ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
ครม.สัญจรนอกสถานที่ครั้งสองรัฐบาลอนุทิน ปักธงอุดรธานี รับอีเวนต์ใหญ่ มหกรรมพืชสวนโลก หอการค้าอีสานตอนบน 1 “กลุ่มสบายดี” เตรียมเสนอ 42 โครงการ วงเงิน 3.98 หมื่นล้าน เปิดประตูการค้าไทยเชื่อมลาว-เวียดนาม-จีน แก้ภัยแล้ง บูมท่องเที่ยว ปัดฝุ่นกระเช้าภูกระดึง ผุดสนามบินเลย-บึงกาฬ ตั้งเป้าคนชมพืชสวนโลก 3.5 ล้านคน เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน
การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม. สัญจร) ครั้งที่ 2/2569 ที่ จ.อุดรธานี กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ) กำหนดจัดขึ้นวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี
โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับ 4 ประเด็นนโยบายรัฐบาล ได้แก่ การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง การค้าชายแดน การท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้โครงการตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตในพื้นที่ ขณะเดียวกันเป็นช่วงเวลาที่มีกิจกรรมสำคัญระดับโลก คือ มหกรรมพืชสวนโลก โดยนายกรัฐมนตรีจะไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ด้วย
เน้นแก้ปัญหากลุ่มจังหวัด
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงความพร้อมการจัดประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 2 ว่ารูปแบบจะคล้ายกับการจัดประชุม ครม.สัญจร ภาคใต้ ที่จังหวัดสงขลา แต่หัวข้อจะต่างกัน โดยการประชุมครั้งนี้จะเน้นไปที่การพัฒนาแก้ปัญหาในพื้นที่ของกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน ทั้งด้านการค้าพื้นที่และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน การเกษตรอาหาร รวมถึงแก้ปัญหายาเสพติด
ทั้งนี้ สภาพัฒน์ตั้งกรอบไว้ว่า การพัฒนาจะไม่ได้เป็นการไปให้โครงการจังหวัดละ 50 ล้านบาทแบบเดิม ๆ คงไม่มีแล้ว แต่จะมีการพูดคุยกับทางภาคส่วนราชการและเอกชนในจังหวัด ว่าขอให้รัฐบาลสนับสนุนเชิงนโยบายเรื่องอะไรเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาในพื้นที่ทั้งในเชิงนโยบายและกฎระเบียบ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ชง 42 โครงการ 3.98 หมื่นล้าน
นายณัฐพล เหลืองวงศ์ไพศาล ประธานหอการค้าจังหวัดเลย และประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 5 จังหวัด เปิดเผยว่า ต้องการผลักดันโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดขนาดเล็ก ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ภาคเอกชนจะผลักดันโครงการพัฒนาจังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ยังซบเซา และเพิ่มโอกาสให้พื้นที่ได้รับการจัดสรรงบฯ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจในภูมิภาค
สำหรับข้อเสนอผ่านกลุ่มจังหวัดฯ (กรอ.กลุ่มจังหวัดฯ) ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน การผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร การพัฒนาการค้าชายแดน โดยวางตำแหน่งพื้นที่ให้เป็นประตูเชื่อมโยงการค้ากับจีนตอนใต้ ผ่าน สปป.ลาว และเวียดนาม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งหมด 42 โครงการ ทั้งข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว รวมวงเงินทั้งหมด 39,828,495,700 บาท
ขยายสนามบินเลย-กระเช้าภูกระดึง
นายณัฐพลกล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดเลย ในฐานะประธานหอการค้าจังหวัด เตรียมผลักดัน 4 โครงการที่สามารถดำเนินการได้เร่งด่วน หรือ Quick Win อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเลย โดยเสนอให้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร เนื่องจากอาคารปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในการรองรับผู้โดยสารโดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ด้วยวงเงิน 1 พันล้านบาท
โครงการกระเช้าขึ้นภูกระดึง ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และคาดว่าจะทราบผลในช่วงกลางปี 2570 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างตามแผนที่เกี่ยวข้อง วงเงิน 1 พันล้านบาท รวมถึงแนวคิดพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง หรือ “Romantic Route” เชื่อมโยงจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ ตลอดจนพื้นที่ในภาคอีสานตอนล่าง เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชน
ตั้ง ม.อุดรฯ – สนามกีฬาเฟส 2
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า การประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีครั้งนี้ ตรงกับวันเปิดงานพืชสวนโลก เป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่ภาคเอกชนมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว จึงขอสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาผลักดันโครงการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง
โดยได้เตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่สามารถดำเนินการได้เร่งด่วน หรือ Quick Win 2 โครงการ ได้แก่ ผลักดันการติดตั้งระบบตรวจสอบตู้สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบติดตั้งประจำที่ (Fixed X-Ray System) ณ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และการตรวจสอบสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและการค้าชายแดน เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ
การก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดอุดรธานี ระยะที่ 2 เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา รองรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาคนพิการแห่งชาติในปี 2570 ซึ่งจังหวัดอุดรธานีได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และเป็นพื้นที่พัฒนานักกีฬาและเยาวชนในจังหวัด วงเงิน 2 พันล้าน
สำหรับข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว อาทิ การศึกษาการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอุดรธานี (Udonthani University) และอุตสาหกรรมในอนาคต โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบที่ 2 (ทางเลี่ยงเมือง) ด้านทิศใต้และทิศตะวันออก วงเงิน 4 พันล้านบาท
หนองคายชงระบบส่งน้ำเกษตร
นางมนนิภา โกวิทศิริกุล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า เตรียมเสนอ 3 โครงการ Quick Win ได้แก่ การจัดทำระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยสนับสนุนระบบท่อสำหรับการให้น้ำแบบหยดแก่เกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้ เพื่อช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมการผลิตได้ตลอดทั้งปี การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยเสนอให้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม 1 อำเภอ 1 ศูนย์ เพื่อสร้างอาชีพให้กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยง พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV และพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมระดับอำเภอและชุมชน และการยกระดับสินค้าเกษตรพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ Made in Nong Khai
บึงกาฬขอสร้างสนามบิน-ถนน
นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า เตรียมเสนอ 3 โครงการ Quick Win วงเงินรวม 12 ล้านบาท ได้แก่ โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยจับคู่เจรจาธุรกิจ 4 ประเทศ (ไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน) ภายใต้แนวคิด “สี่เหลี่ยมทองคำ” และการจัดโซนพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษบริเวณใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและขยายเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ
ส่วนข้อเสนอจังหวัดบึงกาฬเตรียมผลักดันโครงการถนนตัดใหม่ 4 ช่องจราจร เชื่อมบึงกาฬ-กุมภวาปี จ.อุดรธานี ระยะทาง 155 กม. วงเงินเบื้องต้น 24,000 ล้านบาท พร้อมเสนอผลักดันโครงการสนามบินบึงกาฬ ซึ่งผ่านขั้นตอนการประเมินเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมศึกษาการเวนคืนที่ดิน เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
หนองบัวลำภูชงแหล่งท่องเที่ยว
พรพิมล วรรณธนะชานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า มุ่งส่งเสริมด้านท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวมาเยือนได้ตลอดทั้งปี โดยเตรียมเสนอ 2 โครงการ Quick Win ได้แก่ โครงการจัดตั้งสหกรณ์ปศุสัตว์/สหกรณ์โคครบวงจร เพื่อยกระดับปศุสัตว์และเกษตรมูลค่าสูงของจังหวัด และโครงการประตูระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในเขตเทศบาลหนองบัวลำภู ให้มีการพัฒนาประตูระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสียในพื้นที่เขตเมืองหนองบัวลำภู รวมถึงปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำ
ขณะที่ข้อเสนอสำหรับดำเนินการระยะยาว ได้เสนอโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกเฒ่าโต้ ให้เกิดการพัฒนาสาธารณูปโภค ปรับปรุงระบบน้ำและเพิ่มความต่อเนื่องของน้ำตก ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานระบบน้ำหมุนเวียน รวมถึงจัดภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวก คาดว่าใช้วงเงิน 105 ล้านบาท รวมถึงโครงการก่อสร้างทางเดินชมทัศนียภาพลอยฟ้า “ภูพานน้อยแกรนด์ฮอลล์ (PHUPHAN NOI GRANDHALL) วงเงิน 99 ล้านบาท
คาดชมพืชสวนโลก 3.5 ล้านคน
ส่วนการเตรียมความพร้อมงานมหกรรมพืชสวนโลกนั้น นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดิน ทางเข้าชมงานวันละ 20,000 ถึง 30,000 คน และคาดว่าตลอดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 20,000 ล้านบาท
นายกัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 ซึ่งกำหนดเปิดให้เข้าชมวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 และจัดต่อเนื่อง 134 วัน ตั้งเป้าผู้เข้าชมประมาณ 3.5 ล้านคน ซึ่งคาดหวังว่าการเยี่ยมชมงานพืชสวนโลกของคณะรัฐมนตรีจะช่วยประชาสัมพันธ์งานในระดับประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดอย่างเต็มศักยภาพ
แห่จองโรงแรมใกล้เต็ม
นอกจากนี้ ปัจจุบันโรงแรมที่พักในเขตอำเภอเมืองอุดรธานีมีการจองห้องพักใกล้เต็ม 100% โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและวันหยุดสำคัญในเดือมกราคม จึงขอให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางและจองที่พักล่วงหน้า เพื่อให้มีตัวเลือกเพียงพอและสะดวกต่อการเข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม การให้การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงดึงนักท่องเที่ยวเข้าชมพื้นที่จัดงานเท่านั้น แต่ต้องกระจายรายได้ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัดด้วย
เนื่องจากอุดรธานีมี 20 อำเภอ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีแหล่งท่องเที่ยว สินค้าท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะที่มีศักยภาพต่างกัน จึงต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนอย่างน้อย
2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน เพื่อให้มีเวลาเดินทางไปเที่ยวในพื้นที่อื่นและใช้จ่ายกับธุรกิจท้องถิ่น