“มากุโระ” เขย่าพอร์ตรายได้ ส่ง “หลาย” รุกอาหารอีสาน
“มากุโระ กรุ๊ป” สลัดภาพกลุ่มธุรกิจอาหารญี่ปุ่น-เกาหลี มุ่งแพลตฟอร์มร้านอาหาร หวังขยายฐานลูกค้า-บาลานซ์พอร์ตรายได้ ประเดิมอาหารอีสานปักธงแบรนด์ “หลาย” ชูจุดเด่นอาหารอีสานราคาจับต้องได้เริ่มต้น 79 บาท ชิงพนักงานออฟฟิศ-ครอบครัว หลังครึ่งแรกปี’69 ทำรายได้ 1,138.6 ล้านบาท เติบโต 32% จาก 58 สาขา
นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การตัดสินใจเปิดร้านอาหารอีสาน “หลาย” ที่ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑานี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนผลักดัน MAGURO Group ให้เป็นมากกว่ากลุ่มธุรกิจอาหารญี่ปุ่น-เกาหลี แต่มุ่งสู่การเป็นผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารครบวงจรครอบคลุมอาหารหลากหลายสัญชาติและหลากหลายรูปแบบ
ด้วยยุทธศาสตร์นำเข้าแบรนด์สุดฮิตจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาแบรนด์ขึ้นเองภายในบริษัท เพื่อให้พอร์ตโฟลิโอสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทานอาหารของผู้บริโภคได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
โดยการเลือกอาหารอีสานนั้น เนื่องจากอาหารอีสานเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และได้รับความนิยมสูงในไทย รวมถึงเป็นเมนูที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างพนักงานออฟฟิศ, ครอบครัวคุ้นเคยและทานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
ตามเป้าหมายให้แบรนด์หลายมาช่วยขยายฐานลูกค้าลงสู่กลุ่มแมส โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มองหาร้านอาหารที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า
ด้วยราคาที่จับต้องได้กว่าแบรนด์เดิมในเครืออย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการสร้างความถี่ในการใช้บริการ จากการที่อาหารไทยและอีสาน โดยเฉพาะเมนูส้มตำและอาหารจานเดียว เป็นเมนูที่ผู้บริโภคทานได้เป็นประจำทุกวัน สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความรวดเร็วและคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้บริการซ้ำให้กับกลุ่มบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ
“กลุ่มร้านอาหารหลักดั้งเดิมของเครือ อย่างมากุโระ และฮิโตริ ชาบู จับกลุ่มตลาดระดับ Premium-mass ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยค่อนข้างสูง ทำให้ความถี่ในการเข้าใช้บริการของลูกค้าถูกจำกัดตามธรรมชาติของระดับราคา”

ดังนั้น บริษัทจึงวางจุดเด่นของแบรนด์หลาย ไว้ที่เมนูอาหารอีสานครบชุดในราคาจับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ, ลาบ, น้ำตก, ยำ, ต้มแซ่บและปิ้งย่าง ราคาเริ่มต้น 79 บาท ไปจนถึงเมนูจานเดียวราคา 139 บาท อาทิ ข้าวผัดพริกขี้หนูคอหมูย่าง ขณะที่ด้านวัตถุดิบเน้นความพรีเมี่ยมตั้งแต่น้ำปลาร้าสูตรเฉพาะ มะละกอแขกดำ ไปจนถึงเนื้อวากิวจากไทย, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ไปจนถึงข้าวเหนียวแสงแรก ข้าวเหนียวพื้นเมืองพันธุ์โบราณของไทย
“สาเหตุที่เราตั้งชื่อร้านว่า หลาย เพราะเป็นภาษาอีสานที่แปลว่า มาก เพื่อสื่อถึงความตั้งใจที่มากพอจะส่งต่อ ทั้งรสชาติที่แซ่บ นัว หอมกลมกล่อม และการต้อนรับแบบอีสานที่จริงใจ เหมาะสำหรับการประเดิมรุกเข้าสู่ตลาดอาหารไทยและอาหารอีสานอย่างเป็นทางการ”
นายจักรกฤติกล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการพัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มและโอกาสการบริโภคใหม่ รวมถึงกระจายแหล่งที่มาของรายได้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
หลังไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,138.6 ล้านบาท เติบโต 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 58 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 45 สาขาในช่วงเดียวกันของปีก่อน ครอบคลุมแบรนด์อาหารในเครือตั้งแต่ระดับพรีเมี่ยมถึงตลาดแมส
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวแบรนด์ “อิปเปะ คอปเปะ” (IPPE KOPPE) ในไตรมาส 2 และการเปิดให้บริการ “ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ” (KAITEN SUSHI GINZA ONODERA) ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา