เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ทรัมป์’ ยินดีเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม-เซอร์ไพรซ์ผลแพ้ยับเยิน
World ‘ทรัมป์’ ยินดีเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม-เซอร์ไพรซ์ผลแพ้ยับเยิน
ทองโลกดีดแรงทะลุ 4,000 เหรียญ หลัง ‘ทรัมป์’ แพ้เลือกตั้ง 2 สภารวด
Finance ทองโลกดีดแรงทะลุ 4,000 เหรียญ หลัง ‘ทรัมป์’ แพ้เลือกตั้ง 2 สภารวด
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
กกร. ห่วงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง K-Shape ชัดขึ้น แม้อัพ GDP ปี’69 โต 2.6%
Economic กกร. ห่วงเศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง K-Shape ชัดขึ้น แม้อัพ GDP ปี’69 โต 2.6%
‘เอกนัฏ’ รับข้อเสนอขนส่ง 10 ข้อ จ่อถกปรับโครงสร้างน้ำมันสัปดาห์หน้า
Economic ‘เอกนัฏ’ รับข้อเสนอขนส่ง 10 ข้อ จ่อถกปรับโครงสร้างน้ำมันสัปดาห์หน้า
เอกนิติ เตรียมโรดโชว์ญี่ปุ่น พบ 6 ค่ายรถ แจงรายละเอียดปรับภาษีรถอีวีเป็น 35%
Finance เอกนิติ เตรียมโรดโชว์ญี่ปุ่น พบ 6 ค่ายรถ แจงรายละเอียดปรับภาษีรถอีวีเป็น 35%
หุ้นไทยอ่วม! 7 วันดิ่งกว่า 100 จุด หลุด 1,500 จุด InnovestX ชี้โซนสะสมหุ้นแบงก์-นิคมฯ-ปันผลเด่น
Finance หุ้นไทยอ่วม! 7 วันดิ่งกว่า 100 จุด หลุด 1,500 จุด InnovestX ชี้โซนสะสมหุ้นแบงก์-นิคมฯ-ปันผลเด่น
รามาธิบดี เปิดผลผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม่สู่ลูกด้วยหุ่นยนต์
Biz Movement รามาธิบดี เปิดผลผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม่สู่ลูกด้วยหุ่นยนต์
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
Business 15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
ดูทั้งหมด

ลงทุนโลกปั่นป่วนหุ้น AI ดิ่งแรง-ผันผวนหนัก อวสานทอง ‘บาทละแสน’

04 พ.ย. 2569 | 12:35น.

ช่วงนี้ราคาสินทรัพย์ในตลาดโลกผันผวนอย่างหนัก โดยราคาทองร่วงหนัก และตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบแรงเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ที่ผ่านมา จนเรียกได้ว่าเป็น “Black Friday” เลยทีเดียว

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบแรงเมื่อวันศุกร์ โดยดาวน์โจนส์ -1.09%, S&P 500 -1.82% และ Nasdaq -2.86% หลังหุ้น Intel ร่วง -28.6% และ SOX -7.2% จากความกังวล AI Capex (รายจ่ายลงทุนด้าน AI) กับ Cash Flow (กระแสเงินสด) ขณะที่กลุ่มพลังงานบวกสวนตลาด จากราคาน้ำมันที่ยืนสูง ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี/30 ปี ลดสู่ราว 4.93%/5.31% และ ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัว แต่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 113.43 เหรียญต่อบาร์เรล, WTI ปิดที่ 104.12 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนทองร่วง 3.3% สู่ระดับ 3,898.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

เปิดปม “ทอง-หุ้นสหรัฐ” ร่วงแรง

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นโลกปั่นป่วนอยู่ในตอนนี้ จุดเริ่มต้นมาจากประเด็นเรื่องน้ำมันที่ตอนนี้ตลาดคาดว่าราคาจะสูงค้างนาน ซึ่งมาจากการกระทำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับประเด็นที่สอง คือ ทั้งโลกมีการเร่งตัวในการใช้เม็ดเงินในการลงทุนใหญ่ ๆ ที่อยู่ที่ AI Data Center เพียงอย่างเดียว จนต้นทุนสูง และนักลงทุนกังวลว่าปีหน้าบริษัท AI เหล่านี้จะต้องนำกำไรมาเป็นรายจ่ายลงทุนต่อเนื่อง เพราะจะไม่มีการกู้เงิน เนื่องจากกระแสเงินสดเริ่มติดลบ ทำให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นกลุ่ม AI ออกมา

