Skip to content
จุฬาฯ พลิกโฉมที่ดินทำเลทอง แยกปทุมวัน-ศูนย์การค้า MBK
Economic จุฬาฯ พลิกโฉมที่ดินทำเลทอง แยกปทุมวัน-ศูนย์การค้า MBK
อนุทิน ชวน “Bank of America-Microsoft” เป็นพาร์ทเนอร์สร้าง ศก.อนาคต
Uncategorized อนุทิน ชวน “Bank of America-Microsoft” เป็นพาร์ทเนอร์สร้าง ศก.อนาคต
ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Data Center ไทย 73 แห่ง กระจุกกรุงเทพฯ 63% จับตากติกาใหม่-ต้นทุนค่าไฟพุ่ง
Tech Data Center ไทย 73 แห่ง กระจุกกรุงเทพฯ 63% จับตากติกาใหม่-ต้นทุนค่าไฟพุ่ง
2 ผู้นำโลก ‘ทรัมป์-สีจิ้นผิง’ จับมือ จัดระเบียบ AI ครั้งประวัติศาสตร์
World 2 ผู้นำโลก ‘ทรัมป์-สีจิ้นผิง’ จับมือ จัดระเบียบ AI ครั้งประวัติศาสตร์
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 86,456 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 86,456 เหรียญสหรัฐ
อนุทิน หวังใช้เวที UNGA ดีลผู้นำประเทศ-เอกชน ไทยพร้อมรับการลงทุน
Politics อนุทิน หวังใช้เวที UNGA ดีลผู้นำประเทศ-เอกชน ไทยพร้อมรับการลงทุน
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 รวมเรื่องต้องรู้ ก่อนเข้าคูหา 27 ก.ย.
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 รวมเรื่องต้องรู้ ก่อนเข้าคูหา 27 ก.ย.
พยากรณ์อากาศ (23 ก.ย.) เตือนฝนหนัก “ตะวันออก-กทม.-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (23 ก.ย.) เตือนฝนหนัก “ตะวันออก-กทม.-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ดูทั้งหมด

2 ผู้นำโลก ‘ทรัมป์-สีจิ้นผิง’ จับมือ จัดระเบียบ AI ครั้งประวัติศาสตร์

23 ก.ย. 2569 | 08:05น.

ทั่วโลกจับตาการพบกันระหว่าง 2 ผู้นำโลก “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” ที่กรุงวอชิงตัน ร่วมหารือ “กรอบเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐและจีน” มีเป้าหมายจัดการความปลอดภัย ความเสี่ยงด้านความมั่นคง และการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง หลังก่อนหน้านี้ตรวจพบระบบ AI โจมตีเว็บไซต์บริษัทที่ไม่เกี่ยวข้อง จนมีเสียงเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา และออกกฎควบคุม

นับตั้งแต่ผู้นำสหรัฐและจีนพบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ประเด็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นชนวนความขัดแย้งใหม่อย่างเห็นได้ชัด กระทั่งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งกลไกการหารือ “กรอบเจรจาด้าน AI ระหว่างสหรัฐและจีน” (US-China AI dialogue)

นักวิเคราะห์ชี้ว่าอาจเป็นระเบียบโลกด้าน AI ที่เริ่มปรากฏเค้าลาง ซึ่งนานาชาติต้องนำไปปฏิบัติตามในที่สุด จึงทำให้การประชุมสุดยอดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายนนี้ น่าจับตาเป็นพิเศษ รวมถึงเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำจีนในรอบกว่าสิบปี 

จุดเริ่มต้นระเบียบโลกด้าน AI

บลูมเบิร์กรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กับนายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน หารือกันที่สำนักงานใหญ่ JPMorgan Chase นครนิวยอร์ก เมื่อ 20 กันยายนที่ผ่านมา เบสเซนต์ยกย่องการหารือกับฝ่ายจีนในประเด็นปัญญาประดิษฐ์ การค้า และการลงทุน ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ขณะที่ฝ่ายจีนระบุว่า การหารือเป็นไปในทิศทางบวก ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการหารือด้าน AI ระหว่างสหรัฐและจีนขึ้น เรียกว่า “US-China AI dialogue” หรือการเจรจาด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างสหรัฐและจีน ต้องการวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องเป้าหมายและภัยคุกคามที่มีร่วมกัน

เบสเซนต์ระบุว่าสหรัฐกำลังเสนอให้มีกลไกแจ้งเตือนอีกฝ่ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ AI โดยทั้งสองประเทศตกลงที่จะหารือในเรื่องนี้กันอีกครั้ง 

US-China AI dialogue มีเป้าหมายเพื่อจัดการความปลอดภัย ความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ และการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งหัวใจสำคัญคือความโปร่งใส 

เบสเซนต์ย้ำว่า US-China AI dialogue เกิดขึ้นจากการประชุมสุดยอดระดับสูงระหว่างผู้นำสหรัฐและจีน รวมถึงการหารือที่ริเริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลไบเดนที่นครเจนีวา ในปี 2024 และได้รับการยืนยันอีกครั้งในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

