เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ : ลดแรงหนุนดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงการคลัง ?
คอลัมน์ = นั่งคุยห้องค้า
ผู้เขียน = ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, CFA /ซาร่า ผลพิบูลย์ ธนาคารกสิกรไทย
การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ (Midterm Elections) ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 อาจส่งผลมากกว่าการเปลี่ยนสมดุลอำนาจในสภาคองเกรส เพราะผลเลือกตั้งจะมีส่วนกำหนดความสามารถของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและการใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องถึงแนวโน้มเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ยเฟด และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
หากย้อนพิจารณานโยบายเศรษฐกิจที่ทรัมป์ใช้หาเสียง จะพบว่าหลายนโยบายมีแนวโน้มเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ทั้งการลดภาษีเงินได้ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ การขึ้นภาษีนำเข้าที่เพิ่มต้นทุนสินค้า และการจำกัดผู้อพยพที่อาจทำให้แรงงานขาดแคลนและต้นทุนค่าจ้างสูงขึ้นในบางอุตสาหกรรม ประกอบกับความตึงเครียดกับอิหร่านที่ผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น นโยบายและการดำเนินการของรัฐบาลทรัมป์จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินเฟ้อสหรัฐ อยู่ในระดับสูงนานขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งกลางเทอมอาจเป็นจุดเปลี่ยนของแรงกดดันเงินเฟ้อจากนโยบายบางส่วน ผลสำรวจการเลือกตั้งสะท้อนความเสี่ยงที่พรรครีพับลิกันจะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภา หากเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจ แม้ทรัมป์จะยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่การผลักดันกฎหมายและการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอาจเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น จึงอาจลดโอกาสเกิดแรงกระตุ้นทางการคลังเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับกรณีที่รีพับลิกันยังควบคุมทั้งสองสภา
ทั้งนี้ การเปลี่ยนขั้วในสภาไม่ได้หมายความว่านโยบายเดิมจะถูกยกเลิกทันที โดยเฉพาะมาตรการด้านการค้าและการควบคุมการเข้าเมืองบางส่วนที่ฝ่ายบริหารยังมีอำนาจดำเนินการภายใต้กฎหมาย
ในแง่นโยบายการเงิน หากข้อจำกัดต่อแรงกระตุ้นทางการคลังช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้จริง ประกอบกับราคาพลังงานและเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลง เฟด
ก็อาจมีความจำเป็นน้อยลงที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ตลาดจึงอาจปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเฟด ซึ่งจะลดแรงหนุนดอลลาร์สหรัฐและอาจเปิดทางให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลต่อค่าเงินจะขึ้นอยู่กับว่าตลาดรับรู้ผลเลือกไปแล้วมากน้อยเพียงใด รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและดอกเบี้ยของประเทศอื่นด้วย
อีกด้านหนึ่ง การที่รัฐบาลและสภาคองเกรสอยู่ภายใต้การนำของคนละพรรคอาจเพิ่มความไม่แน่นอนในการเจรจางบประมาณและการปรับเพิ่มเพดานหนี้ (Debt Ceiling) ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเป็นประเด็นในปี 2027 หากการเจรจายืดเยื้อจนตลาดกังวลว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ความผันผวนในตลาดพันธบัตรและค่าเงินอาจเพิ่มขึ้น พร้อมบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ดอลลาร์อาจได้รับแรงซื้อในช่วงที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน การเลือกตั้งกลางเทอมจึงอาจลดแรงหนุนดอลลาร์ผ่านช่องทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็เพิ่มความไม่แน่นอนด้านการคลังที่อาจทำให้ค่าเงินผันผวนมากขึ้น