รัฐปั้นแท็กซี่อีวีทั่วไทย ตั้งกองทุน 50 ล้าน ลุ้นส่วนลดคันละ 2 แสน
การเปลี่ยนผ่านจากรถแท็กซี่ใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV กำลังขยับจากโครงการนำร่องไปสู่มาตรการเชิงโครงสร้าง หลังกรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมสำรองวงเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสหกรณ์แท็กซี่และสหกรณ์บริการทั่วประเทศเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ
เป้าหมายสำคัญไม่เพียงช่วยลดค่าเชื้อเพลิงและเพิ่มรายได้สุทธิให้ผู้ขับขี่ แต่ยังรองรับรถแท็กซี่เดิมที่ทยอยครบอายุการใช้งาน ขณะที่ภาคสหกรณ์เตรียมประสานกระทรวงการคลัง พิจารณาส่วนลดการซื้อรถอีวีใหม่ประมาณ 150,000-200,000 บาทต่อคัน สำหรับรถแท็กซี่ที่จะปลดระวางในปีนี้และปีหน้า ซึ่งมีจำนวนประมาณ 25,000 คัน
ตั้งกองทุน 50 ล้าน ขยายจากกรุงเทพฯ สู่ต่างจังหวัด
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะใช้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือ ก.พ.ส. เป็นกลไกสนับสนุนสหกรณ์ทั้งในและนอกภาคการเกษตรให้เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับกลุ่มสหกรณ์บริการ กรมได้เริ่มสนับสนุนการเปลี่ยนรถแท็กซี่จากเครื่องยนต์สันดาปไปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะเริ่มจากสหกรณ์แท็กซี่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความพร้อมด้านสถานีชาร์จและโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนขยายไปยังต่างจังหวัด
“วันนี้เราสนับสนุนเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อช่วยสหกรณ์แท็กซี่ปรับเปลี่ยนรถจากรถสันดาปเป็นรถอีวี โดยเริ่มจากกรุงเทพฯ ก่อน แล้วค่อยขยายไปต่างจังหวัด หากสหกรณ์ใดสนใจเราจะพยายามเตรียมวงเงินไว้ให้ เบื้องต้นประมาณ 50 ล้านบาท” นายนิรันดร์กล่าว
กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังอยู่ระหว่างพิจารณาปรับหลักเกณฑ์การชำระคืนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น จากเดิมที่อาจพิจารณาเป็นรายปี ไปสู่การผ่อนชำระระยะ 3-5 ปี เพื่อให้เหมาะกับภาระของสมาชิกและอายุการใช้งานของรถ
ดอกเบี้ยกองทุน 1-3% เน้นสหกรณ์การเงินแข็งแรง
สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่กองทุนพัฒนาสหกรณ์ปล่อยกู้ให้แก่สหกรณ์แท็กซี่ อยู่ในช่วง 1-3% ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและสถานะทางการเงินของแต่ละสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์จะพิจารณาสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งและไม่มีข้อบกพร่องด้านการเงินเป็นลำดับแรก เพื่อให้การใช้เงินกองทุนเกิดประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการชำระคืน
“ดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้ให้สหกรณ์แท็กซี่อยู่ที่ 1-3% เหมือนกันทั้งระบบ แต่ต้องดูความเสี่ยงของแต่ละสหกรณ์ว่ามีความเข้มแข็งระดับใด ขณะนี้จะเริ่มจากสหกรณ์ที่มีความพร้อมและไม่มีข้อบกพร่องด้านการเงินก่อน” นายนิรันดร์กล่าว
ปล่อยแท็กซี่อีวีนำร่อง 20 คัน
ล่าสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ปล่อยขบวนรถแท็กซี่ไฟฟ้าของสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จำกัด จำนวน 20 คัน ภายใต้โครงการ “EV เพื่ออนาคต”
โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สมาชิกเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับประกอบอาชีพ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การนำรถแท็กซี่ไฟฟ้ามาใช้เป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะไทย เพราะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้สมาชิกสหกรณ์
ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
ก.พ.ส.อัดวงเงิน 20 ล้าน เริ่มสุวรรณภูมิ-บ่อทอง
ในระยะแรกกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ภายใต้โครงการ “EV เพื่ออนาคต” รวม 20 ล้านบาท
เบื้องต้นอนุมัติเงินทุนหมุนเวียนให้สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จำกัด จำนวน 4 ล้านบาท เพื่อช่วยสมาชิก 20 ราย ใช้เป็นเงินดาวน์รถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนสหกรณ์แท็กซี่บ่อทอง จำกัด จังหวัดชลบุรี จำนวน 2.5 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังสหกรณ์บริการรูปแบบอื่น
กลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดเฉพาะสหกรณ์แท็กซี่ แต่ครอบคลุมถึงชุมนุมสหกรณ์บริการ สหกรณ์เดินรถ สหกรณ์รถตู้ สหกรณ์รถโดยสาร สหกรณ์สามล้อ สหกรณ์สี่ล้อเล็ก และสหกรณ์บริการประเภทอื่นที่ประกอบธุรกิจเดินรถ
อนุมัติสหกรณ์แท็กซี่สยามอีก 12 ล้าน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังอนุมัติเงินกู้ให้สหกรณ์แท็กซี่สยาม จำกัด จำนวน 12 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าให้สมาชิกเช่าขับ
