นครินทร์ เผย ‘มีชัย’ เสียใจ กติกาเลือก สว. เป็นความผิดพลาดที่สุด
อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เผยผ่านเวที วปอ. ชี้กติกา สว. เลือกกันเอง “ความผิดพลาดที่สุด” ย้ำรัฐธรรมนูญต้องเป็นของคนทุกสี
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมแสดงทรรศนะและบรรยายพิเศษหัวข้อ “การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต” ในกิจกรรมเสวนาวิชาการ NDC ’68 Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด Resilient Thailand ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 โดยสะท้อนภาพความซับซ้อนของโครงสร้างการเมืองไทย ปัญหาความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ และทิศทางกติการัฐธรรมนูญ
ศ.นครินทร์ เริ่มต้นกล่าวถึงความยากลำบากในการอธิบายกลไกทางการเมืองไทยให้นักวิชาการต่างประเทศเข้าใจ โดยเฉพาะประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล การเข้าและสิ้นสุดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการยุบพรรคการเมือง ซึ่งมีความซับซ้อนสูงอันเกิดจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายครั้ง เสมือนการต่อเติมบ้านตามอำเภอใจ
“ทำไมต้องยุบพรรคต่าง ๆ ก็เพราะกฎหมายกำหนดไว้แบบนี้ ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น เราอยู่ในสภาวะแบบนี้ ก็ต้องทำแบบนี้”
ขณะเดียวกัน ระบบการสรรหาบุคลากรในองค์กรอิสระที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ได้สร้างความเคลือบแคลงและเกิดปัญหาทางกฎหมายหลายประการ เช่น กรณีปัญหาของ กสทช. และ ป.ป.ช.
นอกจากนี้ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญได้วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของวุฒิสภา (สว.) ว่า การใช้อำนาจของ สว. มีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับต่ำ เนื่องจากระบบการเลือกกันเองเป็นกติกาที่ประเทศไทยคิดเองและใช้กันเองโดยไม่มีประเทศอื่นใช้
“การใช้อำนาจของวุฒิสภามีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับต่ำ ผมอาจจะพูดแรงเกินไป แต่ถ้าเราไม่ปิดหูปิดตาก็จะเห็นได้ว่า (ความชอบธรรม) ไม่สูงมาก เนื่องจากระบบที่มาคือการเลือกกันเอง ที่เราคิดกันเอง ใช้กันเอง โดยไม่เคยมีใครใช้”
แม้จะไม่เอ่ยชื่อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” โดยตรง แต่เขาเปิดเผยว่า เคยได้รับการบอกเล่าจาก ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปี 2560 ว่า สิ่งที่เสียใจมากที่สุดและเป็นความผิดพลาดที่สุดของ กรธ. คือการร่างกลไกระบบ สว.ชุดนี้ขึ้นมา
“เราน่าจะเข็ดแล้วนะครับ มอบให้ผู้เชี่ยวชาญเขียน บางครั้งผู้เชี่ยวชาญพารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกันนะครับ”
“ผมรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่าง 60 ท่านบอกว่า ท่านเสียใจมากที่สุดกับผมเรื่องหนึ่ง…เป็นความผิดพลาดของกรรมการยกร่าง คือการร่างระบบ สว.”
“ผมขอไม่เอ่ยชื่อท่านด้วยความเคารพ ท่านบอกว่าเป็นความผิดพลาดที่สุด เราทำกันแบบนี้ก็ต้องรับชะตากรรมกันแบบนี้ แต่ปัญหาคือเราจะยอมรับต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข”
ศ.นครินทร์ เน้นย้ำว่า รัฐธรรมนูญ สถาบันการเมือง และสถาบันสังคม ต้องสร้าง “ความชอบธรรม” และ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” จากประชาชน แต่ปัจจุบันความไว้วางใจต่อระบบการเมือง การเลือกตั้ง และการทำประชามติต่าง ๆ อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ประกอบกับสังคมไทยมีความขัดแย้งหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องชนชั้น ทัศนคติ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ จนเกิดปัญหาในการยอมรับอำนาจการปกครอง
ช่วงหนึ่งเมื่อถูกถามถึงทิศทางการเมืองไทยว่ายังคงเป็นการเมืองแบบ “คุมเชิง” หรือไม่
ศ.นครินทร์ ตอบว่า สังคมไทยคงต้องคุมเชิงและช่วงชิงโอกาสกันต่อไปตามอุปนิสัยและวัฒนธรรมทางการเมือง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงทิศทางรัฐธรรมนูญใหม่ว่า รัฐธรรมนูญและรัฐบาลต้องเป็นของคนทุกสีเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของทุกคน ไม่ใช่ของสีใดสีหนึ่ง