วัตถุประสงค์หลัก เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ ป้องกันการคำนวณผิดพลาดร้ายแรงเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ทางทหารหรือระบบอัตโนมัติ และยับยั้งการแพร่กระจายของแบบจำลองพื้นฐานไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐหรือผู้ก่อการร้าย

ความท้าทายคือสองมหาอำนาจเผชิญความเสี่ยงร่วมกัน ทำให้การหารือมุ่งเป้าไปที่ข้อกังวลด้านความปลอดภัยทางเทคนิค เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ความล้มเหลวด้านความน่าเชื่อถือ และการใช้เทคโนโลยีเอไอที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในทางที่ผิด

จุดต่างสองมหาอำนาจ

อย่างไรก็ตามความขัดแย้งเชิงนโยบายของสองมหาอำนาจ ซึ่งจุดที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งหลัก ๆ ได้แก่ ข้อจำกัดของสหรัฐต่อการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง การกล่าวหาเรื่องการลอกเลียนแบบโมเดล และมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับโมเดลแบบเปิดเทียบกับโมเดลแบบปิด

ความเห็นที่แตกต่างของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐยังพาดพิงไปถึงบริษัทเทคโนโลยีจีน ซึ่งใช้วิธีการพัฒนา AI แบบ Open Weight หรือโมเดลแบบเปิด ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทเล็ก ๆ หรือประเทศเล็ก ๆ สามารถดาวน์โหลดพิมพ์เขียวไปพัฒนาโมเดล AI เฉพาะของตนได้ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีระบบไซเบอร์ หรือการสร้างอุปกรณ์จุดระเบิด ทำให้การหารือเกี่ยวกับแนวทางกำกับดูแล AI โดยสองมหาอำนาจเป็นที่น่าจับตา

ความคืบหน้าการจัดระเบียบเอไอดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่ทั้งเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐ และบริษัทเทคโนโลยีด้าน AI ยักษ์ใหญ่ในซิลิคอนวัลเลย์ ล้วนกล่าวหาบริษัทจีนว่าลอกเลียนแบบโมเดลของสหรัฐ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งกำลังช่วยลดช่องว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับสหรัฐลงอย่างรวดเร็ว แต่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีมูลความจริง และประกาศว่าจะตอบโต้หากสหรัฐมุ่งเป้าเล่นงานบริษัท AI ของจีน

ป้องกัน AI แบ่งเป็นสองค่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของ 2 ชาติมหาอำนาจดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากการพัฒนา AI ระดับสูง โดยบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐออกรายงานอย่างต่อเนื่องว่า โมเดล Agent AI ต้นแบบหลุดจากกรงขัง (Sand Box) ไปโจมตีเว็บไซต์ของบริษัทอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัท AI ยอมรับว่ากรณีที่โมเดลของพวกเขาสามารถละเมิดความปลอดภัยและแทรกซึมเข้าไปในระบบของบริษัทอื่นเกิดขึ้นหลายเดือนก่อนที่จะตรวจพบ 

เจ้าหน้าที่จีนยังได้โต้แย้งข้อเรียกร้องจากผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนา AI เพื่อความปลอดภัย โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนมองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเพียงการ “สร้างความตื่นตระหนก” เท่านั้น

สอดคล้องกับที่ทรัมป์ ซึ่งโฟนอินเข้ามาในระหว่างการประชุมสุดยอดด้าน AI ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวปกป้องเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มที่ ระบุว่า ไม่เชื่อว่า AI เป็นภัยคุกคามโลก หรือ AI จะยึดครองโลก

“หุ่นยนต์จะไม่ได้เข้ามาครอบงำโลก และเอไอก็จะไม่ได้เข้ามายึดครองโลกเช่นกัน เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องหลอกลวง” ทรัมป์กล่าว พร้อมบอกว่ากลุ่มวิจารณ์ตกเป็นเครื่องมือของคนจำนวนมากที่ไม่ต้องการให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งนักการเมือง หรือแม้แต่ประเทศจีน

ก่อนหน้านี้เบสเซนต์พร้อมเจรจาเพื่อลดความเสี่ยงร่วมกัน และป้องกันไม่ให้เทคโนโลยี AI ของโลกแยกออกเป็นสองค่ายอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่าเราพร้อมเปิดกว้างสำหรับการหารือ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่สหรัฐและจีนมีร่วมกัน และหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกระบบเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่ายออกจากกัน” 

ผวา AI คุกคามโลก

นายแดริโอ อโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ได้เผยแพร่เอกสารนับร้อยหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงในการควบคุม AI ด้วยบางอย่างมนุษย์ไม่อาจเข้าใจการสื่อสารและการตัดสินใจของ AI ได้ เขากังวลว่าภายใน 6-12 เดือนข้างหน้าเครือข่ายของ AI อาจสามารถควบคุมอินเทอร์เน็ตทั้งหมดได้ พร้อมเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ขั้นสูง แล้วหันมาพัฒนากฎเกณฑ์และทำความเข้าใจ AI ใหม่

โดยเฉพาะการออกกฎหมายที่เพิ่ม Safe Guards-Guardrails เพื่อตรวจสอบ AI โดย “หน่วยงานภายนอก” และให้มี “ปุ่มฉุกเฉิน” สำหรับปิดการใช้ AI เมื่อมีภัยคุกคาม 

ข้อเรียกร้องนี้มีกลุ่มผู้บริหารเทคโนโลยี เช่น นายอีลอน มัสก์ จาก xAI และ SpaceX และนายแซม เอาต์แมน ซีอีโอ OpenAI รวมถึงนายเดมิส ฮัสซาบิส จาก Google DeepMind เห็นด้วยที่จะชะลอความเร็วการพัฒนา AI ระดับแถวหน้า รวมถึงกฎระเบียบการตรวจสอบจากภายนอก

ขณะเดียวกันฝั่งที่ไม่เห็นด้วยนำโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวว่าการหยุดพัฒนา AI จะทำให้จีนแซงหน้า และปฏิเสธการเพิ่มอำนาจควบคุมความปลอดภัยในระดับโครงสร้างกฎหมายรัฐบาลกลาง

รวมถึงนายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta ที่มองว่าข้อเสนอการออกกฎหมายให้ตรวจสอบโมเดล AI ใหม่โดยสมัครใจ 30 วัน อาจทำให้การพัฒนาเอไอช้าลง

คีย์แมนตบเท้าเข้าร่วม 

การประชุมสุดยอดครั้งนี้จะเป็นเวทีรวมตัวของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงเทคโนโลยีที่มีกำหนดจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการร่วมกับทรัมป์ และสี จิ้นผิง ในวันที่ 24 กันยายนนี้ ฝั่งสหรัฐ อาทิ เจฟฟ์ เบโซส์ ซีอีโอและประธานของบริษัท Amazon.com Inc สัตยา นาเดลลา 

ประธานกรรมการบริหารของไมโครซอฟท์

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla Inc. และซุนดาร์ พิชัย ผู้บริหารสูงสุดของ Alphabet Inc. เจนเซน หวง ซีอีโอ Nvidia และคริสเตียโน อามอน ผู้บริหารสูงสุด Qualcomm Inc. เกร็ก บร็อกแมน ประธานบริษัท ChatGPT พร้อมกับแซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท นอกจากนี้ ทิม คุก ประธานกรรมการบริหารของ Apple เจมี ไดมอน ซีอีโอ JPMorgan 

ส่วนฝั่งจีน เช่น BYD ยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้า, Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน, CATL และ Gotion ผู้ผลิตแบตเตอรี่, Hisense ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า, Wanxiang ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, Bank of China ธนาคารของรัฐ และ COFCO Group กลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารครบวงจร

เรียกร้องแถลงการณ์ร่วมทรัมป์-สี 

จอร์จ เฉิน หุ้นส่วนและประธานฝ่ายงานด้านดิจิทัลของบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์สัญชาติอเมริกัน “The Asia Group” กล่าวกับนิกเคอิ เอเชีย ว่า การหารือเรื่องกลไกแจ้งเตือนความเสี่ยงด้าน AI นี้ ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ประเทศอื่น ๆ อาจปฏิบัติตาม

“เห็นได้ชัดว่าการหารือเพียงหนึ่งหรือสองครั้งไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสานต่อการหารือ (ในประเด็น AI) ถือเป็นเรื่องสำคัญ” เฉินกล่าว พร้อมเสนอแนะว่า การออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างสีและทรัมป์ในประเด็นนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลกได้ ว่าทั้งสองประเทศจะมีแนวทางจัดการกับเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงด้าน AI อย่างไร แต่เขาเตือนว่าความร่วมมือดังกล่าวยังคงมีจำกัด เนื่องจากสองชาติมีระดับความไว้วางใจที่ต่ำ

“ปักกิ่งยังคงเชื่อว่าวอชิงตันต้องการสกัดกั้นการผงาดขึ้นของจีนในด้าน AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่น ๆ ซึ่งมุมมองดังกล่าวจะเป็นตัวกำหนดจังหวะและขอบเขตของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในเรื่อง AI ในอนาคต” เฉินกล่าว

การประชุมนัดประวัติศาสตร์นี้ ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ชี้อนาคต และร่วมจั้ดระเบียบ AI ของโลก

เบสเซนต์กล่าวว่า ตามกรอบนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) เพื่อหารือเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระเบียบปฏิบัติในการสื่อสารหากเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของ AI  ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการหารืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่อง AI ซึ่งรวมถึงการจัดตั้ง “ช่องทางสื่อสารกรณีฉุกเฉิน” (Incident Line) นับเป็นสัญญาณบวกของมหาอำนาจในการสร้างระเบียบร่วมกัน แม้ยังแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างดุเดือด

รัฐมนตรีคลังสหรัฐย้ำจุดยืนเดิมว่า ผู้พัฒนา AI จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่สร้างขึ้น ซึ่งรวมถึงกรณีที่ AI Agent ทำงานผิดเพี้ยนจนก่อเหตุเจาะระบบที่ไม่อาจควบคุมได้ เช่น เหตุการณ์โจมตีแพลตฟอร์มเครื่องมือ AI แบบโอเพ่นซอร์สอย่าง Hugging Face

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ สีจิ้นผิง