เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ดึงทหารช่วยขนของฝ่าน้ำท่วม คุมสินค้าขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่ง ‘ไทยช่วยไทย’ เฟสใหม่
Economic พาณิชย์ดึงทหารช่วยขนของฝ่าน้ำท่วม คุมสินค้าขาด-ราคาไม่พุ่ง เร่ง ‘ไทยช่วยไทย’ เฟสใหม่
มนต์แคน แก่นคูน พร้อมแฟนคลับ ทำบุญสร้างโรงจอดรถแพทย์เคลื่อนที่ จ.ยโสธร
Biz Movement มนต์แคน แก่นคูน พร้อมแฟนคลับ ทำบุญสร้างโรงจอดรถแพทย์เคลื่อนที่ จ.ยโสธร
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ ซื้อขายกรอบ 33.15-33.65 ติดตามบอนด์ยีลด์โลก
Finance กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ ซื้อขายกรอบ 33.15-33.65 ติดตามบอนด์ยีลด์โลก
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,250 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,250 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
สุริยะ ระดม 13 หน่วยงานช่วยน้ำท่วม ปูพรม กทม.-ต่างจังหวัด เปิด อ.ต.ก.จอดฟรี 5 วัน
Economic สุริยะ ระดม 13 หน่วยงานช่วยน้ำท่วม ปูพรม กทม.-ต่างจังหวัด เปิด อ.ต.ก.จอดฟรี 5 วัน
เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมทบ. ส่งความช่วยเหลือน้ำท่วมคลองจั่น
Biz Movement เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมทบ. ส่งความช่วยเหลือน้ำท่วมคลองจั่น
หอการค้าไทยประเมินน้ำท่วม 5 วันสูญ 1.23 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด 7 พันล้าน กดดัน GDP ครึ่งปีหลัง
Economic หอการค้าไทยประเมินน้ำท่วม 5 วันสูญ 1.23 หมื่นล้าน กทม.หนักสุด 7 พันล้าน กดดัน GDP ครึ่งปีหลัง
แม็คโคร-โลตัส ส่งความช่วยเหลือถึงพื้นที่น้ำท่วม กทม.-นครนายก
Biz Movement แม็คโคร-โลตัส ส่งความช่วยเหลือถึงพื้นที่น้ำท่วม กทม.-นครนายก
ธนาคารไทยเครดิต ช่วยลูกค้า ประสบภัยน้ำท่วม พักหนี้สูงสุด 2 เดือน
Finance ธนาคารไทยเครดิต ช่วยลูกค้า ประสบภัยน้ำท่วม พักหนี้สูงสุด 2 เดือน
ธ.ก.ส. แจ้งหยุดชั่วคราว พื้นที่กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออก วันนี้ (28 ก.ย.) จากเหตุน้ำท่วม
Finance ธ.ก.ส. แจ้งหยุดชั่วคราว พื้นที่กรุงเทพฯ-ภาคตะวันออก วันนี้ (28 ก.ย.) จากเหตุน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

เจาะโครงสร้างหุ้นแอปจีนในไทย กรมพัฒน์ลั่นผิดจริงเอาผิดเด็ดขาด

23 มิ.ย. 2569 | 15:05น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจสอบแพลตฟอร์มสัญชาติจีน 3 ราย Gokoo, Feixiang และ E-Gets หลังให้บริการสั่งอาหารและบริการอื่นในไทย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว-ชาวจีนในประเทศ ตรวจลึกโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินลงทุน อำนาจบริหารจัดการ และการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินีและการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมย้ำระหว่างตรวจสอบยังต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่น ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม 3 ราย ได้แก่ Gokoo, Feixiang และ E-Gets

การตรวจสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากพบว่าผู้ให้บริการบางรายเข้ามาเปิดแพลตฟอร์มเพื่อรองรับข้อจำกัดด้านภาษาของกลุ่มผู้ใช้ชาวจีนในการใช้งานแอปพลิเคชั่นดีลิเวอรี่ของไทย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าแพลตฟอร์มทั้ง 3 รายมีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง และอีก 1 ราย มีโครงสร้างการถือหุ้นที่มีต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%

รายแรก คือ บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น 悟空外面 หรือ Gokoo จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 80% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

รายที่ 2 คือ บริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น 飞象 หรือ Feixiang จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

ทั้ง 2 บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่น โดยมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทอีก 4 บริษัท ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว

รายที่ 3 คือ บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น E-Gets จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชา 90% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

บริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจ e-Commerce และหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการสั่งซื้อ ขาย และจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจสอบพบว่า บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI ในธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ทั้งแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีหรือไม่

การตรวจสอบจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มตามสถานะของนิติบุคคล กลุ่มแรกคือนิติบุคคลไทย จะตรวจสอบว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติ ใช้ชื่อหรือถือหุ้นแทนเพื่อเป็นนอมินีและเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจริง จะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท

กลุ่มที่ 2 คือนิติบุคคลต่างชาติ จะตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างตรวจสอบมีลักษณะให้บริการผ่านระบบดิจิทัล โดยมุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวจีนในประเทศไทย ทั้งบริการสั่งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการใช้ภาษาจีนเป็นหลัก และเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ

กรมจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเดินหน้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและปกป้องธุรกิจของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตรวจสอบต้องถือว่าธุรกิจยังไม่ได้ดำเนินการใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนกว่าจะทราบผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการป้องกันการประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

กรมให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย จะถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์

แต่หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทน การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลการตรวจสอบต่อไป

นายพูนพงษ์กล่าวย้ำว่า กรมจะติดตามและตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้การลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความเป็นธรรมเฉพาะการประกอบธุรกิจที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น