เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวเนื่องแน่น
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
Politics รัฐบาลเร่งเครื่องดึงการลงทุนจีน นายกฯ เปิด BOI เฉิงตู ชวนมาปักหมุดไทย
ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
News ชัชชาติ ชวนผู้ใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ซอยตากสิน 11
กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
News กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
Economic ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

2 กูรูเปิดปมเสี่ยง ‘เศรษฐกิจไทย’ โจทย์ลงทุนใหม่แต่ไม่สร้างงาน

18 ก.ค. 2569 | 08:31น.

เปิดสองมุมคิดนักเศรษฐศาสตร์ ปมเศรษฐกิจไทยโตไม่ทั่วถึง-ธุรกิจเหลื่อมล้ำเป็น “K-shape” ธุรกิจใหญ่โตดี-รายย่อยเหนื่อย “ดร.พิพัฒน์ KKP” ยอมรับโอกาสเศรษฐกิจไทยฟื้นจากในประเทศ “ยาก” แก้โจทย์ดันอุตสาหกรรมใหม่เกาะกระแสคลื่นลงทุน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ “สร้างซัพพลายเชน-สร้างงานให้คนไทย” กระทุ้งรัฐบาลเร่งเปลี่ยนผ่านอุตฯ ยานยนต์ไทย “ดร.อมรเทพ-ซีไอเอ็มบีไทย” วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยโตไม่เกิน 3% ลากยาวไปอีก 5 ปี หวั่นครึ่งปีหลังเจอความเสี่ยง “สงครามการค้า” ปะทุ

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ไม่กระจายตัวไปอย่างทั่วถึง เรียกว่าเป็น K-shape อย่างชัดเจน คือรายใหญ่โตดี คนรวยโตดี แต่ครัวเรือนรายย่อยเหนื่อย การหวังให้เศรษฐกิจในประเทศฟื้นจากภายในเป็นเรื่องยาก ยังต้องพึ่งดีมานด์จากภายนอกมากระตุ้น ก็คือส่งออก ลงทุนจากต่างประเทศ และท่องเที่ยว

โดยจะเห็นว่าเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคดีขึ้นจาก AI Capex (เงินลงทุนก้อนใหญ่การสร้างหรือจัดซื้อโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรองรับ AI) อย่างเช่น ไต้หวันที่ GDP ปีนี้โต 12%, เวียดนามโต 8%, มาเลเซียโต 6%

“ชี้ให้เห็นว่าการที่ AI Capex เข้ามาช่วยเอเชียได้จริง ๆ แต่ถ้าดูของไทยส่งออกจากต้นปีมา (YTD) โต 17% แต่ถ้าดูไส้ในเป็น K-shape เยอะมาก อย่างส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ดีมาก แต่ส่งออกที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์เหนื่อยหมด แล้วส่งออกที่โตกว่า 10% แต่อุตสาหกรรมการผลิตไม่โตเลย เพราะว่าพวกฮาร์ดดิสก์ คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์โตดี แต่พวกนี้มีน้ำหนักแค่ 15% ถ้านับรวมอาหารเครื่องดื่มรวม ๆ กันก็ได้แค่ 20-30% ที่เหลืออุตสาหกรรมดั้งเดิมเหนื่อยหมดเลย รถยนต์ก็ไม่ได้ดีขึ้น เนื่องจากมีปัญหาเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน”

เกาะกระแสเงินทุนคลื่น AI

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังตนมองว่าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเกาะไปกับคลื่นที่กำลังไปได้ดี หมายความว่าต้องทำให้เซ็กเตอร์ที่ไทยทำได้ดี คือ อุตสาหกรรมใหม่ที่เข้ามาในช่วงนี้สามารถไปได้ต่อเนื่อง มีความยั่งยืน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในประเทศ และสร้างซัพพลายเชนในประเทศให้ได้ ส่วนอุตสาหกรรมที่กำลังเหนื่อยก็ต้องลองดูว่าพอจะจัดการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้อย่างไร

