เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
ดูทั้งหมด

จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’

25 ต.ค. 2569 | 13:46น.

ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของการแข่งขันทางการค้าไทย หลังทั้ง e-Commerce และบริการเรียกรถผ่านแพลตฟอร์ม หรือ Ride-Hailing ขยายบทบาทอย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อร้องเรียนจากร้านค้า ผู้ให้บริการ และผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ตั้งแต่การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่า GP การบังคับใช้บริการขนส่งในเครือ การบังคับเข้าร่วมโปรโมชั่น การลดการมองเห็น ไปจนถึงการเลือกเอื้อธุรกิจของตนเอง ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เริ่มขยับจากการแก้ปัญหาเป็นรายคดี ไปสู่การวาง “กติกากลาง” สำหรับกำกับตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งระบบ

สั่งชะลอขึ้น GP นาน 6 เดือน

ข้อมูลสำนักงาน กขค. ระบุว่า ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล 37 เรื่อง จากเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 100 เรื่อง สะท้อนว่าปัญหาแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างคู่ค้า แต่กำลังขยับเข้าสู่เรื่องโครงสร้างการแข่งขันและอำนาจตลาดมากขึ้น

ล่าสุด รองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า ระบุว่า มาตรา 60 เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ กขค.สามารถใช้สั่งระงับ ยับยั้ง หรือหยุดการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดได้ ที่ผ่านมา กขค.ได้ใช้มาตรา 60 กับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มรายใหญ่ 6 ราย แบ่งเป็น Ride-Hailing 3 ราย และ e-Commerce 3 ราย เพื่อชะลอการปรับขึ้นค่า GP หรือค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมและครอบคลุมไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยระหว่างนี้แพลตฟอร์มทั้ง 6 รายจะยังไม่สามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมได้ และต้องส่งข้อมูลให้ กขค.ตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ได้หมายถึงการ “ตรึงราคา” ถาวร เพราะเป้าหมายของกฎหมายการแข่งขันทางการค้าไม่ใช่การควบคุมราคา แต่คือ ทำให้ตลาดแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ทั้งนี้ กขค.มองว่าหากแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาดยังไม่สามารถปรับค่าธรรมเนียมได้ ผู้เล่นรายเล็กก็ยากที่จะปรับขึ้นตาม เพราะยังต้องแข่งขันกับรายใหญ่

สั่งเปิดต้นทุน-พิสูจน์เหตุขึ้น GP

ช่วง 6 เดือนดังกล่าว กขค.จะตรวจสอบว่า การปรับค่าธรรมเนียมในอดีตมีเหตุผลและสัมพันธ์กับต้นทุนจริงหรือไม่ ข้อมูลที่ต้องส่งเข้ามาครอบคลุมโครงสร้างบัญชี งบดุล รายได้ ต้นทุน การลงทุน รวมถึงข้อมูลที่สะท้อนว่าการให้บริการที่ดีขึ้นจำเป็นต้องมีต้นทุนเพิ่มในระดับใด เนื่องจากประเด็นสำคัญคือ หากรายได้ของแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ขณะที่อ้างว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจนต้องปรับค่าธรรมเนียม ก็ต้องมีข้อมูลทางบัญชีรองรับว่าต้นทุนเกิดขึ้นจริงและมีความสมเหตุสมผล หากผู้ประกอบการรายใดส่งข้อมูลก่อนและสามารถพิสูจน์ได้ว่าโครงสร้างการปรับค่าธรรมเนียมมีเหตุผล กขค.สามารถพิจารณาผ่อนคลายคำสั่งก่อนครบ 6 เดือนได้ แต่หากยังไม่ส่งข้อมูล หรือข้อมูลไม่เพียงพอ ก็มีช่องให้พิจารณามาตรการต่อเนื่องได้  อีกปัญหาที่ กขค.พบคือ แพลตฟอร์มรายใหญ่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตัวกลางระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่มีธุรกิจอยู่ในห่วงโซ่เดียวกันหลายประเภท บางแพลตฟอร์มมีทั้ง Marketplaceระบบชำระเงิน ระบบโปรโมชั่น ธุรกิจขนส่ง และบริการอื่นของตนเอง ทำให้สามารถกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการหลายส่วนได้จากจุดเดียว ดังนั้น กขค.มองว่าพฤติกรรมในลักษณะนี้อาจเข้าข่าย “Self-preferencing” หรือการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจภายในกลุ่มของตนเอง ขณะเดียวกันลดทางเลือกหรือโอกาสของคู่แข่ง

วาง “โครงสร้างค่าธรรมเนียม”

นอกจากมาตรการเร่งด่วนตามมาตรา 60 แล้ว กขค.กำลังวางกติกาสำหรับระยะถัดไป โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ หลักเกณฑ์กำกับ “โครงสร้างการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม” โดยจะดูว่าโครงสร้างและวิธีการกำหนดค่าธรรมเนียมมีความเป็นธรรมหรือไม่

แนวคิดเบื้องต้นแบ่งผู้ประกอบการเป็น 3 ระดับตามอำนาจตลาด กลุ่มแรก ไม่มีอำนาจตลาดและสามารถแข่งขันได้เต็มที่ จึงไม่จำเป็นต้องถูกกำกับเข้มข้น กลุ่มที่สอง เริ่มมีอำนาจสามารถเปลี่ยนแปลงตลาดหรือส่งผลต่อการแข่งขัน จะถูกกำกับในระดับเบา ส่วนกลุ่มที่มีอำนาจครอบงำตลาดสูง จะอยู่ภายใต้การกำกับเข้มข้นมากขึ้น ดังนั้น แกนของมาตรการไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าผู้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมมีอำนาจตลาดระดับใด และค่าธรรมเนียมนั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนการแข่งขันหรือผลักภาระให้คู่ค้าหรือไม่

เตรียมทำ Code of Practice 

อีกกลไกหนึ่งคือ การจัดทำแนวปฏิบัติการค้าที่เป็นธรรมสำหรับธุรกิจแพลตฟอร์ม (Code of Practice) จะเป็นกรอบบอกผู้ประกอบการว่าอะไรคือพฤติกรรมทางการค้าที่เหมาะสม ควรทำหรือไม่ควรทำ แม้จะไม่ใช่บทบัญญัติที่กำหนดความผิดและโทษในตัวเอง แต่จะช่วยสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งกรอบของ Code of Practice อยู่ระหว่างจัดทำ และ กขค.ระบุว่า สามารถออกได้ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากโครงสร้างหลักมีอยู่แล้ว เหลือการจัดทำถ้อยคำให้เหมาะสมกับรูปแบบทางกฎหมาย ขณะที่ในฝั่ง e-Commerce โจทย์การกำกับกำลังขยายจากค่าธรรมเนียมไปถึงมาตรฐานสินค้าที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์ม หนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือ สินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน สินค้าปลอม สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าที่อาจกระทบต่อความปลอดภัย

กขค.เร่งนิยาม “ตลาดดิจิทัล”

อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของระบบกำกับคือ การกำหนดขอบเขตตลาด หรือ Market Definition สำหรับตลาดดิจิทัล ปัญหาคือ ตลาดแพลตฟอร์มซับซ้อนกว่าตลาดสินค้าแบบเดิม เพราะผู้ประกอบการหนึ่งรายอาจทำหลายธุรกิจ มีผู้ใช้งานหลายฝั่ง และมีข้อมูลเป็นทรัพยากรหลัก ตลาดดิจิทัลจึงไม่สามารถวัดจากราคาหรือส่วนแบ่งตลาดแบบเดิมเพียงอย่างเดียวได้ กขค.อยู่ระหว่างจัดทำแนวทางกำหนดขอบเขตตลาดใหม่ เพื่อใช้ตอบคำถามว่าใครคือผู้เล่นในตลาดเดียวกัน ใครมีอำนาจตลาด และกิจกรรมแบบใดสามารถส่งผลต่อการแข่งขัน

เป้าเพื่ออยู่ร่วมอย่าง “สมดุล” 

ทิศทางทั้งหมดจึงไม่ได้มุ่งปิดกั้นธุรกิจแพลตฟอร์ม หรือมองว่าธุรกิจดิจิทัลเป็นปัญหาในตัวเอง เป้าหมายระยะสั้น คือ หยุดพฤติกรรมที่อาจสร้างผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างรวดเร็ว เช่น การใช้มาตรา 60 ชะลอการขึ้นค่า GP ระยะกลาง คือสร้างเครื่องมือกำกับ ทั้งนิยามตลาดดิจิทัล โครงสร้างค่าธรรมเนียม และ Code of Practice ส่วนระยะยาว คือ การสร้างตลาดที่ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม ร้านค้าผู้ให้บริการ และผู้บริโภคสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ภายใต้การแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม

โจทย์ของ กขค.จึงอยู่ที่การสร้างกติกา ซึ่งไม่ขัดขวางนวัตกรรมและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยให้อำนาจของแพลตฟอร์มรายใหญ่กลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องอยู่ภายใต้กติกาที่ตนเองไม่มีส่วนกำหนด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาดดิจิทัล แพลตฟอร์ม