พ.ค. ใช้น้ำมันร่วง 4.2% เหลือ 148.39 ล้านลิตร/วัน E20 โตแรง 27%
กรมธุรกิจพลังงาน เผยยอดใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ 148.39 ล้านลิตร/วัน ลดลง 4.2% ทั้งเบนซิน ดีเซล เจ็ต และ LPG ปรับตัวลดลง ขณะที่ E20 โตต่อเนื่อง 27% แตะ 6.45 ล้านลิตร/วัน ด้าน NGV หดตัว 8.8% สถานีบริการลดเหลือ 257 แห่ง ส่วนนำเข้าน้ำมันพุ่ง 25.7% ท่ามกลางผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลาง เร่งกระจายแหล่งนำเข้าจากตะวันออกไกลลดพึ่งพาตะวันออกกลาง
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 148.39 ล้านลิตร/วัน ลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 4.3% จากเดือนก่อนหน้า (MoM) โดยน้ำมันส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน ทั้งกลุ่มเบนซิน กลุ่มดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา LPG และ NGV ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

น้ำมันกลุ่มเบนซิน มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30.58 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการลดลงของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์อี 85 ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 มีการจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยมีปริมาณการจำหน่าย 6.45 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 26.9% (YoY) จากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพผ่านการกำหนดส่วนต่างราคาที่จูงใจเมื่อเทียบกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งมีส่วนต่างราคาอยู่ที่ 5 บาท/ลิตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงดังกล่าวหันมาใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน (MoM) พบว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทุกชนิดในกลุ่มเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยในเดือนพฤษภาคมมีการปรับราคาน้ำมันรวม 8 ครั้ง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันในบางช่วงเวลาได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของราคา
น้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็ว มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 63.68 ล้านลิตร/วัน ลดลง 5% ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีการส่งสินค้า (Shipment Index) เดือนพฤษภาคม ที่หดตัวลง 4.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน1 ส่งผลให้การจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาลดลง 10.5%
ขณะที่การจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ยังคงเพิ่มขึ้นจากนโยบายส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและการขยายจำนวนสถานีบริการรองรับรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันดังกล่าวได้ โดยมีสถานีบริการที่เปิดจำหน่ายดีเซลหมุนเร็วบี 20 ณ เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 802 แห่ง ทำให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.68 ล้านลิตร/วัน จากเดือนเมษายน 2569
น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 14.94 ล้านลิตร/วัน ลดลง 2.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 2 สาเหตุมาจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาบัตรโดยสาร ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนของทุกปี เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งเริ่มทยอยปรับแผนการดำเนินงาน อาทิ การปรับตารางบิน การลดความถี่ในบางเส้นทาง หรือการบริหารจัดการเที่ยวบินให้เหมาะสมกับต้นทุนและปริมาณผู้โดยสารในแต่ละช่วงเวลา
น้ำมันเตา มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 5.18 ล้านลิตร/วัน ลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY)โดยเป็นผลจากการดำเนินงานในภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) เดือนพฤษภาคม 2569 ที่หดตัว 1.29% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน4 ทำให้การจำหน่ายน้ำมันเตาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมลดลง
ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 17.76 ล้านกก./วัน ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายในภาคครัวเรือนที่ปรับตัวลดลง 3.2% รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง 2% ขณะที่ภาคการขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน 0.3%
ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 2.13 ล้านกก./วัน ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยอุปสงค์ของ NGV ยังคงมีแนวโน้มหดตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนสถานีบริการ NGV ที่ทยอยลดลง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีสถานีบริการ NGV เปิดให้บริการทั่วประเทศ 257 แห่ง ลดลง 21 แห่ง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 1,164,539 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 25.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยน้ำมันดิบมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 21.8% น้ำมันสำเร็จรูปมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 12.7% ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกไกลและแหล่งอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าจากแหล่งตะวันออกกลาง
ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 127,652 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้น 1.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการส่งออกน้ำมันเตา ซึ่งเป็นชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้อยู่ในมาตรการระงับการส่งออกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 ปริมาณ 65,519 บาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้น 62.1% (YoY) รวมทั้งมีการส่งออกน้ำมันดีเซลที่มีลักษณะและคุณภาพซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้ ปริมาณ 17,682 บาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้น 85.2% (YoY)
ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน (10 ppm) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว มีการส่งออกไปยังประเทศที่ไม่ถูกมาตรการระงับการส่งออก คือ สปป.ลาว และเมียนมา ปริมาณรวม 44,451 บาร์เรล/วัน
