รัฐบาล คาดปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย
รองโฆษกรัฐบาล เผยปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบินสุวรรณภูมิจากเหตุน้ำท่วม เร่งส่งทหารช่วย คาดคลี่คลายใน 1 สัปดาห์
นางลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีผู้โดยสารจำนวนมากและสัมภาระล่าช้าตกค้าง ซึ่งติดอยู่ที่สายพาน ไม่มีใครลำเลียงออกมา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดช่วงวันที่ 26–27 กันยายนที่ผ่านมา ว่า สืบเนื่องจากพนักงานปฏิบัติการภาคพื้นของการบินไทย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง ส่งผลให้มีกำลังพลไม่เพียงพอในการลำเลียงกระเป๋าเดินทางบริเวณสายพาน
ประกอบกับกระเป๋าที่ติดค้างจำเป็น ต้องผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองตามขั้นตอนของกรมศุลกากร จึงทำให้กระบวนการทั้งหมดเกิดความล่าช้า
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการส่งกำลังพลทหารจำนวน 69 นาย เพื่อช่วยดำเนินการ ซึ่งคาดว่าปัญหาเหล่านี้ จะแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยสายการบินไทย ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมาก ว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่าการลำเลียงกระเป๋าของเฉพาะสายการบินไทยมีปัญหาเนื่องจากไปรับบริการขนกระเป๋าของสายการบินในเครืออื่นด้วย ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋า บางคนต้องรอ มากกว่า 5 ถึง 6 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น
และช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า จึงทำให้กระเป๋าตกค้างสะสม ซึ่งปัจจุบันสัมภาระก็ยังถูกกองอยู่เยอะ
เบื้องต้นได้มีการขอกำลังทหารกว่า 100 นาย มาช่วยขนแล้ว และจะนำส่งให้กับนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมที่พักและบ้านต่อไป
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาหลังเกิดความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋า ว่า ทำให้ไฟลท์การบินอื่น ๆ ได้รับผลกระทบไปด้วยต้องดีเลย์เพราะเครื่องบินที่มีกระเป๋าตกค้างบนเครื่อง ไม่สามารถทำการบินต่อได้ และกระเป๋าของผู้โดยสารขาออกก็ไม่สามารถลำเลียงขึ้นเครื่องได้
นายสุรศักดิ์ ยังตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย ที่ไปรับผิดชอบสายการบินในเครืออื่นด้วย เพราะก็จะต้องนำเจ้าหน้าที่ของสายการบินไทยไปช่วยเหลือสายการบินอื่นในเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ จึงทำให้สายการบินที่แย่ที่สุดในวันนี้ คือ สายการบินไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ได้รับทราบปัญหา และรู้ว่าการบินไทยเริ่มกลับมาทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงจะต้องตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย
ทั้งที่กระทรวงกลาโหม ได้นำกำลังพลไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีอาหาร ที่พักให้ ทำให้ทหารต้องกลับไปกินอาหารที่หน่วย และกลับมาลำเลียงกระเป๋าใหม่ และการบินไทยก็ยังไม่ให้ข้อมูลใดในการช่วยเหลือ ไม่พยายามแก้ปัญหา ทั้งที่เป็นภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของสายการบินระดับประเทศ
ดังนั้น จึงน่าจะต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง และผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ หรือคิดว่าใกล้จะครบวาระ จะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หรือลาออกไปเลย