TESLA ลุ้นขายแตะ ‘หมื่น’ คัน ปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น
เทสล่า ไทยแลนด์ ปลื้มหลังปรับกลยุทธ์ธุรกิจเพิ่มความแข็งแกร่งให้แบรนด์-เน็ตเวิร์ก-บริการหลังการขาย เน้นให้ลูกค้าไทยเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับเน้นประสบการณ์ลูกค้า เผยยอดขาย 7 เดือนแซงหน้าปีที่แล้วทั้งปี แย้มมีลุ้นขายแตะ 10,000 คันในปีนี้
นายพิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เทสล่า ประเทศไทย จำกัด (Tesla) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเทศไทยเมื่อช่วงต้นปี 2569 ในส่วนของยอดขายเทสล่าในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในแง่ของยอดขายนั้นเป็นตัวเลขที่ดีมาก มียอดขายรวมแซงหน้ายอดขายปี 2568 ทั้งปีไปแล้วที่กว่า 4,000 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างโมเดล 3 (Model 3) ขับเคลื่อนล้อหลัง และโมเดลวายแอล (Model YL) รุ่น 6 ที่นั่ง ปรากฏว่าตลาดให้การตอบรับค่อนข้างดี
เป็นผลมาจากการแนะนำรถรุ่นใหม่แล้ว บริษัทยังได้ปรับวิธีการทำตลาดโดยมุ่งเน้นการสื่อสารเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าโดยตรง ขยายตลาดออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้นให้ลูกค้าได้สัมผัสกับแบรนด์ และการทำราคาให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงง่ายขึ้น
ปีนี้เทสล่ามีการลงทุนในไทยอีกพอสมควร เพราะการดำเนินธุรกิจต่างเป็นการลงทุนโดยเทสล่า เอง ทั้งโชว์รูม ศูนย์บริการ สถานีชาร์จ ฯลฯ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยแผนการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายรถยนต์เทสล่าในประเทศไทยนั้นปัจจุบันมีอยู่ 8 แห่ง ได้แก่ สาขาพระราม 5, วันแบงค็อก, พารากอน และรามคำแหง ในปีนี้บริษัทจะขยายเพิ่มเป็น 10 แห่ง
มีการขยายไปในส่วนของเซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล เชียงใหม่, นครราชสีมา (พ็อปอัพโชว์รูม), รังสิต และจะเพิ่มอีกในช่วงปลายปี ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล ชลบุรี และศูนย์บริการเทสล่า เซ็นเตอร์ จ.เชียงใหม่
สำหรับสาขาเชียงใหม่จะเป็นการเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ มีทั้งการขายและบริการหลังการขาย อู่ซ่อมสีและตัวถังด้วย และเป็นการเปิดคู่ขนานกัน
ซึ่งบริษัทยังมีแผนขยายเครือข่ายการจำหน่ายในรูปแบบ 3S กระจายไปภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ส่วนพื้นที่ในกรุงเทพฯยังมีแผนจะขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2570 จะเพิ่มอีก 2 สาขาด้วย
ขณะที่แผนการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเทสล่า หรือ Tesla Supercharger นั้น ปัจจุบันมี 48 สถานีในไทย บริษัทยังได้ร่วมมือกับเทสล่า มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่สามารถใช้สถานีชาร์จ,ใช้บริการหลังการขาย และวอร์แรนตีทั้ง 3 ประเทศใช้ร่วมกันได้
ขณะที่บริการที่บริษัทเพิ่งทำเสนอออกสู่ตลาดคือ บริการเทรด-อิน สำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์เทสล่าคันใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือรถยนต์ที่ไม่ใช่เทสล่ามาประเมินราคา และหากมีการจองรถใหม่จากเทสล่าก็จะมีการให้เครดิต ขณะที่ลูกค้าเก่าสามารถนำรถเข้ามาตีราคาแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นรถเทสล่าคันใหม่ โดยนำมูลค่ารถที่เทรด-อิน สามารถเปลี่ยนเป็นเงินดาวน์ได้ทันที รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องของ “ประกันภัย” โดยทำราคาประกันรถยนต์เทสล่าเป็นมิตรขึ้น โดยอยู่ที่ 39,999 บาท
ส่วนลูกค้าเทสล่าที่ต้องการซื้อรถเพิ่มสามารถนำชื่อหรือแลกรถเก่ามารับสิทธิส่วนลดพิเศษ ลอยัลตี้โปรแกรม
“เราต้องการสร้างประสบการณ์ของลูกค้าเทสล่าให้ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนให้คนที่ต้องการเปลี่ยนผ่านมาใช้รถยนต์อีวีมากขึ้น วันนี้มีรถเทสล่าในไทยเกือบ 3 หมื่นคันในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเราจะพยายามทำให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีนำ มีบริการเงื่อนไขทางการเงินเข้ามาเสริมให้เทสล่าเป็นแบรนด์ที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”