ทุ่ม 3 หมื่นล้านเวนคืนที่ดิน “บ้านหรูภูเก็ต” ตัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง-เมืองใหม่
กทพ.ทุ่ม 8.4 หมื่นล้าน ตัดทางด่วนภูเก็ต ระยะทาง 34.60 กม. เชื่อม 3 อำเภอ กะทู้ ถลาง เมืองภูเก็ต แก้รถติด บูมท่องเที่ยว แบ่งสร้าง 2 เฟส เสร็จปี’74 เฟสแรก “กะทู้-ป่าตอง” เวนคืนแล้ว ตอกเข็มปี’70 เจาะอุโมงค์คู่ทะลุเขายาว 1.85 กม. ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รองรับทั้งรถยนต์-มอเตอร์ไซค์ อัด 3 หมื่นล้าน เวนคืน 1,604 ไร่ บ้าน 343 หลัง ลุยเฟส 2 เมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ แจ็กพอตที่ดินโครงการอสังหาฯ บ้านหรู สนามกอล์ฟดัง
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กทพ.อยู่ระหว่างผลักดันโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 34.60 กม. และเงินลงทุนรวม 84,218 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 16,757 ล้านบาท ส่วนเฟส 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. ลงเงิน 67,461 ล้านบาท
โดย กทพ.ลงทุนงานโยธาระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอนาคตประเทศไทย (TFFIF) รัฐเวนคืนที่ดินและเอกชนร่วมลงทุน PPP งานระบบ (O&M) วงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท ตามแผนจะสร้างเสร็จและเปิดบริการเดือนตุลาคม 2574
“ทางด่วนภูเก็ตเป็นโครงการแรกจะเริ่มสร้างปี 2570 และเป็นโครงการแรกที่ กทพ.ลงทุนในต่างจังหวัด จะเชื่อมการเดินทางในพื้นที่ภูเก็ตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ โดยตลอดสายช่วยลดเวลาเดินทางจาก 1 ชั่วโมงครึ่ง เหลือ 20 นาที โดยเฉพาะช่วงกะทู้-ป่าตอง จะสร้างอุโมงค์ใหญ่ที่สุดในลำดับต้น ๆ ของเอเชีย ความยาวเกือบ 2 กม. ช่วยลดเวลาเดินทางข้ามเขาเหลือ 5 นาที และเป็นทางด่วนสายแรกให้วิ่งทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์”
นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า โครงการทางด่วนภูเก็ตเฟสแรก กะทู้-ป่าตอง เริ่มต้นเมื่อปี 2533 และ กทพ.ได้รับโครงการนี้มาดำเนินการในปี 2556 มีเป้าหมายลดอุบัติเหตุ สภาพการจราจรที่ติดขัดจากกะทู้เข้าไปป่าตอง และในปี 2569 กทพ.จะผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว ความยากคือ ยิ่งช้าไปโครงการยิ่งแพงขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินภูเก็ตสูงและทำให้ผลตอบแทนการเงินไปยาก

ปี’70 ตอกเข็มกะทู้-ป่าตอง
รายละเอียดเฟสแรกช่วงกะทู้-ป่าตอง มีระยะทาง 3.98 กม. ลงทุน 16,757 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนที่ดิน 5,792.24 ล้านบาท ปัจจุบันเวนคืนแล้ว 99.43% จะเสร็จเดือนมกราคม 2570 ที่เหลือเป็นค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 10,965 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้างและรองรับแผ่นดินไหว ได้ปรับแบบใหม่ลดขนาดอุโมงค์จากเดิมกว้าง 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร แต่ยังคงความยาว 1.85 กม. รอกระทรวงคมนาคมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการ คาดเสนอเดือนธันวาคมนี้ หลัง ครม.อนุมัติแล้วจะใช้เวลา 6 เดือนในการประมูลและเริ่มก่อสร้างเดือนตุลาคม 2570 ถึงกันยายน 2574
แนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณจุดตัดถนนพระเมตตา (ภก.4055) กม.0+350 สร้างเป็นทางยกระดับ ขนาด 4 ช่องจราจร ข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ ระยะทาง 0.90 กม. เข้าสู่อุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ขนาด 4 ช่องจราจร ความยาว 1.85. กม. เชื่อมฝั่งกะทู้บริเวณจุดตัดกับถนนพระบารมี (ทล.4029) บริเวณ กม.0+850 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ
“ค่าผ่านทางได้เสนอ ครม.อนุมัติ หลังปรับอัตราใหม่ โดยรถจักรยานยนต์เหลือ 10 บาท รถ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6-10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท คาดการณ์มีรายได้ 0.96 ล้านบาทต่อวัน และปริมาณจราจรในปีแรกที่เปิดให้บริการทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ประมาณ 50,000-60,000 คันต่อวัน”

ทุ่ม 6.7 หมื่นล้านลุยเฟส 2
นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนเฟส 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ มีระยะทาง 30.62 กม. วงเงินลงทุน 67,461 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนที่ดิน 29,547.80 ล้านบาท ค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงาน 37,913.92 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด จะแล้วเสร็จปลายเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 เสนอ ครม.อนุมัติเดือนตุลาคม 2570 เริ่มเวนคืนเดือนมกราคม 2571 ถึงธันวาคม 2573 ก่อสร้างเดือนตุลาคม 2572 ถึงกันยายน 2574 โดยเฟส 2 จะเสนอขออนุมัติก่อสร้างพร้อมงานติดตั้งระบบ ขณะเดียวกัน กทพ.อยู่ระหว่างปรับลดค่าก่อสร้างจากกรอบเดิม 37,913 ล้านบาท
“ค่าเวนคืนที่ดินสูงถึง 29,547 ล้านบาท เพราะราคาที่ดินภูเก็ตค่อนข้างสูง โดยแนวเส้นทางโครงการเฟส 2 จะผ่านพื้นที่ป่า หมู่บ้านหรู ที่ดินเอกชน”
นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า แนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณจุดตัด ทล.4026 มุ่งหน้าลงทิศใต้ผ่านพื้นที่เทือกเขากมลา ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ และเชื่อมต่อกับโครงการเฟสแรกบริเวณถนน ทล.4029 และมีทางร่วมบรรจบ หรือ Spur Line บริเวณม่าหนิก 2 เพื่อแยกเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต รูปแบบการก่อสร้างโครงการมีทั้งทางระดับดิน อุโมงค์และทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร
นอกจากนี้จะมีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 2 จุด ประกอบด้วย Service Area ที่ กม.3+900 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าสนามบิน พื้นที่ 37 ไร่ และ Rest Stop ที่ กม.16+400 บริเวณทางแยก Spur Line พื้นที่ 13 ไร่ โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP
แจ็กพอตบ้านหรู-สนามกอล์ฟ
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการเวนคืนที่ดินเฟส 2 มีพื้นที่เวนคืนประมาณ 1,604 ไร่ เป็นที่ดินจำนวน 630 แปลง ราคาที่ดินเฉลี่ย 34,000-35,000 บาทต่อ ตร.ว. หรือไร่ละ 40 ล้านบาท และมีสิ่งปลูกสร้างประมาณ 343 หลัง โดยผู้ได้รับผลกระทบการเวนคืน อาทิ ที่ดิน บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่แนวเส้นทางตัดผ่านที่ดินซึ่งมีอยู่ 500 กว่าไร่ ในช่วงด่านม่าหนิก 2 บริเวณทางแยก Spur Line
โดย กทพ.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับอนันดาฯ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการจุดพักรถ เนื่องจาก กทพ.มีแผนพัฒนาโครงการอยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาของเอกชนที่เตรียมจะดำเนินการด้วย นอกจากนี้มีเวนคืนที่ดินสนามกอล์ฟในเครือ MBK และโครงการพูลวิลล่าของโบทานิก้าบางส่วน ราคามากกว่า 100 ล้านบาทต่อหลัง