สตม. เปิดตัวแอป ‘THIM’ เพิ่มความสะดวก ‘ต่างชาติ’ เข้าไทย คาดสิ้นปี’69 ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้าน
สตม. ยกระดับการให้บริการตรวจคนเข้าเมือง เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “THIM” เพิ่มความสะดวกนักท่องเที่ยวยื่นแบบ TDAC เข้าประเทศไทย อนาคตเตรียมต่อยอดสู่บริการอื่น ๆ เช่น การรายงานตัว 90 วัน และ Visa on Arrival คาดสิ้นปี 2569 ยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้ง รับนักท่องเที่ยวเข้าไทยต่อเนื่อง
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวว่า สตม. ยกระดับการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น “THIM” (Thai Immigration Application) อย่างเป็นทางการ
THIM ได้รับการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าประเทศและการพำนักในประเทศไทย ปัจจุบันมีบริการสำคัญ ได้แก่ บัตรขาเข้าประเทศไทยแบบดิจิทัล (Thailand Digital Arrival Card : TDAC) โดย THIM จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงและยื่นแบบ TDAC ผ่านแอปพลิเคชั่นได้สะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น
รวมถึงฟีเจอร์ Explore Thailand ที่จะช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงข้อมูล บริการและสิทธิประโยชน์ระหว่างการเดินทางและพำนักในประเทศไทย ปัจจุบันมีสิทธิประโยชน์และคูปองจากพันธมิตร ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกรับสิทธิและนำ QR Code หรือ Promotion Code ไปใช้ตามเงื่อนไขของแต่ละพันธมิตร และในอนาคตสามารถต่อยอดไปสู่ข้อมูลด้านสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการและการใช้จ่ายในประเทศไทย

โดยตั้งแต่วันที่ 1-15 กันยายน 2569 มีผู้ใช้กดรับสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรไปกว่า 1,234 ราย และเป็นการกดรับสิทธิประโยชน์ในช่วงก่อนเดินทางมาถึงไทย 4-15 วัน
“THIM เกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้การเดินทางเข้ามาและพำนักในประเทศไทยของชาวต่างชาติมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไร้รอยต่อมากขึ้น โดยนำบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองมาพัฒนาสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถต่อยอดบริการได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการให้บริการกับมาตรฐานด้านความมั่นคง ความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ”

ด้าน พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รองผู้บัญชาการ สตม. เสริมว่า ในระยะต่อไป สตม. วางแผนพัฒนา THIM ให้เป็นศูนย์รวมบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองบนแพลตฟอร์มเดียว โดยมีแผนพัฒนาบริการเพิ่มเติม อาทิ การจองคิวรับบริการ (Queue Booking) การขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Stay) การขยายระยะเวลาพำนัก (Visa Extension) การรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) และการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องได้สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น
นับตั้งแต่เปิดให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่น THIM ผ่าน 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ App Store, Google Play Store และ Huawei AppGallery ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 600,000 ครั้ง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 580,000 ราย หรือคิดเป็น 97.2% ของยอดดาวน์โหลด สะท้อนถึงการตอบรับของผู้ใช้งานในช่วงที่ผ่านมา
“คาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จำนวนยอดดาวน์โหลดจะทะลุ 1 ล้านครั้ง นอกจากจะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาบริการ และจำนวนของชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะมากกว่า 30 ล้านคนในปีนี้ สตม. ยังได้ประสานงานไปทางกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลและสร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนเดินทาง”
รองผู้บัญชาการ สตม. ทิ้งท้ายด้วยว่า อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ THIM คือความปลอดภัยในการจัดเก็บและรักษา รวมถึงความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากระบบเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลชีวมิติของผู้เดินทาง จึงนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลหนังสือเดินทางและชิปหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเทคโนโลยี NFC การตรวจสอบบุคคลจริง (Liveness Detection) และการเปรียบเทียบใบหน้า (Face Comparison) เพื่อเพิ่มความถูกต้องและความน่าเชื่อถือในการยืนยันตัวตนในระดับสากล
โดยระบบมีการปกป้องข้อมูลในหลายระดับ ทั้งการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการรับส่งและจัดเก็บ การแยกข้อมูลชีวมิติออกจากข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และการบันทึกการใช้งานระบบเพื่อตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ THIM ยังพัฒนาบนเทคโนโลยีคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีคลาวด์ระดับโลก ผ่าน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region พร้อมนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาใช้ตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม การติดตามและบริหารสถานะด้านความปลอดภัย ตลอดจนการเข้ารหัสข้อมูลและการสื่อสารระหว่างระบบ เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของผู้เดินทาง และเสริมความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตลอดกระบวนการใช้งาน