จับตาใช้เงิน 4 แสนล้าน
บทบรรณาธิการ
ไม่เกินความคาดหมายกับการโหวตผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ด้วยคะแนน 285 ต่อ 141 เสียง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นแกนหลักชี้แจงถึงความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยเน้นเพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
นายอนุทินยืนยันต่อสภาว่า การใช้เงินจะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับใครเป็นการเฉพาะ และสั่งการให้คณะรัฐมนตรีติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด ไม่ให้รั่วไหลเป็นอันขาด พร้อมย้ำว่า เงินกู้นี้มีต้นทุนและได้พิจารณาแล้วว่า ต้นทุนที่ได้มานั้นมันคุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้จากการดำเนินโครงการต่าง ๆ ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้
ส่วนนายเอกนิติชี้ว่า การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เพราะตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ยืนยันชัดเจนว่าไทยกำลังเผชิญวิกฤตหลายระลอกจากภาวะน้ำมันแพง จนทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเกือบ 6 แสนล้านบาทในไตรมาสเดียว ซึ่งผลกระทบเริ่มจากพลังงานแพง ค่าครองชีพและเงินเฟ้อพุ่งสูง กำลังซื้อของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และหากปล่อยไว้อนาคตอาจนำไปสู่ภาวะธุรกิจทยอยปิดตัวและการเลิกจ้างงานในที่สุด รวมทั้งสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
รองนายกฯ ระบุว่า เป้าหมายของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ตั้งอยู่บน 3 หลักคิดสำคัญ คือ 1.การประคองประชาชนและเศรษฐกิจในปัจจุบัน 2.การใช้จังหวะนี้เร่งกระตุกให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐและซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง และ 3.ดึงดูดการลงทุนพลังงานสะอาดจากต่างประเทศ เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงคนไทยโดยตรง เช่น การส่งเสริมติดโซลาร์เซลล์ให้ประชาชน
นายเอกนิติยืนยันเช่นเดียวกับนายกฯ ว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้มีระเบียบกลางและเกณฑ์คัดกรองโครงการอย่างเข้มงวดโดยคณะกรรมการเฉพาะกิจ เน้นความโปร่งใส ความคุ้มค่า หากประเมินแล้วมีปัญหาจะถูกตัดทิ้งทันที ซึ่งที่ผ่านมาตีกลับไปให้หน่วยงานที่ขอเงินก้อนนี้ทำเรื่องมาใหม่แล้วหลายกรณี โดยเฉพาะขอตั้งที่ปรึกษา ไปดูงาน ฯลฯ พร้อมทั้งติดตามผลและรายงานให้ทั้งคณะรัฐมนตรีและประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
การกู้เงินถึง 4 แสนล้านบาท แม้เพิ่มหนี้สาธารณะสูงขึ้น แต่หากทำได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ย่อมถือว่าคุ้มค่า แต่ที่สำคัญทุกโครงการต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ อย่าเล่นแร่แปรธาตุ หรือช่วยเหลือคนกันเอง ขณะเดียวกันฝ่ายค้านที่แม้จะแพ้โหวตในสภาแต่คงทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เช่นเดียวกับประชาชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหนี้ก้อนนี้คนไทยทั้งประเทศย่อมได้รับผลกระทบเช่นกัน