“วันนี้ชัดเจนว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ลำบาก เพราะรถสันดาปเหนื่อย แล้วรถไฟฟ้า (EV) มา แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยก็ยังเข้าไปไม่ได้ คำถามคือจะทำอย่างไรให้เข้าไปได้ หรือจะทรานสิชั่นเขาไปทำอย่างอื่น อุตสาหกรรมยังโตได้ไหม รัฐบาลอาจจะต้องเข้าไปดูว่าจะไปช่วยเหลือหรือเข้าไปทำอะไรได้บ้าง ไม่อย่างนั้นจะเป็น K-shape ใหญ่ ๆ แบบนี้เลย ตัวที่ดีก็ดีใจหาย ตัวที่ไม่ดีก็เหนื่อยหมด”

โจทย์สร้างงานให้คนไทย

ดร.พิพัฒน์กล่าวอีกว่า ขณะที่อีกด้านเห็นการลงทุนที่เข้ามามาก ส่วนใหญ่อาจเป็น Data Center หรือกลุ่มย้ายฐานการผลิต ซึ่งโจทย์ก็เหมือนกัน คือเมื่อให้เข้ามาแล้วจะทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้มีการว่าจ้างผู้ผลิตในประเทศ มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ

“เรารู้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์มี Import Content เยอะมาก 70-80% จะทำอย่างไรให้ผู้ผลิตในประเทศมีส่วนร่วมในการลงทุนใหม่ ๆ นี้ด้วย ทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้เป็น Growth Engine ใหม่ให้ประเทศไทยได้ แล้วทำอย่างไรให้สร้างงานดี ๆ รวมถึงภาคบริการ จะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไร ยกตัวอย่างภาคการเงิน จริง ๆ ธุรกิจการเงินภูมิภาคนี้โตดีมาก จะทำอย่างไรให้แข่งขันกับเขาได้ แล้วดึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เข้ามาเมืองไทยมากขึ้น เพราะโจทย์ใหญ่คือ จะทำอย่างไรเพื่อสร้างงานดี ๆ ให้คนไทย”

สำหรับประเด็นที่รายใหญ่เข้าถึงแหล่งเงินที่มีต้นทุนถูกกว่าเอสเอ็มอี หรือรายย่อยนั้น ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูว่าปัญหาคืออะไร ถ้าปัญหาของเอสเอ็มอีคือความสามารถในการแข่งขันจริง ๆ แบงก์ก็คงช่วยได้ไม่เต็มที่ เพราะก็กลัวความเสี่ยงหนี้เสีย ดังนั้นประเด็นสำคัญคือต้องมีมาตรการเฉพาะจุด เพื่อไปช่วยรายเล็ก แต่ไม่ใช่บอกว่าไม่ควรไปสนับสนุนรายใหญ่ เพราะหากรายใหญ่ได้รับสินเชื่อหรือสภาพคล่องที่ดี ต้นทุนที่เหมาะสม และแบงก์พร้อมปล่อย ก็ควรจะส่งเสริม เพราะถึงอย่างไรแบงก์ก็ทำธุรกิจ คงไม่ได้จะไปคิดรายใหญ่เพิ่ม

ศก.ไทยโตไม่เกิน 3% ไปอีก 5 ปี

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ที่ผ่านมาจะโต 1.8% ต่อปี ติดลบ 0.5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ไตรมาส 3 เชื่อว่าจะขยายตัวได้ 2.1% และไตรมาส 4 จะชะลอเหลือ 1.1% ทำให้ภาพทั้งปีน่าจะโตได้ 2% ต่อปี รวมถึงปี 2570 ก็คาดว่าจะโตได้ที่ 2% เช่นเดียวกัน

“เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 เริ่มเห็นแสงสว่างมากขึ้น หลังผ่านช่วงอ่อนแรงสุดของปีในไตรมาส 2 โดยปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมาก สหรัฐ-อิหร่านลงนามสัญญาพักรบชั่วคราวแม้จะมีโอกาสกลับมาสู้รบกันใหม่ การส่งออกของไทยเป็นแรงหนุนสำคัญ และมาตรการภาครัฐช่วยประคองกำลังซื้อ ส่วนไตรมาส 4 ที่โตลดลงเพราะฐานที่สูง”

