เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
SD Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
ดูทั้งหมด

‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ

19 ก.ย. 2569 | 18:31น.
ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำและติดหล่มกับดักรายได้ปานกลาง ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานกรรมการในคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้ง CARE คิด เคลื่อน ไทย ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Moonshot Podcast (EP.2 ฝันถึงดวงเดือน เคลื่อนไทยสู่ดวงดาว)

โดยมี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นพิธีกร เพื่อฉายภาพปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกเหมือนการปอกหัวหอมทีละชั้น พร้อมเสนอทางออกและแผนผ่าตัดประเทศด้วยวิสัยทัศน์ “Moonshot” แนะยกเครื่องตั้งแต่ระดับโครงสร้างประชากร ระบบการศึกสษา ภาคการเกษตร การปฏิรูปราชการ ไปจนถึงยุทธศาสตร์พลังงาน เพื่อพาไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง

วิกฤตโครงสร้างประชากร: โจทย์หินที่ฉุดรั้ง GDP

ดร.ศุภวุฒิ ชี้ให้เห็นว่า โอกาสที่ไทยจะก้าวเป็นประเทศรายได้สูง (จากรายได้ต่อหัว 8,100 ดอลลาร์ เป็น 35,000 ดอลลาร์ต่อปีเทียบเท่าเกาหลีใต้) เป็นไปได้ยากและอาจต้องใช้เวลาถึง 37-50 ปี หาก GDP ยังเติบโตต่ำเพียง 2% สาเหตุหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตไม่ได้มีเพียงการแข่งขันจากภายนอก แต่งานวิจัยของธนาคารโลกระบุชัดเจนว่ามาจาก “โครงสร้างประชากร”

ปัจจุบันวัยแรงงานกำลังลดลงจากกว่า 40 ล้านคน เหลือ 37 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุจะเพิ่มจาก 15 ล้านคน เป็น 20 ล้านคนในปี 2040 ส่วนเด็กเกิดใหม่จะลดจาก 10 ล้านคน เหลือเพียง 7 ล้านคน ปัจจัยนี้ฉุด GDP ลงราว 1% และจะดึงลงไปอีกในอนาคต ทางออกที่เป็นแก่นกลางคือ “ต้องทำให้ผู้สูงอายุป่วยน้อยลง และเด็กที่เกิดน้อยลงมีความเก่งกาจมากขึ้น”

รื้อระบบการศึกษา ทลายการผูกขาดด้วยระบบคูปอง

ในด้านการศึกษา ดร.ศุภวุฒิ ระบุถึงวิกฤตคะแนน PISA ของไทยที่รั้งท้ายอาเซียนและตกต่ำลงในทุกทักษะ ทั้งการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ธนาคารโลกประเมินว่าหากไทยสามารถดันคะแนน PISA ขึ้นไป 100 แต้มให้แตะมาตรฐาน OECD (500 คะแนน) ได้ GDP ไทยจะขยับการเติบโตขึ้นไปถึง 3.5%

ทางออกที่เสนอคือ การแก้ปัญหาภาวะแคระแกร็นในเด็กเล็ก, การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ไร้ประสิทธิภาพ และการนำ AI เข้ามาช่วยสอนเพื่อลดภาระงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการที่มีถึง 3.5 แสนล้านบาท (ซึ่ง 70% เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรครู) ที่สำคัญที่สุดคือต้องทลายการผูกขาดของกระทรวงฯ ที่มีรัฐมนตรีเปลี่ยนหน้าถึง 14 คนในรอบ 15 ปี โดยเสนอให้กระจายอำนาจและใช้ “ระบบคูปองการศึกษา” ให้งบประมาณตามรายหัวเด็ก (คล้ายโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค) เพื่อสร้างการแข่งขันด้านคุณภาพระหว่างโรงเรียน

หนี Red Ocean สู่เป้าหมาย Wellness Economy

แทนที่ไทยจะกระโดดเข้าไปแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ หรือการเป็นศูนย์กลาง Data Center อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็น “Red Ocean” ดร.ศุภวุฒิ เสนอให้ใช้จุดแข็งที่มีสร้าง “Blue Ocean” ผ่าน Wellness Economy โดยยกระดับการท่องเที่ยวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพ สปา การแพทย์แผนไทย และอาหารปลอดภัยเชิงออร์แกนิก เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกที่ผู้คนแสวงหาความมีอายุยืนยาว

