเมิด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ และสนับสนุนให้สินค้า นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ของไทยสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นธรรม” น.ส.ลลิดา กล่าว

🔴 กระชับความร่วมมือเศรษฐกิจ ไทย–จีน 

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยอีกว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 

พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีเป้าหมายส่งเสริมความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมุ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) รวมถึงสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันวิจัย เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ ความร่วมมือจะครอบคลุมการจัดตั้งเวทีหารือด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการสร้างงาน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ แร่ธาตุ ยานยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ อุตสาหกรรมสีเขียว เทคโนโลยีและนวัตกรรม

รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน โดยจะเชื่อมโยงกับการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA 3.0) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทั้งสองประเทศ

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของโลก การลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในสาขาที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ MSMEs ให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐที่ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เป็นสนธิสัญญา และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีนให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต.

🔴 ยกระดับมาตรฐานชั่งตวงวัดไทย–จีน หนุนการค้าเป็นธรรม

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านชั่งตวงวัดระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนาม เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านมาตรฐานการชั่งตวงวัด ป้องกันการจำหน่ายเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสองประเทศ

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งยกระดับระบบชั่งตวงวัดของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านระบบกำกับดูแล องค์ความรู้ทางวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และกระบวนการตรวจสอบให้ความเห็นชอบต้นแบบ (Type Approval Process)

รวมถึงร่วมกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายเครื่องชั่งตวงวัดที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชั่งตวงวัดจากจีน พัฒนาความร่วมมือด้านการยอมรับร่วมใบรับรองตามระบบขององค์การชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (OIML) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนรายงานผลการทดสอบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจด้านชั่งตวงวัดของไทย

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองประเทศจะจัดตั้งคณะทำงานร่วม (Joint Working Group) และกำหนดผู้ประสานงานของแต่ละฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมในประเด็นที่จำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ไทยได้รับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญของจีน เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลเครื่องชั่งตวงวัดประเภทใหม่ที่มีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ พร้อมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคทางเทคนิค และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานสินค้าของไทยในตลาดระหว่างประเทศ

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาหรือหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านชั่งตวงวัดของไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการค้าโลก ควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภคและสนับสนุนการค้าอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสในระยะยาว.

🔴  5 ความร่วมมือปั้นกำลังคน ต่อยอดวิจัย AI ไทย-จีน 

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างเอกสารเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 5 ฉบับ ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศในการพัฒนาการศึกษา บุคลากร งานวิจัย และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในอนาคต

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า เอกสารความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับ ประกอบด้วย (1) ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัย การจัดสรรทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ (2) ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง BeiDou (เป่ยโต่ว) เพื่อวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีระบบดาวเทียมร่วมกัน 

(3) ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านพลังงานแห่งอนาคต (4) ร่างข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ครอบคลุมสาขาสำคัญ เช่น การเกษตร วัสดุศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ นาโนเทคโนโลยี และเทคโนโลยีอวกาศ

และ (5) ร่างบันทึกความเข้าใจด้านการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน เพื่อการสำรวจอวกาศห้วงลึก สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศร่วมกัน

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือทั้ง 5 ฉบับ จะช่วยยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาและการวิจัยของไทย เพิ่มโอกาสในการพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักศึกษา นักวิจัย และสถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ พร้อมต่อยอดความร่วมมือในสาขาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียมนำทาง วัสดุศาสตร์ และนิวเคลียร์ฟิวชัน

ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพิ่มขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาค

🔴 เปิดภารกิจ อนุทิน เยือนจีน พบ ‘สี จิ้นผิง – หลี่ เฉียง‘

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 – 20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้เป็นการสานต่อพลวัตของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 และเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ พร้อมต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญระดับภูมิภาค เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

สำหรับภารกิจสำคัญของนายกรัฐมนตรีในการเยือนครั้งนี้ ครอบคลุม 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครเฉิงตู และกรุงปักกิ่ง โดยที่ นครเซี่ยงไฮ้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 (2026 World Artificial Intelligence Conference: WAIC 2026) ตามคำเชิญของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน 

จากนั้น ที่นครเฉิงตู นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 และพิธีเปิดฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู เพื่อขยายเครือข่ายการส่งเสริมการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคตะวันตกของจีน ซึ่งมีนครเฉิงตูเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ พร้อมพบหารือกับภาคเอกชนรายใหญ่ของจีน และกลุ่มนักธุรกิจไทยที่ลงทุนในจีน เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

สำหรับภารกิจที่กรุงปักกิ่ง นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน

พร้อมทั้งร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงที่สำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับจีนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่าง ๆ อาทิ การค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อยกระดับความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

“การเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีน และความสำคัญของจีนในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านและคู่ค้าอันดับต้นของไทย อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของทั้งสองประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สี จิ้นผิง