อย่างไรก็ดี มองว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงเติบโตระดับ 2-2.5% ระดับนี้อีก 3-5 ปี มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาโตได้เหนือ 3% ยกเว้นจะมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจไทยที่ยังโตต่ำในระยะยาวหากไม่ได้รับการแก้ไข

เฟด-ธปท. ตรึงดอกเบี้ยถึงสิ้นปี

นอกจากนี้ ซีไอเอ็มบี ไทย ประเมินว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงที่ 1% ไปตลอดทั้งปี และ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไปถึงสิ้นปีนี้ด้วยเช่นกัน

“เราคาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐจะทยอยชะลอลงตามราคาพลังงาน โดยเงินเฟ้อฝั่งสหรัฐไม่ได้มาจากด้านอุปสงค์มากนัก ค่าเช่าหรือค่าจ้างแรงงานไม่ได้ทวีความทะยานขึ้นสูง จึงน่าจะอยู่ระดับควบคุมได้ เฟดไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และจะปรับตัวสมดุลในปีหน้า”

ดร.อมรเทพกล่าวถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินของธุรกิจรายใหญ่กับรายย่อย ว่า หากจะแก้ต้องผลักดัน 1.แก้ต้นเหตุที่เศรษฐกิจโตต่ำ ถ้าเศรษฐกิจฟื้นดีความเสี่ยงก็จะลดลงได้ แบงก์ก็จะกล้าปล่อยกู้ 2.รัฐต้องช่วยค้ำประกันหนี้เสีย เพื่อให้แบงก์กล้าปล่อยกู้ แต่หากมีปัญหาไม่ต้องตั้งสำรองหนี้สูญ โดยรัฐบาลเข้ามารับภาระนี้ อย่างไรก็ดี สุดท้ายภาระจะตกเป็นของประชาชนทุกคนที่รับหนี้ 3.ยืดหยุ่นดอกเบี้ยให้สูงขึ้นรับความเสี่ยง High Risk HighReturn ไม่จำกัดเพดาน และ 4.แก้เกณฑ์การสำรองของแบงก์ ซึ่งต้องตกลงกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“สงครามการค้า” เสี่ยงปะทุ

ดร.อมรเทพกล่าวว่า ในครึ่งปีหลังปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ “สงครามการค้า” แม้ความขัดแย้งด้านพลังงานคลี่คลาย แต่ความเสี่ยงใหม่กำลังย้ายไปที่สงครามการค้า ต้องจับตาการใช้มาตรการ 301 ของสหรัฐ ที่เคยบังคับใช้กับจีน อาจกลับมากดดันประเทศคู่ค้าและสร้างความผันผวนต่อบรรยากาศการค้าโลกอีกครั้ง อาจกระทบการส่งออกของไทยระยะต่อไป ต้องติดตามผลดี-ผลเสียอีกครั้ง

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 3 เริ่มดีขึ้น แต่การบริโภคภาคเอกชนยังทรงตัว รายได้โตช้า ขณะที่ค่าครองชีพสูง มาตรการภาครัฐไตรมาส 3 น่าจะเป็นตัวประคองสถานการณ์ ส่งผลดีต่อกลุ่มอาหาร เครื่องดื่มของใช้ทั่วไป แต่สินค้าขนาดใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ เสี่ยงชะลออยู่ เพราะรายได้ของคนไม่ได้โตมาก ขณะที่ความเชื่อมั่นดูไม่ค่อยดีนัก”

นอกจากนี้ การลงทุนเอกชนยังไม่นิ่ง แม้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จะเข้าไทยในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center แต่ยังไม่ได้มีการกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ จึงยังไม่เกิดการทวีคูณทางเศรษฐกิจ ภาคก่อสร้างยังทรุดตัว รายได้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ด้านภาคส่งออกเป็นบวก และสนับสนุนภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมโดยรวม แต่เนื่องจากในหลายอุตสาหกรรมมีสัดส่วนนำเข้าค่อนข้างสูง จึงยังไม่เห็นการส่งออกสุทธิที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทย