เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
41 ปี จากลูกหม้อสู่ CEO บินไทย “วันถูกปลด” ของ ชาย เอี่ยมศิริ
ไฮไลท์ประชาชาติ 41 ปี จากลูกหม้อสู่ CEO บินไทย “วันถูกปลด” ของ ชาย เอี่ยมศิริ
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
‘มาลัยรัดเกล้า’ แมสมากในหมู่ พส.จีน ทำยอดเรียกรถไป ‘ปากคลองตลาด’ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
Business ‘มาลัยรัดเกล้า’ แมสมากในหมู่ พส.จีน ทำยอดเรียกรถไป ‘ปากคลองตลาด’ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
Real Estate ศุภาลัย ขยายพอร์ตเชียงใหม่ เปิดตัว “พาร์ควิลล์ บ่อสร้าง-สันกำแพง” ชูไฮไลต์สวน 2.5 ไร่ โซลาร์รูฟท็อปฟรีทุกหลัง
‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
Economic ‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
Real Estate LPN เปิดขาย “ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” การันตียีลด์ 6% นาน 6 ปี 3-4 ต.ค.นี้
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
ดูทั้งหมด

41 ปี จากลูกหม้อสู่ CEO บินไทย “วันถูกปลด” ของ ชาย เอี่ยมศิริ

02 ต.ค. 2569 | 16:33น.

เส้นทางชีวิตของ ชาย เอี่ยมศิริ ในรั้วการบินไทย ถือเป็นตำนาน “ลูกหม้อ” ขนานแท้ เขาเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการ ฝ่าฟันและเติบโตในองค์กรมาอย่างยาวนานถึง 41 ปี ผ่านมรสุมนับไม่ถ้วนจนขึ้นสู่จุดสูงสุดในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยดำรงตำแหน่งถึง 6 ปี รับบทหนักนำพาการบินไทยผ่านวิกฤตการเงินและการฟื้นฟูกิจการ จนพลิกกลับมาทำกำไรประวัติศาสตร์

ทว่าบทสรุปในเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดกลับจบลงอย่างกะทันหันและอาจเรียกว่าถึงขั้น “เจ็บปวด”

คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติสั่งให้เขาพ้นจากตำแหน่ง CEO เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการบริการ เที่ยวบินล่าช้า สัมภาระตกค้าง รวมถึงข้อกล่าวหาเดิมเรื่องการจัดซื้อไวน์ 860,000 ขวด มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

รู้มติจากข่าวก่อนเสียงอย่างเป็นทางการ

ชายได้ลำดับเหตุการณ์ในห้องประชุมบอร์ดว่า ช่วงแรกเป็นการประชุมรายงานสถานการณ์ ผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบริษัท รวมถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา แต่ในช่วงท้ายของการประชุม กรรมการที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร (Non-Executive Directors) ได้ขอประชุมต่อเฉพาะกลุ่ม โดยตนซึ่งเป็นกรรมการที่เป็นฝ่ายบริหาร (Executive Director) เพียงคนเดียวต้องออกจากห้องประชุมไปตรวจงานหน้างานที่ตึกข้างเคียง

ระหว่างนั้นได้รับทราบมติการถูกปลดผ่านสื่อมวลชน ก่อนจะได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากประธานบอร์ดว่าให้พ้นจากตำแหน่ง CEO เพื่อเปิดทางให้เข้าสู่กระบวนการสอบข้อเท็จจริง โดยยังคงตำแหน่งกรรมการบริษัทไว้

เมื่อถามถึงเหตุผลเบื้องหลัง ชายกล่าวว่า ไม่ได้รับการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน รวมถึงยังไม่ทราบรายละเอียดว่าใครจะมาเป็นประธานสอบ และจะตรวจสอบในประเด็นใดบ้าง แต่จากการคาดการณ์ น่าจะเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบว่า เหตุใดสถานการณ์จึงปล่อยให้บานปลาย ไม่สามารถลดผลกระทบหรือหยุดภาวะ Disruption ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที รวมถึงเหตุใดแผนรับมือวิกฤตของบริษัทจึงไม่ถูก Activate นำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

เมื่อถูกถามถึงความยุติธรรม ชายยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หากถามตนในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงและผู้ถูกตรวจสอบ มองว่า “ไม่เป็นธรรม” แต่หากมองในมุมของบอร์ด การตั้งกรรมการสอบเพื่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลก็อาจเป็นสิ่งที่คณะกรรมการมองว่าจำเป็น

