นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 คืบหน้ากว่า 95% พร้อมเปิดพื้นที่ 1 พ.ย. นี้ คาดดึงนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคน เงินสะพัด 3.2 หมื่นล้านบาท หอการค้าอุดรฯ มองเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ดันยอดนักท่องเที่ยวทั้งปีแตะ 5.5 ล้านคน ขณะที่ ททท.เร่งวางเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว กระจายรายได้และต่อยอดหลังจบงาน ชี้เป็นโอกาสขึ้นแท่นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นับถอยหลังอีกเพียง 40 กว่าวัน กับการเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Expo 2026) ล่าสุดมีความคืบหน้ากว่า 95% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคหลัก งานภูมิสถาปัตย์ และอาคารต่าง ๆ ภายในพื้นที่จัดงานกว่า 1,030 ไร่ บริเวณหนองแด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับการจัดงานระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570
มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ถือเป็นครั้งแรกของโลกในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wet Land) ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการผสมผสานพืชพรรณ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพืชสวนจากประเทศไทยและนานาประเทศ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ในพื้นที่เดียว
พื้นที่จัดงานเป็นระดับประเภท B มี 6 โซน ได้แก่ โซนทางเข้า โซนสวนนานาชาติ โซนอาคารเรือนกระจก โซนนวัตกรรมการเกษตร โซนสวนการเกษตรไทย และโซนสวนป่าคาร์บอนเครดิต
ด้านนายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 จะทำให้อุดรธานีกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 จากการประเมินคาดว่าจะมีผู้เดินทางเข้าร่วมงานและท่องเที่ยวงานพืชสวนโลก ประมาณ 3.6 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท
หากพิจารณาภาพรวมทั้งปี 2569 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 5.5 ล้านคน จึงทำให้ปี 2569 จะเป็นปีที่การท่องเที่ยวของอุดรธานีขยายตัวโดดเด่นที่สุดในรอบหลายปี ทำให้อุดรธานีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี ระบุว่า มหกรรมพืชสวนโลกไม่ได้เป็นเพียงงานระดับนานาชาติ แต่คือโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวอุดรธานีอย่างเป็นระบบ โดย ททท. สำนักงานอุดรธานี เดินหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง และการเชื่อมต่อสู่อุดรธานีในทุกรูปแบบ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างกิจกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และต่อยอดโอกาสจากพืชสวนโลกไปสู่การท่องเที่ยวในระยะยาว
ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ ททท. สำนักงานอุดรธานี ได้ลงพื้นที่สำรวจสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 (International Horticultural Expo 2026) เพื่อประเมินความพร้อม และวางแผนรองรับนักท่องเที่ยวร่วมกัน
สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว บนเวทีแห่งการเรียนรู้ระดับนานาชาติ ที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่าง “ผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ” พร้อมสร้างแรงบันดาลใจการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ถ่ายทอดแนวคิดแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลของมนุษย์ ธรรมชาติ และทรัพยากรน้ำ ผ่านความงดงามของพืชพรรณและวัฒนธรรมจากทั่วโลก บนพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติ
จากนั้นเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี เพื่อเรียนรู้เรื่องราวจังหวัดอุดรธานี ภายในอาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียล และร่วมชมศูนย์การออกเเบบสร้างสรรค์ผ้าเเละสิ่งทอ (FTCDC) ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสนวัตกรรมผ้าไทย สู่การออกแบบร่วมสมัย และแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น
ขณะเดียวกันยังสามารถมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กพักผ่อน ออกกำลังกายใจกลางเมืองอุดรธานี นอกจากนี้ยังมีทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปี ชมทะเลบัวสุดลูกหูลูกตา สวยงามเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ช่วงที่เหมาะสมคือเดือนพฤศจิกายน2569-กุมภาพันธ์ 2570 หรือจะไปผ่อนคลายกับสปาเกลือ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ที่กุญณภัทร สปา อ.บ้านดุง เป็นต้น
ทั้งนี้ ยังมีเส้นทางการท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่จะเชื่อมทุกประสบการณ์การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลไปพร้อมกัน
จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี และผลักดันศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีสู่ระดับสากล ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมกับมหกรรมระดับนานาชาติ