คอนเฟิร์ม 9.5 ล้านคน ‘จนจริง’ คัดออก 50% ได้สิทธิ ‘60/40’ แทนแจกเงิน 2 พันต่อคน ส.ค.-ก.ย.
การลงทะเบียน “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” รอบนี้ จุดประสงค์แท้จริงคือ “คัดคนไม่จนจริงออก” พร้อมกับ “เติมคนจนที่ตกหล่น” ไปในรอบก่อน ๆ เข้ามา
เคาะแล้วใคร “จนจริง-ไม่จนจริง”
ล่าสุด กระทรวงการคลังเปิดตัวเลขผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ซึ่งจะได้ “สิทธิ” ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ออกมาแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวให้ตัดเกณฑ์สิทธิลดหย่อนภาษีพ่อแม่ และหนี้เกษตรกรรม ออกจากการพิจารณาคุณสมบัติไปแล้ว
โดยผลออกมาว่า จากผู้ลงทะเบียนรอบนี้ ทั้งผู้ที่มีสิทธิเดิม และกลุ่มตกหล่นที่เข้ามาใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 18,820,784 ราย คัดกรองแล้วเหลือผู้ที่ผ่านเกณฑ์มีสิทธิได้ “บัตรคนจน” ทั้งสิ้น 9,506,531 ราย (ดูกราฟิก)
ทั้งนี้ มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 9,314,253 ราย แบ่งเป็น ผู้ถือบัตรเดิม 5,755,759 ราย และรายใหม่ 3,558,494 ราย
คนหลุดเกณฑ์แห่โพสต์ตัดพ้อ
ขณะที่ในโลกโซเชียล มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากโพสต์ตัดพ้อถึงการหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหลายรายระบุว่า ถูกตัดสิทธิเพราะมีรถยนต์ในความครอบครอง โดยบางรายก็บอกว่า ตนมีเพียงรถจักรยานยนต์ หรือบางรายก็ระบุว่า มีเพียงรถยนต์มือสอง หรือแม้แต่รถยนต์เก่า ๆ ขณะที่บางรายก็ถูกตัดออก เนื่องจากครอบครองบ้านที่มีพื้นที่เกิน 67 ตร.ว. หรือมีกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เกินกว่าที่กำหนด ตลอดจนบางรายก็ถูกคัดออกเพราะเงินเข้าออกบัญชีเยอะเกินไป
มั่นใจได้ตัวคนยากจนที่สุด 14%
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การคัดกรองในครั้งนี้ เชื่อว่า ได้กลุ่มคนที่ “ยากจนที่สุด” คิดเป็นสัดส่วน 14% ของประชากรทั้งประเทศ
โดยผู้ได้รับสิทธิเดิมมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 12,700,000 ราย แต่ผ่านเกณฑ์เพียง 7,200,000 ราย ขณะที่ “รายใหม่” แบ่งเป็น กลุ่มเปราะบาง 740,000 คน ผ่านเกณฑ์ 230,000 คน และกลุ่มตกหล่นอีก 5,400,000 คน ซึ่งผ่านเกณฑ์ 2,000,000 คน
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิรายเดิม จะไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ทุกราย ผ่านช่องทางที่กำหนด
“สาเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์มากที่สุด ก็คือเกณฑ์รายได้และทรัพย์สิน โดยรอบนี้เป็นการคัดกรองกลุ่มคนที่ยากจนที่สุด ลำบากที่สุด ซึ่งบัตรสวัสดิการไม่ได้เป็นสวัสดิการเดียวที่มี ข้อมูลวันนี้ครอบคลุมขึ้น อัพเดตขึ้น จากการลงพื้นที่เชิงรุก”

เปิดช่องทบทวนสิทธิถึงสิ้น ก.ค.นี้
นายวินิจกล่าวว่า ผู้ที่หลุดออกจากสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และหากมองว่าเหตุผลไม่เป็นความจริง สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอทบทวนสิทธิได้ ซึ่งยอมรับว่าอาจมีโอกาสที่ข้อมูลจะผิดพลาดและก่อให้เกิดความสับสน เช่น การใช้คำที่ไม่ชัดเจน กรณีใช้คำว่ารถยนต์ แทนคำว่ารถซึ่งกรมการขนส่งทางบกตีความถึงรถทุกประเภท รวมทั้งรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไปด้วย
โดยสามารถอุทธรณ์ทบทวนสิทธิได้ ในช่วงวันที่ 17-31 ก.ค.นี้ ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ขณะที่ช่องทางการยื่นทบทวนสิทธิ ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารข้างต้น, เว็บไซต์โครงการ, แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และแอปพลิเคชั่นทางรัฐ โดยหลังจากทบทวนสิทธิแล้วจะประกาศผลในวันที่ 21 ก.ย. 2569
สำหรับผู้ที่รับสิทธิรายเดิม จะเริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 ส.ค. 2569 ผ่านแอปเป๋าตัง และบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่ผู้ที่รับสิทธิรายใหม่และผู้ทบทวนสิทธิ เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนวันสุดท้าย ในวันที่ 12 ม.ค. 2570
“ต้องยอมรับว่าข้อมูลจำนวนมากที่อยู่ในระบบ อาจทำให้เกิดความสับสน ซึ่งจะปรับให้ชัดเจนขึ้นตามข้อทักท้วง ส่วนข้อมูลอื่น อาทิเช่น ประชาชนสูงอายุที่มีชื่อเป็นนักเรียน นักศึกษา อาจเกิดจากข้อมูลคลาดเคลื่อน เนื่องจากใช้ข้อมูลต้นทางกว่า 9 ล้านชุด ซึ่งจะมีการแก้ไขต่อไป”
หลุดเกณฑ์จัดสิทธิ 60/40 ให้แทน
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า ผู้ที่ “ตกเกณฑ์” ไม่ได้รับสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ประมาณ 6 ล้านราย จะได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดย “อัตโนมัติ” เป็นเงิน 2,000 บาทต่อราย (เดือนละ 1,000 บาท) ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. อย่างไรก็ดี เนื่องจากสิทธิ 60/40 เหลืออยู่ประมาณ 4 ล้านสิทธิ จึงต้องขอใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาเพิ่มเติม
“6 ล้านราย มาจากผู้ถือบัตรเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 5.4 ล้านราย และผู้ถือบัตรเดิมที่ไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันขอรับสิทธิในรอบนี้อีกราว 7.4 แสนราย รวม ๆ ก็ตีประมาณ 6 ล้านราย ส่วนกลุ่มเปราะบางและตกหล่น ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ส่วนหนึ่งก็ได้ 60/40 อยู่แล้ว ซึ่งจะศึกษาแนวทางช่วยเหลือผ่านสวัสดิการอื่นเพิ่มเติม”
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบการให้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) โดยอัตโนมัติแก่ผู้ที่หลุดเกณฑ์ราว 6 ล้านราย ในวันที่ 21 ก.ค.นี้