กขค.รับฟังฝั่งแพลตฟอร์ม Ride-hailing ชี้ GP ไม่ใช่กำไร จี้รัฐลดกฎทับซ้อน
กขค.เปิดเวที Focus Group รับฟังผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ หลังหารือฝั่งไรเดอร์และร้านอาหาร เดินหน้าจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการ หวังสร้างกติกาที่โปร่งใสและเป็นธรรม ด้านแพลตฟอร์มย้ำ GP ไม่ใช่กำไรทั้งหมด แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างต้นทุน พร้อมเสนอรัฐบูรณาการกฎหลายหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อน และดึงผู้เล่นนอกระบบเข้าสู่กติกาเดียวกัน ขณะที่ กขค.ย้ำไม่กำหนดเพดานราคา เตรียมสรุปข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอที่ประชุมภายในเดือนตุลาคม
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และประธานอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม หรือ Ride-hailing เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกในรูปแบบ Focus Group จากผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มในระบบนิเวศตลาดบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์

มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเรียกรถโดยสาร บริการรับส่งอาหาร และจัดส่งออนดีมานด์เข้าร่วมหลายราย โดยการรับฟังครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อนำไปใช้ประกอบการจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัลบริการเรียกรถโดยสาร
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กขค. ได้รับฟังความคิดเห็นจากทั้งไรเดอร์และร้านอาหารแล้ว ขณะที่ตลาดแพลตฟอร์มมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม ระบบจัดสรรงาน ความโปร่งใสของอัลกอริทึม และเงื่อนไขทางการค้าที่อาจไม่เป็นธรรม
สำนักงาน กขค. ตั้งเป้าให้กติกาที่พัฒนาขึ้นสามารถรักษาสมดุลระหว่างผู้บริโภค ร้านค้า ไรเดอร์ และแพลตฟอร์ม โดยคาดว่าจะสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อที่ประชุม กขค. ภายในเดือนตุลาคม
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มสะท้อน คือความเข้าใจเกี่ยวกับค่า GP โดยระบุว่า แม้ GP จะเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจ แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็น “กำไรของแพลตฟอร์ม” ทั้งหมด
เนื่องจากแพลตฟอร์มยังมีต้นทุนหลายส่วน ทั้งค่าตอบแทนไรเดอร์ ระบบและเทคโนโลยี การตลาดและโปรโมชั่น รวมถึงบุคลากรและทีมงาน ดังนั้น การพิจารณาเฉพาะอัตรา GP อาจไม่สะท้อนต้นทุนและโมเดลธุรกิจที่แท้จริง และอาจทำให้การออกแบบมาตรการกำกับดูแลคลาดเคลื่อน
แพลตฟอร์มยังมองว่าตนทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรักษาสมดุลของผู้เล่น 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้บริโภค ร้านอาหาร และไรเดอร์ โดยต้องทำให้ค่าตอบแทนไรเดอร์มีแรงจูงใจ ร้านค้าสามารถรับภาระ GP ได้ และผู้บริโภคยังเข้าถึงค่าบริการได้ในระดับเหมาะสม
หากต้นทุนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้น ย่อมกระทบต่ออีกสองฝ่าย จึงต้องพิจารณาโครงสร้างต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่มองเพียงองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มยังแสดงความกังวลต่อการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงาน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงาน กขค.
หากข้อกำหนดจากแต่ละหน่วยงานมีความทับซ้อนหรือไม่สอดคล้องกัน อาจสร้างความสับสนและเพิ่มภาระต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎ ผู้ประกอบการจึงเสนอให้ภาครัฐออกแบบระบบกำกับดูแลแบบบูรณาการ มีหลักเกณฑ์ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และไม่สร้างภาระเกินสมควร
อีกข้อเสนอคือ การกำกับดูแลควรครอบคลุมผู้เล่นทุกรายในตลาด รวมถึงผู้เล่นนอกระบบ เนื่องจากผู้ประกอบการในระบบต้องแบกรับต้นทุนจากการปฏิบัติตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น GPS ประกันอุบัติเหตุ การตรวจสอบผู้ขับขี่ และมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่ผู้เล่นนอกระบบอาจไม่ได้มีภาระในระดับเดียวกัน
แพลตฟอร์มจึงเห็นว่า หากจะกำหนดมาตรฐานการให้บริการ ควรใช้กติกาเดียวกันกับผู้เล่นทั้งหมด เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม
นางวรวรรณย้ำว่า เป้าหมายของ กขค. ในการกำกับตลาด Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ ไม่ใช่การกำหนดเพดานราคา แต่เป็นการสร้างมาตรฐานการให้บริการ เพิ่มความโปร่งใส และทำให้ผู้ประกอบการกับคู่ค้าสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาที่เป็นธรรม
กติกาที่จะพัฒนาขึ้นต้องไม่กลายเป็นภาระต้นทุนใหม่ ไม่สร้างกำแพงกีดกันผู้ประกอบการรายเล็กหรือผู้เล่นรายใหม่ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล แต่ต้องช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และส่งเสริมการแข่งขันในตลาด
ทั้งนี้ สำนักงาน กขค. จะนำความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เสนอต่อที่ประชุม กขค. ภายในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนเดินหน้ากำหนดแนวทางกำกับดูแลตลาดแพลตฟอร์มให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว.