สหพัฒน์-โอบายาชิ เดินหน้าก่อสร้าง “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8 พันล้าน เปิดปี’72
ไทยโอบายาชิ จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ “โอ-เมช ราชดำริ” มิกซ์ยูส 8,000 ล้าน ดึงเทคโนโลยี LRV อัพเกรดการก่อสร้างแห่งแรกในไทย พร้อมชูแนวคิด Green & Smart ใจกลางราชดำริ
นายพรชัย สิทธิยากรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นันทวัน จำกัด (ไทยโอบายาชิ) เปิดเผยว่า บริษัทจัดพิธีวางศิลาฤกษ์ “โอ-เมช ราชดำริ” โครงการมิกซ์ยูส มูลค่าการก่อสร้าง 8,000 ล้านบาท พื้นที่ 6 ไร่ บริเวณปากซอยมหาดเล็กหลวง 3 ถนนราชดำริ ประกอบด้วย อาคารสำนักงานเกรด A โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชดำริ
พิธีวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนสำคัญเข้าร่วมพิธี ได้แก่ นายมาซาโตะ โอตากะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, นายทาเคโอะ โอบายาชิ ประธานกรรมการ Obayashi Corporation, นายโทชิมิ ซาโตะ ประธานและกรรมการผู้แทน Obayashi Corporation, นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, นายวิชัย กุลสมภพ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดยการพัฒนาโครงการนี้เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างไทยโอบายาชิและบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ในเครือสหพัฒน์ สู่การร่วมทุนพัฒนาอสังหาฯในส่วนของโรงแรมโดยผสานความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจและการพัฒนาโครงการของเครือสหพัฒน์ กับความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง เทคโนโลยี การออกแบบ และการบริหารจัดการโครงการของไทยโอบายาชิ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการตั้งแต่ Business Development ไปจนถึง Construction Technology


พลิกโฉมออฟฟิศเก่า 30 ปี จุดเริ่มต้น ‘ไทยโอบายาชิ’
นายพรชัยกล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความผูกพันกับพื้นที่ราชดำริ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งอาคารสำนักงานของบริษัทมานานประมาณ 30 ปี และเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของไทยโอบายาชิ บริษัทจึงต้องการรักษาพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของธุรกิจไว้ พร้อมต่อยอดประสบการณ์ด้านการบริหารพื้นที่ให้เช่าสู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิด “แข่งขันด้วยคุณภาพ ไม่ใช่ด้านราคา”
“พิธีวางศิลาฤกษ์ในครั้งนี้เป็น Milestone สะท้อนความพร้อมของโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรม และวิศวกรรม เราให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การก่อสร้าง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้” นายพรชัยกล่าว
ไฮไลต์สำคัญ คือ การนำ LRV มาประยุกต์ใช้ร่วมกับโครงสร้าง Steel Framing และ Reinforced Concrete โดยเตรียมชิ้นส่วนให้พร้อมก่อนประกอบในพื้นที่จริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพและระยะเวลาการก่อสร้าง พร้อมลดกิจกรรมและแรงงาน Construction Waste ฝุ่น และเสียงรบกวนในหน้างาน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวสะท้อนแนวคิด Art of Engineering for Tomorrow และความมุ่งมั่นด้านความแม่นยำ คุณภาพ และการก่อสร้างเพื่ออนาคต
“ไทยโอบายาชิตั้งเป้าให้โครงการนี้เป็นทั้ง Technology Showcase และ Knowledge Showcase ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการออกแบบและการก่อสร้างแก่สถาบันการศึกษาและผู้พัฒนาอสังหาฯ โดยชื่อ O-MESH สะท้อนเรื่องราวและแนวคิดว่า ตัว O มาจาก O-NES และ OBAYASHI เพื่อรักษารากฐานและคุณค่าที่สั่งสมมา และ MESH หมายถึง การประสานกันขององค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ทั้งฟังก์ชั่น ผู้คน วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และเมืองเข้าด้วยกัน” นายพรชัยกล่าว

ชูคอนเซ็ปต์ Garden in the Sky ผสานดีไซน์-ธรรมชาติ
โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด The Crafted Legacy O-MESH Ratchadamri งานฝีมือ ความประณีตแม่นยำ และการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสานหลักการออกแบบร่วมสมัยเข้ากับองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการ โดยอาคารสำนักงานนำแนวคิดจากงานจักสานไทยและญี่ปุ่นมาตีความผ่านเปลือกอาคาร ขณะที่ส่วนของโรงแรมสร้างเอกลักษณ์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่โดยรอบ ผ่านแนวคิด Garden in the Sky เพื่อผสานธรรมชาติเข้ากับอาคารสูง
ด้านการใช้งาน โครงการมุ่งตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนตามแนวคิด Hotel supports Office/Office supports Hotel พร้อมพัฒนาระบบ Smart Building และ Destination Control System รวมถึงระบบบริหารคุณภาพอากาศภายในอาคาร การจัดการ PM 2.5 และการเติมอากาศบริสุทธิ์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร
ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้าน Sustainability และ ESG โดยนำแนวคิดและหลักเกณฑ์ของ LEED และ WELL มาใช้เป็นแนวทางตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมนำแนวคิด Keep the Green Character of Ratchadamri มาตีความผ่านสถาปัตยกรรมและ Landscape เพื่อรักษาเอกลักษณ์ความร่มรื่นของย่านและเติมคุณค่าใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของเมือง
ทั้งนี้ โครงการมีพื้นที่อาคารรวม (GFA) กว่า 117,000 ตร.ม. สูง 36 ชั้น หรือประมาณ 177 เมตร ประกอบด้วย สำนักงานเกรด A, โรงแรม 203 ห้อง ภายใต้การบริหารของ Seibu Prince Hotels Worldwide และพื้นที่ค้าปลีก พร้อมที่จอดรถประมาณ 900 คัน โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ และคาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนธันวาคมปี 2572
