มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (CAMT) มช. เปิดตัวนวัตกรรม “อากาศยานไร้คนขับขึ้นลงแนวตั้ง” หรือ V-TOL UAV เพื่อใช้เป็น “ตาบนฟ้า” สนับสนุนเจ้าหน้าที่อุทยานในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

ผศ.ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (นานาชาติ) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (CAMT) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาไฟป่ากว่า 90% เกิดจากมนุษย์ การยับยั้งปัญหาที่ต้นทางจึงต้องเน้น 2 ส่วนสำคัญ คือ การป้องปราม และการเผชิญเหตุหน้างาน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยาน ประสบอุปสรรคอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ป่ามีความซับซ้อนและลึก ยากแก่การเข้าถึง ซึ่งโดรนสี่ใบพัดทั่วไปไม่สามารถบินได้ไกลหรือนานพอ
ทีมวิจัยของ CAMT จึงได้ออกแบบโดรน V-TOL UAV ให้ทำงานในระบบอัตโนมัติ (Fully Auto) เพื่อใช้เป็น “ตาบนฟ้า” บินเข้าป่าลึกได้แม้ในจุดที่ไม่มีสัญญาณเชื่อมต่อ โดยสามารถลอยตัวบนฟ้าได้นานเป็นชั่วโมงและกวาดพื้นที่สำรวจได้กว้างถึง 5 ตารางกิโลเมตรต่อการบิน 1 ไฟลต์ (ประมาณ 30 นาที)
สำหรับจุดเด่นสำคัญของนวัตกรรมนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวโดรนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบ Data Processing และ AI ที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น โดยออกแบบให้ระบบรับภาพถ่ายธรรมดาจากโดรนทุกลำ ไม่ว่าจะเป็นโดรนของอุทยาน โดรนอาสาสมัคร หรือโดรนของสื่อมวลชน เพียงแค่อัพโหลดภาพเข้าระบบ AI จะประมวลผล จำแนกสภาพพื้นผิว และแปลงข้อมูลเป็นแผนที่พิกัดไฟ (Hotspot) ส่งเข้า Dashboard รวมกับระบบ Big Data ของ มช. แบบ Near Real-time ช่วยให้ศูนย์บัญชาการมองเห็นจุดเกิดเหตุและประเมินความคืบหน้าการดับไฟของแต่ละทีมได้อย่างแม่นยำ

ผศ.ดร.ภูดินันท์กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณ ช่วงพัฒนาและวิจัย (R&D) มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทต่อลำ แต่ตั้งเป้าว่าเมื่อผลิตในเชิงอุตสาหกรรม (Re-production) จะลดต้นทุนลงเหลือประมาณ 200,000 บาท ซึ่งคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการฝึกบินร่วมกับ ทสจ.เชียงใหม่ และพร้อมอัพเกรดประสิทธิภาพเพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติการเต็มรูปแบบในฤดูกาลไฟป่าที่จะถึงนี้