“วัชระพล” ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้ง Task Force 21 จังหวัด-ยกระดับคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
“วัชระพล” ยืนยันกระทรวงเกษตรฯ ไม่รอคดีปลาหมอคางดำถึงที่สุด เดินหน้าควบคุมและกำจัดต่อเนื่อง หลังปัจจุบันพบการระบาดวงกว้าง 21 จังหวัด เตรียมยกระดับ 7 มาตรการเดิม เพิ่มเครื่องมือตามกฎหมายประมงฉบับใหม่ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจและ Task Force ระดับจังหวัด พร้อมของบกลางเสริมกำลังคน-เครื่องมือ ควบคู่เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และเพิ่มความเข้มงวดการนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่น
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อปัญหาปลาหมอคางดำว่า ตั้งแต่เข้ามากำกับดูแลปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการไปแล้ว 7 มาตรการ โดยยืนยันว่าจะไม่รอให้คดีถึงที่สุดก่อนจึงเริ่มดำเนินการ
กรณีศาลปกครองกลางชั้นต้นมีคำพิพากษาให้กรมประมงดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ โดยให้กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุน และกำหนดให้ดำเนินการภายใน 180 วันนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น นายวัชระพลระบุว่า รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบของปลาหมอคางดำทั้งต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการประกอบอาชีพของประชาชน
ดังนั้น การควบคุมการแพร่ระบาดจึงถือเป็นพันธกิจที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมาตรการที่ดำเนินอยู่จะต้องมีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามคำพิพากษาศาล
เดินหน้า 7 มาตรการเชิงรุก
นายวัชระพลกล่าวว่า มาตรการที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการไปแล้วมี 7 ด้าน ได้แก่ การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาด การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อช่วยควบคุมจำนวน การนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นปลาป่นหรือปุ๋ยเพื่อใช้ประโยชน์
พร้อมวางมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำใหม่ ดึงเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง รวมถึงนำเทคโนโลยีและงานวิจัยมาใช้ เช่น ระบบ Tracking และการวิเคราะห์ DNA
มาตรการสุดท้ายคือการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำ หลังสามารถกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ได้แล้ว
พบระบาดวงกว้าง 21 จังหวัด
สำหรับข้อสงสัยว่า เหตุใดดำเนินมาตรการมาแล้วแต่ยังไม่สามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้ทั้งหมด นายวัชระพลชี้แจงว่า ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดในวงกว้างถึง 21 จังหวัด ขณะที่ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ยื่นขอรับการสนับสนุนงบกลาง และได้หารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับมาตรการกำจัดและควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุด
แนวทางต่อจากนี้จะนำมาตรการเดิมที่เห็นผลมาดำเนินการให้เข้มข้นและครอบคลุมครบทั้ง 21 จังหวัด พร้อมเพิ่มมาตรการใหม่โดยใช้เครื่องมือที่กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาต รวมถึงวิธีการที่กรมประมงได้ทดลองและประเมินว่ามีประสิทธิภาพ
ตั้ง Task Force ทุกจังหวัดที่พบระบาด
นายวัชระพลกล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่แพร่ระบาดมีขนาดกว้าง จำเป็นต้องสร้างกลไกให้ชาวประมง ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
รัฐบาลจึงเตรียมตั้งกลไกเฉพาะกิจ โดยมีคณะกรรมการพิเศษกำกับปัญหานี้โดยตรง ควบคู่กับการจัดตั้งคณะเคลื่อนที่เร็ว หรือ Task Force ระดับจังหวัด ในทุกจังหวัดที่พบการแพร่ระบาด
เป้าหมายคือให้แต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน และลงพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วเมื่อพบปัญหา
ประสานมหาดไทยเร่งเยียวยา
ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน นายวัชระพลระบุว่า ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งดำเนินการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด
พร้อมย้ำว่า การจัดการปัญหาจะต้องเดินควบคู่กันทั้งการลดจำนวนปลา การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหาย
เข้มด่านนำเข้า-คุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
นายวัชระพลกล่าวว่า ปัญหาปลาหมอคางดำถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนในเรื่องความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศสัตว์น้ำ
กรมประมงจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่น รวมถึงยกระดับระบบเฝ้าระวังบริเวณด่านและกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
“กระทรวงเกษตรฯ จะไม่รอผลคดีถึงที่สุด แต่จะเดินหน้ามาตรการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการให้เข้มข้นและไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามคำพิพากษาศาล” นายวัชระพลกล่าว