เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจจีน Q2/2026 ต่ำกว่าคาดที่ 4.3% โตแผ่วสุดในรอบ 3 ปี

15 ก.ค. 2569 | 17:36น.

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผย GDP ไตรมาส 2/2026 เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ต่ำกว่าเป้าหมายปีนี้ที่ 4.5-5% และเป็นการเติบโตช้าที่สุดในรอบกว่า 3 ปี แม้ภาคการผลิตเติบโต 5.3% และยอดค้าปลีกโต 1% นักวิเคราะห์ชี้ ดีมานด์ในประเทศยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในไตรมาสที่ 2/2026 เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตประจำปีได้

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เผยแพร่ข้อมูลวันที่ 15 ก.ค. 2026 ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2/2026 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ถือว่าเป็นการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายประจำปี ซึ่งอยู่ที่ 4.5-5% และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กคาดการณ์ไว้ที่ 4.5% ขณะที่ในไตรมาสแรกมีการเติบโต 5%

โดยรวมแล้ว ครึ่งปีแรกจีนมีการเติบโตอยู่ที่ 4.7%  โดย GDP ขยายตัว 0.9% เมื่อเทียบรายไตรมาส นับเป็นการเติบโตที่ช้าที่สุดในรอบกว่า 2 ปี

เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงนี้ คาดว่าจะเป็นประเด็นหลักในการประชุมของคณะกรรมการโปลิตบูโรพรรคคอมมิวนิสต์จีน ปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยเจ้าหน้าที่อาจเร่งการใช้จ่ายภาครัฐและเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากที่การปรับลดค่าใช้จ่ายในช่วงหลายเดือนนี้ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจที่เพิ่งฟื้นตัวในช่วงต้นปี กลับมาชะลอตัวลงอีกครั้ง

นายติง ซวง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียเหนือ ของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด หนึ่งใน 2 สถาบันที่คาดการณ์ตัวเลข GDP ไตรมาสนี้ได้ถูกต้อง กล่าวว่า รัฐบาลยังมีพื้นที่ในการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ได้รับอนุมัติแล้ว เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเชื่อว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามนโยบายที่มีอยู่

แม้ว่าการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรกจะยังอยู่ภายในกรอบเป้าหมายของรัฐบาล แต่นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเรียกร้องให้เตรียมการและศึกษามาตรการเพิ่มเติม ในการประชุมเมื่อต้นสัปดาห์

นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่า ในช่วงครึ่งปีแรก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัว 5.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าต่ำกว่าคาดการณ์และแย่ลงจาก 4.1% ในช่วงห้าเดือนแรกอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ยอดค้าปลีกกลับเติบโต 1% อย่างน่าประหลาดใจ ต่างจากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงเล็กน้อย หลังจากการปรับตัวลดลง 0.6% ในเดือน พ.ค.  

ในส่วนของการผลิตในภาคอุตสาหกรรม มีการเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อยู่ที่ 5.3% ส่วนอัตราการว่างงานในเมืองจากการสำรวจ อยู่ที่ 5% ลดลงจาก 5.1% ในเดือน พ.ค.

เฉพาะในเดือน มิ.ย. ยอดค้าปลีกสินค้าที่ไม่รวมรถยนต์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่การซื้อรถยนต์ลดลงมากกว่า 16%

นายเหมา เซิงหยง รองหัวหน้าสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยระยะสั้นและปัจจัยภายนอก แม้ว่าปัจจัยชั่วคราวนี้จะส่งผลกระทบต่อบางภาคส่วน เช่น การทำเหมืองถ่านหิน แต่ในภาคส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ยังคงเป็นปกติ และพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและกำลังพัฒนาโครงสร้าง ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป

หลังการเผยแพร่ข้อมูลแล้ว ปฎิกิริยาในตลาดยังค่อนข้างเงียบ โดยเงินหยวนนอกประเทศยังคงรักษาระดับ โดยแข็งค่าขึ้น 0.1% ในช่วงเช้า และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ยังทรงตัวอยู่ที่ 1.73%

สำหรับดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP deflator) ซึ่งเป็นมาตรวัดการเปลี่ยนแปลงราคาในระบบเศรษฐกิจโดยรวม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในไตรมาสที่สอง หลังจากหดตัวมา 3 ปีติดต่อกัน นับตั้งแต่ต้นปี 2023 เป็นการสิ้นสุดลงของภาวะเงินฝืดที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นผลมาจากต้นทุนสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น เช่น น้ำมัน โดยที่แรงกดดันด้านภาวะเงินฝืดที่เกิดจากสินค้าล้นตลาดก็ยังคงอยู่

ขณะที่การส่งออกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และภาคการผลิตในโรงงานยังคงอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากสร้างโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ทั่วโลก แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศยังคงคุกรุ่น และคุกคามเศรษฐกิจจีนซึ่งพึ่งพาการค้าในต่างประเทศ

ความเสี่ยงที่สำคัญคือ ผลกำไรจากเศรษฐกิจที่เฟื่องฟู ยังคงกระจุกตัวอยู่แค่ไม่กี่ภาคสวน เช่น การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ซาร่าห์ ตัน นักเศรษฐศาสตร์จาก Moody’s Analytics กล่าวว่า ดีมานด์ภายในประเทศยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดสำหรับเศรษฐกิจจีน และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องยืดเยื้อ ยังคงส่งผลกระทบต่อความมั่งคั่งและความเชื่อมั่นของครัวเรือน โดยผู้บริโภคลังเลที่จะใช้จ่ายและธุรกิจลังเลที่จะลงทุน

ในครึ่งปีแรก การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นับเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบปีนับตั้งแต่ปี 1992

นายเรย์มอนด์ หยาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ ของธนาคาร ANZ กล่าวว่า สาเหตุของ GDP ในไตรมาสสองที่ย่ำแย่นี้ เป็นผลมาจากภาคการลงทุนที่หดตัวลง โดยจีนยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเติบโตในครึ่งปีหลัง อย่างดีที่สุดคือการสิ้นสุดไตรมาสที่สาม โดยการประชุมโปลิตบูโรสิ้นเดือนนี้ จะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด