เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่

24 ต.ค. 2569 | 12:12น.
คอลัมน์ = ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน = นงนุช สิงหเดชะ

การประท้วงในฝรั่งเศสซึ่งมีจุดเริ่มต้นโดยนักเรียนนักศึกษา ที่ไม่พอใจเรื่องการถูกตัดงบประมาณการศึกษา อาคารเรียนทรุดโทรม ขาดแคลนครู ที่บานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลเผาบ้านเมืองครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี มีการปล้นสะดมและเผาทำลายร้านค้า และอาคารจำนวนมาก ได้เพิ่มความน่ากังวลให้กับ “หนี้สิน” ของฝรั่งเศสที่อยู่ในระดับวิกฤตอยู่แล้ว และแน่นอนสร้างความไม่สบายใจให้กับยุโรปโดยรวม

น่ากังวลเพราะฝรั่งเศสมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน รองจากเยอรมนี นี่จึงทำให้ยุโรปจับตาฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันหนี้สาธารณะของฝรั่งเศสอยู่ที่ 119.3% ของจีดีพี หรือ 3.6 ล้านล้านยูโร สูงที่สุดนับจากปี 1978 ภาวะขาดดุลเบ่งบานขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ที่ 5.4% ของจีดีพี สูงกว่ามาตรฐานของยูโรโซนที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3% ขณะที่อัตราการว่างงานก็คาดว่าจะสูงถึง 8.6% ในสิ้นปีนี้ ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโตเพียง 0.4% ส่วนธุรกิจก็ล้มละลายมากถึง 5.1% นำไปสู่การเลิกจ้างจำนวนมาก สุดท้ายก็สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่ตกงาน

โรฮัน คานนา หัวหน้านักกลยุทธ์ของบาร์เคลย์ในยุโรป ชี้ว่า ฝรั่งเศสถูกมองว่าเป็น “ลิงก์ที่อ่อนแอ” ในตลาดยุโรป ปารีสในขณะนี้เป็น “มหาพายุ” หรือ Perfect Storm เมื่อดูจากความเสี่ยงที่ผสมผสานกันระหว่างเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำมาก หนี้สาธารณะในระดับสูง และปัญหาการเมือง

ฝรั่งเศสยังถูกเปรียบเทียบกับยุโรปบางประเทศที่ตลาดมีผลงานย่ำแย่ที่สุด โดยที่ผ่านมาอิตาลีถูกมองว่าเป็นผู้กู้ยืมที่เสี่ยงที่สุดในยุโรปมานานหลายปี เห็นได้จากผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรรัฐบาลสูงที่สุด แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปเพราะยีลด์ของพันธบัตรอิตาลีลดลง ส่วนฝรั่งเศสสูงขึ้น โดยแม้แต่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือครองพันธบัตรรายใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส ก็เทขายอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ของฝรั่งเศสเริ่มทำให้มีคำถามว่า จะเป็น “กรีซ” รายต่อไปหรือไม่ เพราะกรีซซึ่งเริ่มเกิดวิกฤตในปี 2010 มีหนี้สาธารณะสูงถึง 180% ของจีดีพีและเศรษฐกิจติดลบถึง 25% อัตราว่างงานเกือบ 28% ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกระแทกจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 ที่มีต้นตอในสหรัฐอเมริกา

ฝรั่งเศสจะเป็นกรีซรายต่อไปหรือไม่ แนวโน้มคงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการพังทลายของกรีซนั้นเกิดจากวิกฤตการเงินโลกปี 2008 แต่อันตรายก็มีอยู่ ตราบใดที่เศรษฐกิจยังเติบโตต่ำและค่อย ๆ ถดถอยลงไปเรื่อย ๆ เลือดยังไหลต่อไป ดังนั้นสถานการณ์ของฝรั่งเศสจึงถือว่าเป็น “ธงแดง” เตือนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ความไม่เชื่อมั่นจากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลสูง ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปี ในสัปดาห์ก่อนขึ้นไปแตะ 5% ทำให้ฝรั่งเศสต้องจ่ายผลตอบแทนแพงกว่าอิตาลี และกรีซ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางวิกฤตของยุโรป

แล้ววิกฤตนี้จะลามไปทั่วยุโรปหรือไม่ คำตอบคือมันมีสัญญาณเตือนแล้ว เห็นได้จากปฏิกิริยาของตลาด โดย “มิเชล ทัคเกอร์” นักกลยุทธ์ของไอเอ็นจี ระบุว่า ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างอิตาลีและกรีซ เทียบกับเยอรมนีกว้างขึ้นเกือบ 0.15% ระหว่างเกิดเหตุจลาจลในฝรั่งเศส ดังนั้นปัญหาหนี้จึงไม่ใช่ปัญหาของฝรั่งเศสเท่านั้น

ขณะที่นักวิเคราะห์สกุลเงินของ Intesa ชี้ว่า ค่าเงินยูโรอ่อนลง โดย 1 ยูโร มีค่าเท่ากับ 1.1161 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ตัวเลขจ้างงานของสหรัฐแผ่วลง พร้อมเตือนว่าความกังวลด้านการคลังของฝรั่งเศสอาจทำให้ยูโรอ่อนค่าลงไปอีกจนเหลือ 1.10 ดอลลาร์ต่อยูโร ซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับธนาคารกลางสหภาพยุโรป (ECB)

ชารอน เบลล์ นักวิเคราะห์ของโกลด์แมนแซคส์ ระบุว่า ตนไม่เชื่อว่าสถานการณ์ในปัจจุบันคือภาวะฉุกเฉินที่ ECB ต้องเข้าแทรกแซง เพราะ ECB ไม่ต้องการจะใช้เครื่องมืออย่าง Transmission Protection Instrument (TPI) ซึ่งเป็นกลไกสำหรับเข้าซื้อพันธบัตรของกลุ่มประเทศยูโรโซน

อย่างไรก็ตาม หากส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรในยูโรโซนกว้างขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาด ก็อาจเป็นไปได้ที่ ECB จะใช้ TPI แต่ก็จะเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง
เนื่องจากหากใช้ TPI ก็จะพ่วงมาด้วยการตั้งเงื่อนไขให้ฝรั่งเศสต้องปฏิรูปการคลังอย่างเข้มงวดเป็นระยะเวลานาน คล้ายกับกรีซ โปรตุเกส และไอร์แลนด์ ในช่วงที่เกิดวิกฤตในยูโรโซนก่อนหน้านี้

โดยปกติแล้ว ECB มีแนวโน้มจะไม่เข้าแทรกแซง ยกเว้นประเทศสมาชิกจะยอมทำตามกฎที่ว่าห้ามขาดดุลเกิน 3% ของจีดีพีเสียก่อน ซึ่งปัจจุบันฝรั่งเศสอยู่ที่ 5.4%

นักวิเคราะห์คนอื่น ๆ ชี้ว่า ปัญหาการเมืองที่แตกแยกในฝรั่งเศสเป็นอุปสรรคในการรัดเข็มขัด การจะแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ แน่นอนว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับปรุงด้านการคลัง ลดการใช้จ่ายต่าง ๆ ลง แต่ถ้าหากนักการเมืองคนใดบอกว่าจะทำอย่างนั้นก็จะไม่ได้รับเลือกตั้ง และหากมีการรัดเข็มขัดในภายหลังโดยที่ไม่ได้บอกไว้ระหว่างหาเสียง ก็จะเจอกับการประท้วงและจลาจลบนท้องถนน

แล้วทำไมฝรั่งเศสจึงตกอยู่ใต้แรงกดดันมากกว่าประเทศอื่นที่มีหนี้สาธารณะสูงเหมือนกัน ทั้งที่เมื่อเทียบกับหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอิตาลี หนี้ของฝรั่งเศสต่ำกว่าด้วยซ้ำ

คำตอบก็คือสภาวการณ์แต่ละประเทศต่างกัน โดยกรณีของสหรัฐซึ่งมีหนี้ 127% ของจีดีพี สามารถจัดการหนี้ได้ดีกว่าเพราะสถานะของดอลลาร์เป็นสกุลเงินอันดับหนึ่งของโลก ช่วยให้สหรัฐสามารถกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำในวงเงินที่สูง ส่วนในรายของญี่ปุ่นแม้จะมีหนี้เกิน 200% ของจีดีพี แต่หนี้ส่วนใหญ่กู้ยืมภายในประเทศ ช่วยปกป้องปัญหาเงินทุนไหลออก อีกทั้งธนาคารกลางก็รักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษเอาไว้

กรณีของอิตาลี มีหนี้ 140% ของจีดีพีก็จริง แต่ขาดดุลน้อยกว่าฝรั่งเศส อยู่ที่ประมาณ 3% ของจีดีพี ตามมาตรฐานของยุโรป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝรั่งเศส วิกฤต หนี้