กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
‘สังคมสูงวัย’ หนึ่งในความท้าทายที่สังคมไทยกำลังเผชิญ และเป็นประเทศที่ก้าวสู่สังคมสูงวัยเร็วที่สุดในเอเชีย โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรสูงวัยถึง 13 ล้านคน (คิดเป็นราว 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ)
และการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้หลาย ๆ แบรนด์ หันมาให้ความสำคัญถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ จนถึงการสื่อสารทางการตลาด ที่สื่อสารถึงการเปลี่ยนแปลงสู่ ‘สังคมสูงวัย’ มากขึ้น เช่นเดียวกับ “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (Krungthai AXA)” ที่ต้องการสื่อสารปัญหาของสังคมสูงวัย เกี่ยวกับศักยภาพและความต่างระหว่างเจเนอเรชั่น ผ่าน Global Brand Campaign “Age Shouldn’t Be A Risk ต่างวัยแต่ใช้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน”
ปลุกสังคม ‘เปิดกว้างทางอายุ’
บุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สะท้อนความท้าทายของสังคมสูงวัยในปัจจุบันว่า ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่เรื่องของการที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่คือการเกิด “ช่องว่างระหว่างวัย” ที่ห่างเหินกันมากขึ้น ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน และสังคม
ปัจจุบันผู้คนต่างวัยมักถูกตั้งคำถามและถูกตัดสินศักยภาพจาก “ตัวเลขอายุ” มากกว่าความสามารถที่แท้จริง เช่น คนอายุน้อยมักถูกตั้งคำถามเรื่องประสบการณ์ ในขณะที่คนอายุมากก็มักถูกมองว่าปรับตัวไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงทุกคนต่างก็มีศักยภาพในแบบของตนเอง
แคมเปญดังกล่าว จึงไม่ใช่แค่การเตรียมตัวสู่สังคมสูงวัย แต่เป็นการสร้างสังคมที่คนทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ และเติบโตไปพร้อมกันได้ โดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า “ทุกวัยไม่ควรต้องเสี่ยง” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

โดยกรุงไทย-แอกซ่า ขับเคลื่อนแคมเปญผ่าน 3 แนวทางหลัก ตั้งแต่การใช้ช่องทางสื่อต่าง ๆ ทั้งโทรทัศน์ ออนไลน์ สื่อดิจิทัล Out of Home (OOH) และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องการเปิดกว้างทางอายุ (Age Inclusion) และสังคมที่เป็นกลางทางอายุ (Age-neutral society) ผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่ชี้ให้เห็นว่าข้อจำกัดในการใช้ชีวิตมักมาจากอายุมากกว่าความสามารถ
จนถึงการการสร้างพื้นที่และประสบการณ์เชื่อมโยงคนต่างวัย สนับสนุนการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟผ่านแพลตฟอร์มด้านสุขภาพและกีฬา เปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยได้มาใช้เวลาร่วมกัน โดยกรุงไทย-แอกซ่า เป็นผู้สนับสนุนอีเวนต์กีฬาใหญ่ ถึง 2 รายการ คือ “KOP RUN 2026” มหกรรมงานวิ่งที่ไม่ได้จำกัดแค่แฟนสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาแบ่งปันพลังบวกและดูแลสุขภาพร่วมกัน และงานวิ่งระดับประเทศ “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026” ซึ่งกรุงไทย-แอกซ่า เป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันประเภท Family Run ระยะทาง 4.5 กม.
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “City Run มันส์ฟินเว่อร์” (Virtual City Run Series) ซึ่งเป็นการชวนคนไทยให้ออกมาวิ่งเช็กอินสะสมคะแนนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตอกย้ำแนวคิดการดูแลสุขภาพที่สามารถเริ่มต้นได้จากก้าวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันแข่งขันจริง
ขณะที่ในแง่ผลิตภัณฑ์ กรุงไทย-แอกซ่า ออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพโดยไม่ให้อายุเป็นข้อจำกัด ผ่าน 2 แบบประกันหลัก คือ แบบประกันโรคร้ายแรง CI123 ที่ครอบคลุมตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนได้รับการปกป้องดูแลอย่างต่อเนื่อง และแบบประกันชีวิต Easy Protect 6 ที่ชำระเบี้ยประกันเพียง 6 ปี แต่ได้ความคุ้มครองชีวิตยาวนานถึงอายุ 99 ปี ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการสร้างความมั่นคงและหลักประกันให้ครอบครัวอย่างรวดเร็ว
บุปผาวดี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งมั่นที่จะเป็น The Enabler of Progress for Every Age หรือผู้ที่สนับสนุนให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยก้าวไปข้างหน้าและใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพได้แบบไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่กำหนดคุณค่าของคนไม่ใช่ตัวเลขอายุ แต่เป็นโอกาสที่เราได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

‘อายุ’ ไม่ควรเป็นสิ่งจำกัดโอกาส
นอกจากนี้ ภายในงานเปิดตัว Global Brand Campaign ยังได้ ‘หญิง-รฐา โพธิ์งาม’ นักแสดงชื่อดัง เจ้าของบทบาท “ทนายจิตตรี” จากซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของกรุงไทย-แอกซ่า ร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจโดยก้าวข้ามข้อจำกัดเรื่องอายุ
หญิง-รฐา เล่ามุมมองของวงการการแสดง จากการที่ได้ทำงานในวงการมาตั้งแต่อายุ 16 ปี จนปัจจุบันเข้าสู่วัย 40+ โดยมองว่า ในอดีตนักแสดงวัยนี้มักจะถูกผลักดันให้ไปรับบทแม่หรือคุณน้า แต่ปัจจุบันมีโอกาสมากขึ้น เช่น การที่เธอได้รับบทนำในซีรีส์เรื่อง “ทนายปีศาจ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี
พร้อมทั้งมองว่า อายุไม่ควรเป็นตัวบ่งชี้ข้อจำกัดของโอกาสในชีวิตหรือการงาน และคาดหวังให้วงการบันเทิงเปิดกว้างและเห็นความสำคัญของนักแสดงในวัยนี้มากขึ้น
ด้านการดูแลสุขภาพ หญิง-รฐา เล่าว่า ได้ดูแลสุขภาพมาตลอดชีวิตและออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาถึง 9 ปีแล้ว และล่าสุดเธอได้จัดกิจกรรม “ปีศาจ Runner” ชวนแฟนคลับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ กว่า 400 คนมาร่วมวิ่งด้วยกัน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจด้านสุขภาพ โดยเชื่อว่า การเตรียมพร้อมทั้งสุขภาพกายและใจคือพื้นฐานสำคัญ ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนทุกเจเนอเรชันมาทำกิจกรรมร่วมกันได้
หญิง-รฐา เล่าถึงแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพ โดยบอกเล่าประสบการณ์ตอนไปวิ่งมาราธอนที่ต่างประเทศว่า เคยเจอ “อาม่า” ที่วิ่งเร็วกว่าตัวเธอเอง รวมถึงได้เห็นคนอายุ 70 ปีที่สามารถจบการแข่งขันไตรกีฬา IRONMAN ได้
สิ่งเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า อายุไม่ได้เป็นข้อจำกัด และทำให้เธอตั้งเป้าหมายและความหวังว่า เมื่อตนเองอายุ 70 ปี ก็จะยังแข็งแรงพอที่จะลงแข่งวิ่งระยะ 10 กม. หรือ 21 กม. ได้อย่างแน่นอน
ในแง่ของการพัฒนาตนเอง หญิง-รฐา ให้ข้อคิดว่า สิ่งแรกที่ต้องมีคือ การรักตัวเอง มีความเชื่อมั่น (Self-esteem) และไม่หยุดพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะชีวิตมีความไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจจะทำให้เราสามารถคว้าโอกาสดี ๆ ที่เข้ามาได้ และเน้นว่าการให้กำลังใจตัวเองในทุก ๆ วันเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากขาดความมั่นใจ เธออาจจะปฏิเสธบทบาทที่ท้าทายอย่างในซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ ไปแล้ว
“สิ่งหนึ่งที่หญิงพูดกับตัวเองอยู่เสมอคือ หญิงจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และให้กำลังใจกับตัวเองในทุก ๆ วัน อันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราเริ่มไม่ให้กำลังใจตัวเอง (ถ้าวันนั้นไม่มั่นใจ) หญิงก็จะไม่สามารถเป็นทนายจิตตรี (บทนำในซีรีส์ที่ได้รับ) ได้”
