เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape

05 ก.ย. 2569 | 12:10น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : วิมล ตัน

เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตแบบ K-Shape

เป็นเรื่องที่รัฐบาล โดยเฉพาะหน่วยงานกำกับดูแลเศรษฐกิจมหภาค ต้องให้ความสนใจและเร่งหาทางแก้ไขโดยด่วน

เพราะเศรษฐกิจแบบ K-Shape สร้างปัญหา ตรงที่เป็นการเติบโตที่ไม่เท่าเทียมกัน เหมือนตัวอักษร K ที่มีขาหนึ่งพุ่งขึ้น ขณะที่อีกขาดิ่งลง เป็นความแตกต่างที่ธุรกิจ “ขาบน” ร่ำรวย ทำมาค้าขึ้น ได้ประโยชน์เต็มไม้เต็มมือ กำไรโตพรวด ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในขณะนี้ คือ อุตสาหกรรมในกลุ่มดิจิทัล กลุ่มเทค อิเล็กทรอนิกส์ AI ที่ได้รับความนิยม กำไรเติบโตหลายสิบเปอร์เซ็นต์ แต่อีกข้างหนึ่งที่น่าห่วง คือธุรกิจ “ขาล่าง” ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ระบุว่า เป็นกลุ่ม 7 อุตสาหกรรมดั้งเดิมของไทย เช่น อุตฯยานยนต์ ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่โดนแรงกดดันจากสินค้าต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาตีตลาดในประเทศ แย่งลูกค้า ตัดราคา จนทำให้ยอดขายสาละวันเตี้ยลง รายได้ลด แข่งขันไม่ได้

เป็นสาเหตุที่เราได้เห็นตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้เหมือนว่าเติบโตดี การส่งออกช่วง 7 เดือนแรกของปีขยายตัวถึง 18.2% กกร.เองก็มีการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 จากเดิม 1.6-2% เป็น 2.1-2.5% แต่เป็นตัวเลขที่ไม่สะท้อนภาพเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะการส่งออกบางกลุ่มสินค้าสดใสมาก ขณะที่กำลังซื้อของคนในประเทศกลับลดน้อยถอยลง ด้วยพิษผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่ม เงินเฟ้อพุ่ง เงินในกระเป๋ากลับเท่าเดิม ลองเดินตลาด สำรวจพ่อค้าแม่ขายตามแผงลอยต่าง ๆ จะได้คำตอบแบบเดียวกันว่า ค้าขายซบเซา ลูกค้าร่อยหรอ

เป็นอารมณ์ที่ไปคนละทางกับตัวเลขส่งออก และจีดีพี !!

เศรษฐกิจ K-Shape แบบนี้จะส่งผลเสียที่รุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว เพราะจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ยิ่งตัว K ขาบนกับขาล่างถ่างออกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมมากขึ้นในสังคม กลุ่มขาบน คือคนรวยและกลุ่มทุนหนา ที่มีสัดส่วนน้อย ยิ่งรวยขึ้น กุมอำนาจทางเศรษฐกิจเข้าขั้นผูกขาด ขณะที่กลุ่ม K ขาล่าง คือธุรกิจดั้งเดิมของไทย กลุ่มเอสเอ็มอีที่ไปต่อไม่ไหว และคือประชากรกว่า 1 ใน 3 ของประเทศที่มีปัญหาถูกกดทับด้วยหนี้ครัวเรือน ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย รายได้โตไม่ทันรายจ่าย ก็ต้องวนลูปกับการกู้หนี้ยืมสินมาใช้ในชีวิตประจำวัน กลายเป็น “กับดักหนี้” ที่ตอนนี้ก็เป็นปัญหาหนักอกของประเทศอยู่แล้ว

หากปล่อยให้เศรษฐกิจเป็น K-Shape ต่อไปโดยไม่เร่งแก้ เชื่อว่ากับดักหนี้จะกลายร่างเป็น “หลุมดำ” ดูดทุกสิ่งทุกอย่าง

จริง ๆ แล้ว ประเทศไทยรบพุ่งกับปัญหาความเหลื่อมล้ำมาหลายปีดีดัก แต่เหมือนว่าจะไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก แทบทุกรัฐบาลมักใช้ “ประชานิยม” โดยให้เหตุของการดูแลกลุ่มคนเปราะบาง เป็นสาระสำคัญในการใช้เงินงบประมาณอุดหนุนด้วยการแจกเงิน ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส ซึ่งล้วนแต่เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แก้แบบเฉพาะหน้า ไม่ใช่นโยบายการสร้างรายได้แบบมั่นคงยั่งยืน

จากนี้การดูแล “กลุ่มคนขาล่าง” ต้องเข้มข้น จริงจังกว่านี้

ในส่วนของ “กลุ่มคน K ขาบน” เอง จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลอาจต้องกำกับดูแล ออกนโยบายให้เกิดการ “แบ่งปัน” หรือดูแลให้ธุรกิจเหล่านี้รับผิดชอบต่อสังคม (Social Response) ยิ่งมีกำไรมาก ยิ่งต้องตอบแทนคืนกลับให้สังคมมากขึ้น ไม่เช่นนั้น สภาพความเหลื่อมล้ำ ชาวบ้านตาดำ ๆ ที่หาเช้าไม่พอกินค่ำ ย่อมมีอารมณ์หงุดหงิด อิจฉา ไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับกำไรที่สวยหรูของบริษัทเหล่านั้น พาลจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล

รัฐบาลก็จะอยู่ยาก !!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

K-Shape เศรษฐกิจ