เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล สั่งชะลอขึ้นทะเบียน ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’
Politics รัฐบาล สั่งชะลอขึ้นทะเบียน ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’
ปลัดคลัง แจงประโยชน์ 3 ด้าน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ พร้อมดึง 3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อ
Finance ปลัดคลัง แจงประโยชน์ 3 ด้าน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ พร้อมดึง 3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อ
ITC ปั้นนวัตกรรมโภชนาการ Pet Longevity โต้คลื่นเศรษฐกิจโลก มุ่งเป้า 1 พันล้านดอลลาร์
Economic ITC ปั้นนวัตกรรมโภชนาการ Pet Longevity โต้คลื่นเศรษฐกิจโลก มุ่งเป้า 1 พันล้านดอลลาร์
ชาวนาอ่วมค่ารถเกี่ยวไร่ละพัน ซ้ำผลผลิตทะลักฉุดราคาข้าวดิ่งกลางพฤศจิกายน
Economic ชาวนาอ่วมค่ารถเกี่ยวไร่ละพัน ซ้ำผลผลิตทะลักฉุดราคาข้าวดิ่งกลางพฤศจิกายน
ถึงเวลาปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในองค์กรหรือยัง ?
SD Talk ถึงเวลาปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในองค์กรหรือยัง ?
รัฐบาล ย้ำ ‘ม็อบ’ ชุมนุมตามกฎหมาย เตือนผู้ยุยงปลุกปั่นโทษหนัก ยันไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ
Politics รัฐบาล ย้ำ ‘ม็อบ’ ชุมนุมตามกฎหมาย เตือนผู้ยุยงปลุกปั่นโทษหนัก ยันไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ
พลิกโฉมงบ 3.82 ล้านล้าน รื้อสวัสดิการ ลงทุนรับวิกฤตโลก
Politics พลิกโฉมงบ 3.82 ล้านล้าน รื้อสวัสดิการ ลงทุนรับวิกฤตโลก
SC เปิดเกม ‘คอนโดฯริมน้ำ’ เดิมพันเมกะโปรเจ็กต์หมื่นล้าน ‘บางโพ’
Real Estate SC เปิดเกม ‘คอนโดฯริมน้ำ’ เดิมพันเมกะโปรเจ็กต์หมื่นล้าน ‘บางโพ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 พ.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 75,723 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 พ.ย. 69) ปรับลง 0.08% อยู่ที่ 75,723 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ITC ปั้นนวัตกรรมโภชนาการ Pet Longevity โต้คลื่นเศรษฐกิจโลก มุ่งเป้า 1 พันล้านดอลลาร์

08 พ.ย. 2569 | 09:00น.
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ผ่าแผนธุรกิจ ITC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก ถอดรหัสนวัตกรรม R&D จากห้องแล็บแมว i-Cattery สู่ยุทธศาสตร์โต้คลื่นเศรษฐกิจโลก ปักหมุดไทยผู้นำ Supply Chain พร้อมเปิดเครื่องยนต์ S-Curve ลุยตลาด Supplement มุ่งเป้าหมื่นล้าน ดันไทยยึดแชมป์ ครัวอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกอย่างยั่งยืน

ในยุคที่กระแสการเลี้ยงสัตว์ปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้าน มาเป็นการเลี้ยงดูเสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ Pet Humanization อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนกระแสความผันผวนทางเศรษฐกิจ

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายรอย ชาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก ในเครือบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางเทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก ยุทธศาสตร์การเติบโตสู่ปี 2570 และการปักหมุดประเทศไทยในฐานะครัวอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก

จาก Food & Treat สู่ยุค Pet Longevity

นายรอย ชาน เริ่มต้นฉายภาพโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ ITC ว่าแบ่งออกเป็น 2 หมวดหลัก ได้แก่ 1. อาหาร ทำหน้าที่มอบสารอาหารสำคัญให้แก่น้องหมาและน้องแมว และ 2. ขนม (Treat / Snack) ซึ่งทำหน้าที่มากกว่าการเป็นอาหารว่าง แต่เป็นเครื่องมือสร้างความผูกพัน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การพาไปเดินเล่นหรือเล่นเกมแล้วให้ขนมเป็นรางวัล

สำหรับเทรนด์โภชนาการ สัตว์เลี้ยงในปัจจุบันมีอายุขัยที่ยาวนานขึ้น ความต้องการด้านสุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) ตามธรรมชาติจึงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นำมาสู่เทรนด์ Pet Longevity ที่เน้นการชะลอวัยและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

“ไม่ว่าจะในแง่ Vision หรือ Mission เรื่อง Health and Wellness รวมถึง Nutrition เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เป็นทิศทางในการพัฒนาสินค้าของ ITC อยู่แล้ว ทุกวันนี้สัตว์เลี้ยงอายุยาวขึ้น สุนัขและแมวสูงวัย ก็เผชิญปัญหาเรื่องกระดูกและข้อต่อ เหมือนกับคน”

เพื่อตอบโจทย์นี้ ITC ได้นำนวัตกรรมจากการผนึกกำลังในเครือมาใช้ โดยนำ “โบนแคลเซียมธรรมชาติ” ซึ่งได้จากก้างปลาทูน่าของกลุ่มไทยยูเนี่ยน มาบดเป็นผงแปรรูปเป็นส่วนผสม ในอาหารสัตว์เลี้ยง และนำไปผลิตเป็นรูปแบบเม็ดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์เฉพาะทางด้านสุขภาพ ให้แก่สัตว์เลี้ยง

พฤติกรรมผู้บริโภคยุค Petflation & โครงสร้างพอร์ตสินค้า

แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกจะผันผวนและเผชิญปัญหาเงินเฟ้อสูง แต่พฤติกรรมของผู้เลี้ยงสัตว์ยังคงเป็นแรงส่งสำคัญ โดยคุณรอยระบุว่า ผู้บริโภคยินดีประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ยังคงทุ่มเทไม่อั้นและไม่ยอมลดเกรดอาหารของสัตว์เลี้ยง สิ่งที่ ITC ทำคือการเพิ่มมูลค่าและคุณประโยชน์ทางสุขภาพให้แก่ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าดังกล่าว

สำหรับ โครงสร้างยอดขายตามประเภทผลิตภัณฑ์ (รอบ 6 เดือนล่าสุด) ของ ITC แบ่งออกเป็น

  • อาหารแมว: สัดส่วน 60%
  • ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง : สัดส่วน 20%
  • อาหารสุนัข: สัดส่วน 20%

ในส่วนของโครงสร้างแบรนด์ คุณรอยชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า งานหลักของ ITC คือการรับจ้างผลิต ให้แก่แบรนด์ระดับโลก ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อลูกค้าได้ ส่วนแบรนด์ของบริษัทเองมีสัดส่วนเพียงประมาณ 1% ของยอดขายรวมทั้งหมด ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ตู้โชว์”สำหรับจัดแสดงนวัตกรรม ศักยภาพ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในตลาดประเทศไทย

ภาพรวมตลาดโลก & นวัตกรรม R&D เบื้องหลัง “i-Cattery”

สมาคมและสำนักวิจัยคาดการณ์ว่า ภาพรวมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% ต่อปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030-2031 (พ.ศ. 2573-2574) ขณะที่ ITC ในปีนี้สามารถเติบโตได้เหนือตลาดในระดับ สองหลัก โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการเน้นสินค้า Health Benefit และการที่ลูกค้าระดับโลก หรือ Global Brands ออกนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ ร่วมกับบริษัทอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการวิจัยและพัฒนา ITC ได้จัดตั้งศูนย์วิจัย i-Cattery ซึ่งเปรียบเสมือน Tasting Panel ในอาหารคน โดยมี “พนักงานแมว” จำนวน 51 ตัว ทำหน้าที่ทดสอบรสชาติและพฤติกรรมการกิน ผ่านกระบวนการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เช่น Two-bowl Test (การวางอาหารเป้าหมายเทียบกับสินค้าคู่แข่งใน 2 ชาม แล้วสังเกตการเลือกกิน การเลีย ดม การกินหมดในครั้งเดียว และการสลับตำแหน่งชามซ้าย-ขวา)

กระบวนการพัฒนาสินค้านวัตกรรมร่วมกับลูกค้าระดับโลกจะใช้เวลาใน Innovation Pipeline ราว 18 ถึง 24 เดือน โดยพนักงานแมวในศูนย์ i-Cattery จะทำงานเพียงวันละ 3 ชั่วโมง และจะได้รับการปลดระวาง/เกษียณอายุเมื่ออายุครบ 6 ปี ซึ่งบริษัทมีแผนจะหมุนเวียนหาพนักงานแมวรุ่นใหม่เข้ามาทดแทนในปี 2570 โดยแมวที่เกษียณจะถูกนำไปหาบ้านใหม่ หรือหากไม่มีจะได้รับการดูแลเป็นพนักงานแมวประจำศูนย์ต่อไป

นอกจากนี้ ศูนย์ i-Cattery ของ ITC ยังเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่ห้องแล็บทดลอง แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ AAALAC ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นเชิงการตลาดให้แก่พาร์ตเนอร์และแบรนด์ระดับโลกที่เน้นมาตรฐานจริยธรรมสูง

เครื่องยนต์ S-Curve และยุทธศาสตร์พร้อมลุยปี’70

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายปีสำหรับทิศทางธุรกิจมุ่งสู่ปี 2570 และเป้าหมายรายได้ Organic Growth แตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 ITC วางเครื่องยนต์ขับเคลื่อนผ่านหลายมิติ ดังนี้

  1. การขยายสู่ตลาดอาหารเสริม: เตรียมข้ามไปทำตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มตัวตั้งแต่ปีหน้า
  2. การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์: ข้ามขีดจำกัดจากสินค้ากลุ่มเนื้อแท้ (Real Meat) เข้าสู่ตลาดกลุ่ม ชังก์และปาเต้ ซึ่งเป็นตลาด Mass ขนาดใหญ่ที่บริษัทยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดน้อยและยังมีโอกาสขยายได้อีกมาก
  3. การขยายตลาดเชิงภูมิศาสตร์: เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการลงทุนเปิดสำนักงานในสหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
  4. ยุทธศาสตร์ M&A และการลงทุนต่างประเทศ :
    • สหรัฐอเมริกา: ล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการ Phelps Pet Products ซึ่งมีโรงงาน 2 แห่งในรัฐอิลลินอยส์ และรัฐวิสคอนซิน ช่วยเสริมพอร์ตสินค้าประเภทขนมสุนัขแบบอบลมร้อนและอบด้วยเตา ซึ่งเป็นอาหารแห้ง เข้ามาเติมเต็มพอร์ตสินค้าเปียกของ ITC ให้สมบูรณ์
    • ประเทศจีน: อยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อกิจการบริษัทที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายกันในจีน เพื่อสร้างฐานการผลิตและการดำเนินงานในท้องถิ่น เนื่องจากจีนเป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 3 ของโลก

ความได้เปรียบของประเทศไทย & ห่วงโซ่อุปทาน

เมื่อถามถึงเหตุผลที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกเลือกประเทศไทยและเลือก ITC นายรอยชี้ว่า สำหรับแบรนด์ระดับโลก มาตรฐาน คุณภาพและความสม่ำเสมอที่ไม่ทำให้เสียชื่อเสียง คือตัวตั้งสำคัญ

หากเปรียบเทียบในภูมิภาค อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยล้ำหน้ากว่าประเทศคู่แข่งหลายปี โดยขนาดอุตสาหกรรมของไทย ใหญ่กว่าเวียดนามถึง 8 เท่า ประกอบกับไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 3 ของโลก มีวัตถุดิบหลักทั้งไก่และอาหารทะเลที่แข็งแกร่ง

“สิ่งที่สำคัญมากคือ ธุรกิจสนับสนุน เช่น บรรจุภัณฑ์ และระบบโลจิสติกส์การส่งออก เราทำอาหารสัตว์เลี้ยงเก่งคนเดียวไม่ได้ หากซัพพลายเออร์มีเนื้อไก่ส่งให้ แต่ไม่มีถาดพลาสติกบรรจุภัณฑ์ส่งมาให้ ธุรกิจก็เดินไม่ได้ ความสำเร็จของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทยจึงเกิดจากห่วงโซ่อุปทานที่ร่วมมือกัน”