เมื่อนักข่าวถามถึงผู้บริหารระดับสูงอย่าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่รับผิดชอบงานภาคพื้นและคลังสินค้าโดยตรง ว่าได้มาร่วมแก้ปัญหาหรือไม่ ชายตอบเพียงสั้นๆ ว่า

“ท่านอยู่ระหว่างการลาพักผ่อน”

ส่วนเรื่องมาตรการเยียวยาผู้โดยสารหรือผู้ที่จะมารักษาการแทนนั้น ชายปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยระบุว่าพ้นจากตำแหน่งแล้ว ให้ไปถามทางคณะกรรมการบริษัทเอง

เมื่อถูกถามถึงประเด็นการเมืองภายในองค์กร ชายกล่าวว่า มีตรงไหนที่ในประเทศไทยไม่มีการเมืองไหม มีหมดทั้ง Internal และ External Politics

เขาไม่มีอะไรจะฝากถึงคนใหม่ เพราะคนที่มาคงมีคุณสมบัติและความสามารถสูงกว่าเยอะ ไม่อย่างนั้นบอร์ดคงไม่มีมติให้ตนพ้นจากตำแหน่ง และ “มีหลายคนเขาอยากเป็นอยู่แล้ว คิดว่าง่าย ผมก็ไม่ว่าอะไร”

ชายกล่าวทิ้งท้ายถึงชีวิตการทำงาน 41 ปีในการบินไทย และ 6 ปีในฐานะ CEO ว่า ได้ทำงานอย่างหนักหน่วงและฝากสิ่งต่างๆ ไว้กับองค์กรมากพอแล้ว จากนี้ขอไปพักผ่อนกับครอบครัว โดยบรรยากาศก่อนที่ชายจะเดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีพนักงานการบินไทยจำนวนหนึ่ง เข้ามาแสดงความเห็นใจและร่วมมอบดอกไม้ให้กำลังใจชายอย่างอบอุ่น

พลิกโฉมบินไทย-ก้าวพ้นรัฐวิสาหกิจ

หากย้อนดูวิสัยทัศน์ที่ชายเคยถ่ายทอดไว้เกี่ยวกับองค์กรผ่านรายการ 50impact ของ ประชาชาติธุรกิจ เขาเน้นย้ำเสมอว่าบทเรียนสำคัญที่สุดของการบินไทยคือการก้าวพ้นจากกรอบ “รัฐวิสาหกิจ” เข้าสู่ความเป็น “เอกชนเต็มตัว” เนื่องจากในอดีต กฎระเบียบที่เคร่งครัดทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่กล้าตัดสินใจ พนักงานมักเลือกทำตามกรอบเพื่อความปลอดภัยของตนเอง เพราะการทำงานไม่บรรลุเป้าหมายอาจไม่ติดคุก แต่การทำผิดระเบียบมีโทษร้ายแรงถึงขั้นติดคุก วัฒนธรรมกลัวความผิดนี้ส่งผลให้องค์กรปรับตัวไม่ทันกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมสายการบินโลก

ตอนหนึ่งเขาให้สัมภาษณ์การขับเคลื่อนองค์กร ที่ต้องผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการถูกมองเป็น “สายการบินแห่งชาติ” ซึ่งไม่มีนิยามที่แท้จริงและไม่ได้สิทธิพิเศษใดๆ สู่การเป็น “สายการบินของคนไทย” ที่ต้องยืนหยัดได้ด้วยศักยภาพทางการแข่งขันอย่างแท้จริง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานในช่วงฟื้นฟูกิจการที่สร้างผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึงเกือบ 30,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนระยะยาวในการขยายฝูงบินเพื่อทวงคืนส่วนแบ่งทางการตลาดที่เคยต่ำกว่า 20% ในฐานการบินสุวรรณภูมิ ตลอดจนการรุกเข้าสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Non-Aviation) เช่น ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และบริการครัวการบิน เพื่อสร้างรากฐานรายได้ที่มั่นคงและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เศรษฐกิจของประเทศไทย

อดีต CEO บอกว่า สิ่งพยายามปลูกฝังแก่พนักงานมาโดยตลอด คือการทลายวัฒนธรรมการศึกษาวิเคราะห์ที่ยาวนานเกินไปจนไม่ได้ลงมือทำ รวมถึงการตั้งคำถามเชิงอนุรักษนิยมเพื่อเซฟตัวเอง เน้นย้ำให้คนการบินไทยมองว่าความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ และต้องพร้อมปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