ทั้งนี้ หากไปดูหุ้นกลุ่มอื่น อย่างพลังงาน, Health Care รวมถึง Utility ก็ยังไปได้ดีในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนว่าเซ็กเตอร์ที่มีปัญหามีเซ็กเตอร์เดียวคือ AI

“จริง ๆ แล้วมันเป็นปัญหาของแค่เซ็กเตอร์เดียว แต่เนื่องจากมันเป็นเซ็กเตอร์ที่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับการลงทุนทั้งโลก มันก็เลยเป็นปัญหาที่เรางงกันอยู่ว่าตลาดดูอ่อนแอ ดูไม่ไหวแล้ว แต่มุมมองของผม ก็คือถ้าเมื่อไหร่กระแสเงินสดมันกลับมาเป็นบวก หรือว่า AI Monetization รายได้ที่บริษัท AI เหล่านี้ลงทุนไปกลับมาโตเร็วกว่าเงินที่ลงทุนไปได้ เดี๋ยวตลาดก็จะกลับมารีบราวนด์ได้”

สำหรับทองคำที่ร่วงหนักเช่นเดียวกัน เกิดจาก Real Yield (อัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่แท้จริง หรือบอนด์ยีลด์ หักเงินเฟ้อออก) ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนหรือพวกเฮดจ์ฟันด์โยกเงินไปลงในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำสุด อย่างพันธบัตรรัฐบาล แทนที่จะลงทุนในทองคำ โดยระหว่างทางก็พักเงินในดอลลาร์ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และทำให้ทองปรับลง แต่เชื่อว่าจะไม่ลงลึกมาก เพราะจีนยังซื้อสะสมต่อเนื่อง และ สหรัฐกับอิหร่านก็น่าจะอยากจบสงคราม

ยุค “ทรัมป์” อ่านเทรนด์ลงทุนยาก

นายชยนนท์กล่าวอีกว่า มองไปข้างหน้า การลงทุนจะยังเหนื่อย เพราะการเลือกตั้งสหรัฐ คาดว่าพรรคเดโมแครตจะได้ครองสภาคองเกรส แต่คาดว่าคงไม่ถึงกับครองสภาบนด้วย อย่างไรก็ดีจะมีผลกระทบต่ออำนาจของทรัมป์ในการดำเนินนโยบายสำคัญ หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ ๆ จะทำได้ยากขึ้น แต่มาตรการที่ทำให้เศรษฐกิจแย่ อย่างช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็จะทำไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นข้อดี

“คืออำนาจในมือทรัมป์น่าจะลดลง แต่ทรัมป์เป็นคนที่ใช้อำนาจไม่ผ่านสภาเยอะมาก ซึ่งผมคิดว่าหลังจากวันที่ 3 พ.ย. ทรัมป์อาจจะใช้อำนาจ Executive Order เยอะมากขึ้น อันนี้ก็จะเป็นความปั่นป่วนอย่างที่หนึ่ง อย่างที่สองคือ ทรัมป์ขู่มาตลอดเลย บอกว่าหลังวันที่ 3 พ.ย.นี้จะโจมตีอิหร่าน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและรุนแรงมาก อันนี้ก็ต้องมารอดูว่าแล้วราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร หรือทรัมป์แค่ขู่ให้อิหร่านมาเจรจา คือทั้งหมดนี้ยังยากอยู่ ในยุคของทรัมป์ ถ้าเราลงทุนแล้วมองตามนโยบายของเขา มันจะเทรดยากมาก ๆ มันจะไม่มีธีมไหนที่เรารู้สึกมองภาพได้ชัด”

เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยง โดยหุ้น AI อาจจะยังไม่จบรอบ แต่จะเต็มไปด้วยความผันผวน จากการที่ทรัมป์ทำให้ราคาน้ำมันค้างสูง ทำให้กลุ่ม AI จะไม่ได้วิ่งขาขึ้นแบบ “โรยด้วยกลีบกุหลาบ” แต่ก็ต้องมีไว้บางส่วน อย่างไรก็ดี ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมามีหุ้นกลุ่มที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่ก็วิ่งขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างเช่น Health Care หรือ Consumer staples ไม่ได้หวือหวา แต่รายได้โตต่อเนื่อง ถ้ามีไว้ในพอร์ตก็ทำให้พอร์ตเรานิ่งมากขึ้นก็ควรมีไว้ ส่วนทองมันจบขาขึ้นแรง ๆ ไปแล้ว อย่าไปหวังอะไรแบบนั้น มันไม่เกิดขึ้นแล้ว เพราะดอกเบี้ยกลับมาเป็นขาขึ้น ฉะนั้นมีทองไว้เพื่อกระจายความเสี่ยง จะหวังไปขายที่ 8-9 หมื่นบาท ผมว่าอีก 10 ปีก็ไม่เห็น

อวสาน “ทองบาทละแสน”

นางศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า ทองคำปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วงหนักรับเทศกาลฮัลโลวีน โดยเหตุผลสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนถูก Margin Call ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่หุ้นเทคโนโลยีตกหนัก ทำให้นักลงทุนต้องขายทองเพื่อนำเงินสดไปชำระค่าหุ้น

“หุ้นเทคลงแรง นักลงทุนเลยถูก Margin Call ก็เลยต้องขายทองเพื่อไปชำระค่าหุ้น เพราะบางคนที่ซื้อทองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็อาจจะยังมีกำไรอยู่ ก็เลยขายออกมา ลักษณะจะคล้าย ๆ ตอนเกิดสงครามอิหร่านใหม่ ๆ ที่ช่วงเดือน มี.ค. 2569 ต้องการสภาพคล่อง ต้องการเงินสดเพื่อไปจ่าย เพราะถูก Margin Call”

โดยราคาทองโลกเมื่อวันศุกร์ปรับลงไปถึงระดับ 3,870 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน กล่าวคือต่ำสุดของปีนี้แล้ว เพราะต้นปีทองอยู่ที่ 3,945 ดอลลาร์ แต่หลังจากนั้นก็ทำสถิติต่ำสุด (New Low) มาอยู่เรื่อย ๆ ส่วนทองแท่งลงมาที่ 62,200 บาท ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) -4.2% ขณะที่ทองโลกปิดตลาดราคากลับขึ้นมาเล็กน้อยที่ 3,875 ดอลลาร์ ผลตอบแทน YTD อยู่ที่ -10.3%

ขณะที่ปัจจัยการเลือกตั้งสหรัฐ คาดว่าจะทำให้ทองคำระยะข้างหน้ายังผันผวนมากอยู่ เพราะตอนนี้ตลาดกลัวกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง รวดเร็ว ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทำให้ทองร่วงแรง เพราะยังไม่รู้ว่าท่าทีของทรัมป์จะเป็นอย่างไร แค่ขู่ หรือจะโจมตีรุนแรง โดยที่ผ่านมาก็มีหลายประเทศที่ออกมาเตือนให้ประชาชนระวังกัน แม้จะไม่ได้บอกเหตุผลตรง ๆ อาจจะเตือนเป็นเรื่องอุทกภัย เตือนเรื่องภัยไซเบอร์ รวมถึงสงคราม ซึ่งปกติไม่ค่อยเห็นเตือนกันแบบนี้

“ก็ต้องระวังว่าทองอาจจะมีแรงเทขายอีก ถ้าเกิดทรัมป์ทำอย่างนั้น ก็จะทำให้น้ำมันขึ้น สมมติถ้าน้ำมันขึ้นไปทะลุ 120 ดอลลาร์ ทองจะลบ แต่ราคาน้ำมันดูแล้วไม่ได้ขยับ ทองก็อาจจะไม่ได้ลงมาก ดังนั้นก็ต้องจับตามความเสี่ยงหลังเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถ้าไม่มีเรื่องทรัมป์ขู่ การเลือกตั้งกลางเทอมมันน่าจะดีกับทองด้วยซ้ำ”

นางศิริลักษณ์กล่าวว่า จริง ๆ แล้วกรณีหากพรรคเดโมแครตเข้ามาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้ จะทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายพวกภาษีที่ทรัมป์เคยทำ แล้วทำให้เกิดเงินเฟ้อจะทำยากขึ้น แรงกดดันเงินเฟ้อก็อาจจะลดลงไปบ้าง หรือท่าทีที่มีความเห็นที่แตกต่างกันในการเพิ่มเพดานหนี้ หรือการจะทำนโยบายอะไรที่อาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็จะเกิดความไม่แน่นอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยบวกกับทอง