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมันเฉลี่ยประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน และเพิ่มรายได้ให้ผู้ขับขี่ประมาณ 900 บาทต่อวัน
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม จำกัด กล่าวว่า เงินกู้จำนวน 12 ล้านบาทจะนำมาใช้รองรับการทยอยเปลี่ยนรถแท็กซี่สันดาปที่ครบอายุการใช้งานในปีนี้และปีหน้า
ปัจจุบันสหกรณ์มีรถที่ทยอยหมดอายุประมาณ 400 คัน โดยเบื้องต้นตั้งราคารถอีวีไว้ประมาณ 700,000 บาทต่อคัน
“เบื้องต้นสามารถออกรถได้ประมาณ 15 คัน แต่ในโครงการนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 25 คัน ก่อนหน้านี้มีรถอีวีออกไปแล้ว 45 คัน และภายในปีนี้ตั้งเป้าอย่างน้อย 100 คัน” นายวิฑูรย์กล่าว
ลุ้นส่วนลดแท็กซี่อีวี 1.5-2 แสนบาทต่อคัน
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การสนับสนุนส่วนลดสำหรับรถแท็กซี่ที่เปลี่ยนจากรถสันดาปเป็นรถอีวี
นายวิฑูรย์ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกรมการขนส่งทางบก และเตรียมประสานกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาส่วนลดประมาณ 150,000-200,000 บาทต่อคัน
มาตรการดังกล่าวจะเน้นรถแท็กซี่ที่กำลังปลดระวางในปีนี้และปีหน้า ซึ่งมีจำนวนประมาณ 25,000 คัน
หากดำเนินการได้จะช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ขับขี่ และเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงรถอีวีมากขึ้น โดยเฉพาะสมาชิกสหกรณ์ที่มีข้อจำกัดด้านเงินดาวน์และการเข้าถึงสินเชื่อเชิงพาณิชย์
สมาชิกกู้ดอกเบี้ย 5% ต่ำกว่าไฟแนนซ์
สำหรับสมาชิกสหกรณ์แท็กซี่สยามที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสินเชื่อจากสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยประมาณ 5% ต่ำกว่าบริษัทไฟแนนซ์ทั่วไปที่คิดดอกเบี้ยประมาณ 7%
กระบวนการพิจารณาจะให้ความสำคัญกับสมาชิกที่รถหมดอายุก่อน จากนั้นตรวจสอบประวัติวินัยทางการเงิน และจัดอบรมการใช้รถอีวี
เมื่อผ่านทุกขั้นตอน สมาชิกจึงจะสามารถกู้ยืมเงินเพื่อซื้อรถแท็กซี่อีวีได้
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายป้องกันความเสี่ยงด้านหนี้ และสร้างความมั่นใจว่าสมาชิกสามารถบริหารต้นทุนและดูแลรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
จับมือ Grab-LINE MAN เพิ่มโอกาสรับงาน
สหกรณ์แท็กซี่สยามยังลงนามความร่วมมือกับแพลตฟอร์มเรียกรถรายใหญ่ ได้แก่ Grab และ LINE MAN เพื่อเพิ่มช่องทางรับงานให้สมาชิก
การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงผู้โดยสารได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และลดเวลาวิ่งรถเปล่าหรือรอผู้โดยสาร
การเปลี่ยนผ่านไปสู่แท็กซี่อีวีจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องต้นทุนพลังงาน แต่เชื่อมโยงกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างรายได้ให้ผู้ขับขี่
ลดต้นทุน-เพิ่มรายได้-ลดฝุ่น
ภาครัฐประเมินว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดทั้งค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษา ทำให้สมาชิกมีรายได้เหลือสำหรับครอบครัวมากขึ้น
ในด้านผู้โดยสาร รถแท็กซี่อีวีจะช่วยสร้างมาตรฐานบริการที่สะอาดและลดมลพิษ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และพื้นที่ท่องเที่ยว
โครงการดังกล่าวจึงถูกวางให้เป็นต้นแบบของ “Green Taxi” ที่เชื่อมการลดต้นทุนผู้ประกอบอาชีพกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายต่อไป สหกรณ์บริการทั่วประเทศ
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมปรับหลักเกณฑ์กองทุนให้ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และรวดเร็วขึ้น เพื่อขยายโครงการไปยังสหกรณ์บริการทั่วประเทศ
เป้าหมายระยะต่อไป คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สหกรณ์ และภาคเอกชน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
การตั้งวงเงินเบื้องต้น 50 ล้านบาท จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายโมเดลสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากแท็กซี่กรุงเทพฯ ไปสู่สหกรณ์เดินรถและผู้ประกอบอาชีพขนส่งในภูมิภาค
โจทย์สำคัญหลังจากนี้ คือ ความเพียงพอของสถานีชาร์จ ความสามารถในการผ่อนชำระของสมาชิก ราคาจำหน่ายรถอีวี และความชัดเจนของมาตรการส่วนลด 150,000-200,000 บาทต่อคัน
หากองค์ประกอบเหล่านี้เดินหน้าได้พร้อมกัน การเปลี่ยนแท็กซี่เก่าหลายหมื่นคันไปสู่ระบบไฟฟ้า อาจไม่เพียงช่วยลดต้นทุนผู้ขับขี่ แต่จะกลายเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและยกระดับระบบขนส่งสาธารณะไทยในระยะยาว





