ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
บทบรรณาธิการ
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่ไม่อาจแก้ได้ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเร่งขจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนความสามารถการแข่งขันและความเชื่อมั่นของประเทศ นั่นก็คือ“ทุนเทา” รวมถึงปัญหา “เศรษฐกิจนอกระบบ” ซึ่งขยายตัวแทรกซึมอยู่ในหลายภาคส่วน ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่เซาะกร่อนเศรษฐกิจไทย
“เศรษฐกิจนอกระบบ” ตามความหมายของ OECD คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่มีการบันทึกไว้ในบัญชีรายได้ประชาชาติ ไม่อยู่ในระบบภาษี และไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยมีสัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 48% ของจีดีพี เรียกว่าสูงสุดในภูมิภาค ซึ่งเป็นหนึ่งต้นตอของหลาย ๆ ปัญหา ทั้งเรื่องหนี้นอกระบบ ความเหลื่อมล้ำ และทำให้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ
ปฏิบัติการตัดช่องทางลำเลียง “ทุนเทา” พร้อมกับการกวาดต้อนเศรษฐกิจนอกระบบให้เข้าสู่ระบบจึงเป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทย ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกมาสะท้อนปัญหาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็เห็นปฏิบัติการชัดเจนอย่างเป็นระบบ ทั้งจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ประกาศขยายบทบาทเอื้อมมือเข้ามาสกัดกั้น “ทุนเทา” ด้วยการร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย และผู้ให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ประกาศร่วมกันสร้าง “คอขวด” ไม่ให้เงินผิดกฎหมายสามารถไหลเข้า-ออกระบบการเงิน หรือถูกแปลงสภาพไปเป็นทรัพย์สินอื่นได้โดยง่าย
ขณะที่ฟากรัฐบาล ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือบอร์ด Connect the Dots ได้ประชุมมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังทำ “แผนแม่บท” บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล 7 หน่วยงานหลัก เพื่อยกระดับการป้องกันความเสี่ยงธุรกรรมการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นเงิน
ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมธนาคารไทย พร้อมขีดเส้นใต้ให้ชัดเจนภายใน 30 วัน
โจทย์บูรณาการข้อมูลครั้งนี้ไม่ใช่แค่การป้องกันความเสี่ยงและจับโจร แต่อีกด้านกระทรวงการคลังก็มีเป้าหมายว่า ข้อมูลที่มีทั้งหมดจะช่วยยกระดับการดูแล รวมถึงการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนได้ดียิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นปฏิบัติการเชื่อมข้อมูลครั้งนี้จึงมาพร้อม ๆ กับการกวาดต้อนให้ประชาชนคนไทยและผู้ประกอบการต่าง ๆ เข้าอยู่ในระบบมากขึ้น เพื่อทำให้ “เศรษฐกิจนอกระบบ” ของไทยลดลง