“สถิติที่ผ่านมา เลือกตั้งมันจะดีกับทอง ในลักษณะที่รัฐบาลที่แบ่งอำนาจ คานอำนาจกัน แต่พอดีมันมีเรื่องที่ทรัมป์ขู่ว่าจะรบกับอิหร่านอีก ก็เลยดูเหมือนยังไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะทำให้ทองบวก แต่ปัจจัยเรื่องโจมตีอิหร่านเข้ามาเป็นปัจจัยหลักมากกว่า”

นางศิริลักษณ์กล่าวว่า หลังจากนี้หากราคาทองหลุดแนวรับ 3,870 ดอลลาร์ แนวรับต่อไปก็จะอยู่ที่ 3,800 ดอลลาร์ ซึ่งคิดว่าน่าจะรับอยู่ ไม่น่าลงไปมากกว่านั้น นอกจากมีเหตุการณ์เลวร้ายมาก ๆ แต่แนวรับที่ 3,500 ดอลลาร์ ก็เป็นระดับที่ฐานแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ยังไม่อยากให้มองกรณีเลวร้ายขนาดนั้น เพราะตอนที่ลงแรง ๆ ก็ไม่หลุด 3,800 ดอลลาร์ แล้วก็เด้งกลับขึ้นมาได้อีก

“เป้าหมายราคาปีนี้ที่เดิมมอง 5,000 ดอลลาร์ ก็น่าจะไม่ได้แล้ว ตอนนี้เรามองว่า 4,500 ดอลลาร์ ต้องเอาให้ได้ก่อน ดูจากเส้น SMA 200 วัน ต้องไปอยู่ตรงนั้นให้ได้ เบื้องต้นก็มองตรงนี้ก่อน กรณีดีที่สุดคือ ให้ทรัมป์กลับมาเจรจากับอิหร่าน ให้มีท่าทีเจรจากัน ทั้งนี้ ทอง Spot 4,500 ดอลลาร์ ถ้าเป็นทองไทยก็ประมาณ 68,000 บาท”

เมื่อถามว่า “ทองบาทละแสน” ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว นางศิริลักษณ์กล่าวว่า ตอนนี้ลืมไปได้เลย คงต้องเลิกพูด เพราะคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี

ทั้งนี้ คำแนะนำการลงทุนช่วงนี้ที่ยังมีความไม่แน่นอน และยังมีความเสี่ยงสูงอยู่คือ หากเข้าไปลงทุนก็จะมีโอกาสที่จะเจ็บตัวได้ ดังนั้นการลงทุนก็คงต้องเป็นแบบ “แบ่งไม้” ทยอยซื้อตอนราคาลง แล้วขายตอนราคาขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะจะหวังให้ราคาขึ้นแบบแรง ๆ คงไม่ได้แล้ว

“ทองลงมาจากจุดสูงสุด ลงมาน่าจะ 30% แล้ว มันก็อาจจะเป็นจุดที่ใกล้ Bottom ถ้าอยากซื้อก็ต้องแบ่งไม้ เพราะในเมื่อมันยังเป็นขาลงอยู่ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ทุกระยะ เป็นขาลงอยู่ เพียงแต่บางช่วงก็จะมี Technical Rebound บ้าง ก็คงต้องแบ่งไม้ซื้อ ถ้าสมมติอยากซื้อเก็บก็ต้องแบบดูแถว ๆ โซน 3,800-3,870 ดอลลาร์ อาจจะซื้อเก็บได้ก่อน เผื่อยังลงอีก เราก็จะได้ยังมีเงินซื้ออยู่”

KKP ชูหุ้นปลอดภัย 3 กลุ่ม

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการลงทุนด้าน AI แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการพิจารณาหุ้นในกลุ่มที่มีความปลอดภัย และสามารถรับมือกับความผันผวนได้มากขึ้น โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นธนาคารพาณิชย์ กลุ่ม Health Care รวมถึงกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ การจัดพอร์ตในช่วงที่ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวน แนะนำให้นักลงทุนยังคงลงทุนต่อเนื่อง แต่ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไป และควรพิจารณาความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) และปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่อผลตอบแทน โดยเฉพาะทิศทางอัตราดอกเบี้ยและความผันผวนของตลาดการเงินโลก

“ตราสารหนี้ต่างประเทศเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น จากระดับผลตอบแทนที่ปรับตัวสูง ส่วนทองคำแนะนำให้ถือครองในพอร์ตประมาณ 2-5% เพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อในระยะยาว มากกว่าการลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทอง ลงทุน