ดร.ศุภวุฒิ ยังได้ยกตัวอย่างการดูแลสุขภาพตนเองตั้งแต่อายุ 50 กว่าปี ด้วยการคุมอาหาร จำกัดมื้อ และออกกำลังกายให้เท่ากับเวลากิน จนปัจจุบันในวัย 70 ปี สามารถกลับมาตีเทนนิสได้ ซึ่งหากคนไทยทำได้ จะช่วยลดภาระงบประมาณ สปสช. ที่ปัจจุบัน 50% ถูกใช้ไปกับผู้สูงอายุซึ่งมีสัดส่วนเพียง 5% ของประชากร

พลิกโฉมเกษตรกรรมและ SMEs ด้วยระบบร่วมลงทุน

ในภาคการเกษตร ต้องเลิกมุ่งเป้าเป็นแชมป์ส่งออกข้าวราคาถูกปีละ 15 ล้านตัน แต่ควรเน้นข้าวคุณภาพสูง 2-3 ล้านตัน และเลิกมาตรการกีดกันการนำเข้าสินค้าเกษตรที่ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์แพงขึ้น นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอย่าง ธ.ก.ส. ที่มีหนี้สะสมจากโครงการรัฐเฉียด 1 ล้านล้านบาท ควรปรับบทบาทเป็นวาณิชธนกิจ (Investment Bank) ที่เข้าไปร่วมลงทุน อัปสเกล และนำเทคโนโลยีมาช่วยเกษตรกรและ SMEs ผลิตสินค้ามูลค่าสูง โดยมีมหาวิทยาลัยอย่าง Wageningen ในเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบงานวิจัยที่ใช้ได้จริง

สำหรับ SMEs ที่เข้าถึงสินเชื่อยากเพราะธนาคารไม่ปล่อยกู้มา 15 ไตรมาสจากปัญหาหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 11% รัฐควรสร้างระบบ Venture Capital เข้าไปเติมทุน มากกว่าบังคับให้ธนาคารปล่อยกู้ ควบคู่กับการช่วยทำระบบบัญชีให้เป็นมืออาชีพ

ไฟลท์บังคับปฏิรูประบบราชการและปลดแอกพลังงาน

การปฏิรูปภาครัฐจะถูกขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งจะเป็นไฟลท์บังคับให้ไทยต้องสังคายนากฎหมายและกฎกระทรวงนับพันฉบับที่ล้าหลังและเอื้อต่อการผูกขาด รวมถึงการปรับโครงสร้าง อย. ให้แยกส่วนอาหารและยาออกจากกัน เพื่อเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้คุมกฎ” เป็น “ผู้ส่งเสริม” และเร่งยุบรวมหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค พร้อมนำ AI มาเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเพื่อลดงบรักษาพยาบาลข้าราชการที่ทะลุแสนล้านบาทต่อปี

ด้าน “อิสรภาพทางพลังงาน” ดร.ศุภวุฒิ ประเมินว่าแผน PDP ปัจจุบันล่าช้า ไทยพึ่งพาพลังงานนำเข้ามากเกินไป ทางรอดคือการเร่งลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ ควบคู่กับการอัปเกรดสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) โดยคาดว่าต้องใช้เม็ดเงินลงทุนราว 5 ล้านล้านบาท (รัฐลงทุนสายส่ง 1 ล้านล้านบาท และเอกชน 3.5 ล้านล้านบาท) ในช่วง 25 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าให้ได้ 150-200 กิกะวัตต์ (เป็นพลังงานสะอาด 60%) เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero และการเข้ามาลงทุนด้านเทคโนโลยี

ภูมิรัฐศาสตร์โลก : ไทยต้องเป็น ‘ประเทศที่เขาอยากเลือก’

ในประเด็นระเบียบโลกใหม่ ท่ามกลางการผงาดของจีนและการเข้าสู่สภาวะขาลงของสหรัฐฯ ตามทฤษฎี Ferguson’s Law ที่คาดการณ์ว่าในปี 2025 ภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะแซงหน้างบกลาโหม ดร.ศุภวุฒิ เสนอว่า ไทยไม่จำเป็นต้องถูกต้อนให้เลือกข้าง แต่ต้องดำเนินยุทธศาสตร์ “ทำให้มหาอำนาจอยากพึ่งพาเรา”

ตัวอย่างรูปธรรมคือ การรักษาดุลอำนาจด้วยการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเป็นการผูกมิตรกับฐานเสียงทางการเมืองของสหรัฐฯ ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือและใช้ประโยชน์จากโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนในการส่งออกสินค้าอาหารคุณภาพสูงกลับไป การสร้างจุดยืนที่มหาอำนาจขาดไม่ได้ จะเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่สุดของประเทศไทยในโลกที่กำลังแบ่งขั้วอย่างรุนแรง

รับชมทั้งหมด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สคช. เศรษฐกิจไทย