สำหรับสินค้าส่งออกของไทย 99% เน้นไปที่ อาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียก ที่ใช้วัตถุดิบหลักจากอาหารทะเลและเนื้อไก่ โดยปัจจุบันโรงงาน 2 แห่งของ ITC ในไทย (สมุทรสาครและสงขลา) มีกำลังการผลิตรวมกันอยู่ที่ 220,000 ตันต่อปี ซึ่งยังเพียงพอรองรับการขยายงานโดยไม่ต้องลงทุนหนักเพิ่มเติมในระยะสั้น

ข้อได้เปรียบอีกประการคือการอยู่ภายใต้ เครือไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ทำให้ ITC ได้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจ ในการจัดซื้อ และการใช้ฟังก์ชั่นการทำงานร่วมกัน เช่น โปรแกรมความยั่งยืนที่ดำเนินการในระดับกลุ่ม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ESG, AI และการบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงโลก

ในมิติของ Green Economy และ Sustainability คุณรอยให้ความเห็นตรงไปตรงมาว่า ผู้บริโภคฝั่ง Consumer (B2C) อยากได้สินค้าที่ยั่งยืน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมจ่ายเงินเพิ่ม (Price Premium) โจทย์ของ ITC คือการสร้างสมดุลโดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดแต่ต้องกระทบต่อต้นทุนน้อยที่สุด ผ่านโปรแกรม SeaChange® ของไทยยูเนี่ยน เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในโรงงาน ซึ่งช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและช่วยลดต้นทุนพลังงานไปพร้อมกัน ขณะที่ฝั่งลูกค้าองค์กร (B2B) แบรนด์ระดับโลกอย่าง Purina หรือ Mars ต่างลงทุนและตั้งใจขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ด้านเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติ ITC ได้นำ AI มาใช้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบสูตร เพื่อคำนวณสมดุลโปรตีน ไขมัน และสารอาหารได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วกว่าระบบเดิม รวมถึงกำลังศึกษาการนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อลดต้นทุนในอนาคต

สำหรับการรับมือปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการภาษีสหรัฐฯ ซึ่งกระทบต่อยอดขายฝั่งสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนถึง 60%, สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบราคาน้ำมันและบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือความเสี่ยงในตลาดยุโรป นายรอยยืนยันว่า บริษัทเน้นการบริหารจัดการในปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ จนสามารถผลักดันผลงานให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย

ลูกเล่นผลิตภัณฑ์ใหม่ & ปรัชญาองค์กร

นอกเหนือจากอาหารหลักและนวัตกรรม R&D แล้ว ITC ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีลูกเล่นและรูปแบบคล้ายอาหารคน เพื่อตอบสนองความผูกพันในครอบครัว เช่น

  • ขนมรูปทรงคัพเค้ก และ โลลี่ป๊อป (อมยิ้ม): สำหรับให้สุนัขกัดเล่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์
  • แบรนด์สินค้ากลุ่ม Home-cooked / Human Grade: สินค้าเกรดคนรับประทานที่ใช้เป็น Product Showcase ในไทย ซึ่งคนสามารถรับประทานร่วมกับสุนัขได้
  • ไอซ์ป๊อป : ขนมหวานคลายร้อนสูตรไม่อ้วน นำไปแช่เย็นให้สุนัขกินคล้ายไอศกรีมในช่วงอากาศร้อน

นายรอย กล่าวสรุปทิ้งท้ายถึงพันธกิจสูงสุดของไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น ด้วยการชี้ไปที่เป้าหมายขององค์กรว่า

“ภารกิจสูงสุดของเราคือ ‘Nourishing one healthy family’ เพราะเราเชื่อเสมอว่าน้องหมาและน้องแมวคือส่วนหนึ่งของครอบครัว ITC จะทำหน้าที่ในส่วนเล็กๆ นี้อย่างดีที่สุด เพื่อทำให้ทุกครอบครัวมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี และเราจะให้ความสำคัญกับ Health and Wellness เป็นหัวใจสูงสุดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป”