โกดัก ม้ามืดแซง แคนนอน คว้าเบอร์ 1 ตลาดกล้องญี่ปุ่น
คอลัมน์ : Market Move
กระแสโหยหาความคลาสสิกของคนรุ่นใหม่กลายเป็นสิ่งที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้ เมื่อ “อีสต์แมน โกดัก” (Eastman Kodak) อดีตยักษ์วงการฟิล์มถ่ายภาพ กลายเป็นม้ามืดของวงการกล้องดิจิทัลในญี่ปุ่น ด้วยการแซงหน้าเจ้าตลาดและเจ้าบ้านอย่างแคนนอน ขึ้นแท่นแบรนด์กล้องที่มียอดขายด้านจำนวนสูงสุดในญี่ปุ่นประจำปี 2025 และนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปีที่แคนนอนเสียอันดับ 1
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานถึงเหตุการณ์นี้ว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดกล้องดิจิทัลนี้เป็นผลมาจากความสำเร็จด้านกลยุทธ์ของ “เจเค อิมเมจิ้ง” (JK Imaging) บริษัทสัญชาติสหรัฐ ผู้ถือสิทธิในการวางแผนและผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์โกดัก
โดยเจเค อิมเมจิ้ง อาศัยจังหวะที่ตลาดกล้องคอมแพ็กต์ระดับเริ่มต้นราคาประหยัดกำลังร้างราไร้ผู้เล่น เนื่องจากกระแสนิยมสมาร์ทโฟนทำให้แบรนด์กล้องต่างถอนตัวออกจากตลาดนี้ ส่ง Pixpro FZ55 กล้องคอมแพ็กต์ราคาจับต้องได้ประมาณ 20,000 ถึง 30,000 เยน หรือประมาณ 4,200 – 6,300 บาท เข้ามารับดีมานด์
แม้กล้อง Pixpro FZ55 มีความละเอียดเพียง 16.35 ล้านพิกเซล ซึ่งต่ำกว่ากล้องของไอโฟน 18 ที่มีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แต่กลับมียอดขายถล่มทลาย เพราะภาพที่ดูเบลอเล็กน้อย และสีสันไม่จัดจ้านนั้นเป็นเสน่ห์ที่โดนใจเหล่า Gen Z ซึ่งมองว่าข้อด้อยเหล่านี้คือความสมจริง และเป็นธรรมชาติในแบบที่ภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนให้ไม่ได้
พนักงานขายประจำสาขายูราคุโจของ Bic Camera เชนร้านกล้องและเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ในโตเกียวกล่าวว่า ลูกค้าที่เห็นเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ใช้กล้องรุ่นนี้ต่างก็แวะเวียนมาที่ร้านของเรา แถมราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อีกด้วย
มาสโปร เดนโค ผู้ถือสิทธิจัดจำหน่ายกล้องโกดักแต่เพียงผู้เดียวในญี่ปุ่น รายงานว่า ยอดขายกล้องรุ่น Pixpro ในปี 2022 เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และโตต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก BCN Research Institute บริษัทวิจัยในกรุงโตเกียว ระบุว่า ในปี 2025 โกดักครองอันดับ 1 ด้านยอดขายในญี่ปุ่นเมื่อวัดจากจำนวนสินค้า ตามมาด้วยคู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นอย่างแคนนอน, ฟูจิฟิล์ม และโซนี่
อย่างไรก็ตามหากเป็นด้านมูลค่าการขาย โกดักไม่ติดอันดับ 1 ใน 5 โดยมีแคนนอน, โซนี่ และฟูจิฟิล์ม ครอง 3 อันดับแรก
ความนิยมล้นหลามของโกดักกระตุ้นให้แบรนด์กล้องสัญชาติญี่ปุ่นหันกลับมาทำตลาดกล้องดิจิทัลคอมแพ็กต์อีกครั้ง โดยแคนนอนที่มีไลน์อัพกล้องคอมแพ็กต์ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นระดับไฮเอนด์ ช่วง 50,000 – 100,000 เยน ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 50% ในปี 2025 และจะขยายเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2026
“โก โทคุระ” รองประธานบริหารของแคนนอน กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีกำลังผลิตไม่พอสำหรับสินค้าทุกรุ่น
ในงานอีเวนต์ที่ญี่ปุ่นและจีนในปี 2026 แคนนอนนำกล้องต้นแบบสไตล์แอนะล็อกที่มีช่องมองภาพจากด้านบนและระบบโฟกัสแบบแมนวลมาจัดแสดงในงาน พร้อมตัวอย่างภาพถ่ายที่ได้จากกล้องตัวนี้ที่มีลักษณะคล้ายกับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม
ด้านบริษัทริโค อิมเมจิ้ง (Ricoh Imaging) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เพนแทกซ์ (Pentax) กลับมาผลิตและวางจำหน่ายกล้องฟิล์มอีกครั้งเมื่อปี 2024 ในชื่อเพนแทกซ์ 17 (Pentax 17) หลังจากหยุดผลิตไปนานถึง 21 ปี
โดยบริษัทต้องดึงตัวอดีตพนักงานมาร่วมพัฒนา เนื่องจากพนักงานปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีของกล้องฟิล์ม
ผู้บริหารริโค อิมเมจิ้ง กล่าวว่า กล้องฟิล์มไม่เพียงแต่ให้ภาพถ่ายที่มีความสวยงามแตกต่างจากภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่คนรุ่นใหม่ต้องการอีกด้วย ความนิยมนี้ไม่ใช่กระแสที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่จะยังคงขายดีอย่างต่อเนื่อง
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนศักยภาพของเหล่า Gen Z ที่ให้คุณค่าและมองหาความไม่สมบูรณ์แบบในสินค้าต่าง ๆ และพร้อมควักกระเป๋าจับจ่ายหากราคาอยู่ในระดับจับต้องได้